Biz PR

CPF ผนึกพลังร่วมจัดการขยะในท้องทะเล อนุรักษ์แหล่งอาหารที่ยั่งยืน

องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้ทุกวันที่ 8 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันทะเลโลก หรือ วันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) เพื่อให้ทุกภาคส่วนนั้นตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และหันมาแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติกตามทะเล ซึ่งส่งผลกระทบกับระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร

เพื่อที่จะสร้างห่วงโซ่คุณค่าอาหารทะเลที่ยั่งยืน เพื่อการผลิตอาหารให้กับคนในรุ่นต่อๆ ไป บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จึงได้จับมือกับภาคีเครือข่ายองค์กรภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ชุมชน สร้างการมีส่วนร่วมจัดการขยะในทะเลอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความมุ่งมั่นเพื่อรักษาสมดุลระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล สอดรับแนวคิดรณรงค์ในปีนี่คือ “รวมพลังฟื้นฟู กอบกู้มหาสมุทร” (Revitalization : Collective Action for the Ocean)

 

นายไพโรจน์ อภิรักษ์นุสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจสัตว์น้ำ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ในฐานะบริษัทชั้นนำดำเนินการธุรกิจอาหารแบบครบวงจร ตระหนักถึงความเร่งด่วนในการจัดการปัญหาขยะในชายฝั่งทะเลหรือในมหาสมุทรซึ่งเป็นต้นทางความมั่นคงทางอาหารของโลก บริษัทฯ จึงเดินหน้าขับเคลื่อนสร้างความยั่งยืนของห่วงโซ่การผลิตสัตว์น้ำที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและใส่ใจสิ่งแวดล้อมทางทะเล และผนึกพลังกับเครือข่ายร่วมแก้ปัญหาขยะทะเล ที่กำลังเป็นภัยคุกคามระบบนิเวศทางทะเล

ซีพีเอฟ จึงได้ร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรในการพัฒนาการประมงที่ยั่งยืน ร่วมฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าชายเลนอันเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ทะเลที่สำคัญ ตั้งแต่ การจับมือกับเครือข่ายพันธมิตรเพื่อจัดหาปลาป่นจากแหล่งผลิตที่ยั่งยืน พร้อมทั้งร่วมมือกับคณะพัฒนาระบบการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงไทย (Thai Sustainable Fisheries Roundtable: TSFR) ดำเนินโครงการ Fishery Improver Projectหรือ FIP เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการประมงอวนลากในพื้นที่ทะเลฝั่งอ่าวไทยตามข้อกำหนดการประเมินแบบสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ (Multi-species Assessment Methodology) ภายใต้มาตรฐานการประมงยั่งยืน MarinTrust Improver Programme นับเป็นโครงการแรกของโลก ที่ช่วยป้องกัน ต่อต้าน และขจัดการทำประมง ที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU และช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในท้องทะเลของประเทศไทย ซึ่งบริษัทฯยังได้ขยายการดำเนินโครงการ FIP ไปยังประเทศอินเดีย และเวียดนาม

 

นายไพโรจน์ เสริมว่า บริษัทยังเข้าร่วม Seafood Business for Ocean Stewardship หรือ SeaBOS องค์กรระดับโลก เพื่อความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารทะเลชั้นนำจากทั่วโลก และกลุ่มนักวิจัยจากประเทศต่างๆ เพื่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศ และการผลิตอาหารทะเลคุณภาพด้วยความรับผิดชอบอย่างยั่งยืน และยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาล แรงงานประมง จังหวัดสงขลา (The Fisherman Life Enhancement Center: FLEC) ตั้งแต่ปี 2558 โดยมีเป้าหมายยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานประมงและครอบครัว ขจัดการใช้แรงงานผิดกฎหมายทุกรูปแบบในอุตสาหกรรมประมง ซึ่งในปีนี้ ศูนย์ FLEC ได้ดำเนินมาสู่ระยะที่ 2 (ปี 2564-2568) ได้ต่อยอดส่งเสริมการมีส่วนร่วมของแรงงานประมงในการจัดการขยะชายฝั่งและในทะเล เพื่อร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศของทะเลอ่าวไทย

เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องท้องทะเลของไทย ซีพีเอฟ ได้ริเริ่มโครงการต่างๆ อาทิ การเพิ่มมูลค่าขยะต่อยอดจากโครงการ “ขยะคืนฝั่ง ทะเลสวยด้วยมือเรา” ร่วมรณรงค์ชาวประมงลดการทิ้งขยะในทะเล และเก็บขยะจากกิจกรรมประมงกลับขึ้นสู่ฝั่ง พร้อมดำเนินโครงการนำร่องผลิตเสื้อยืดจากขวดพลาสติก PET ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อแจกให้พนักงาน ในปี 2564 ที่ผ่านมา ผลิตเสื้อจากขวด PET 7,900 ขวด (กว่า 120 กิโลกรัม) ได้ประมาณกว่า 500 ตัว และในปีนี้ ผลิตเสื้อจากขวด PET อีกจำนวน 760 ตัวโดยจะแจกเป็นสวัสดิการเสื้อพนักงานของบุคลากรในธุรกิจสัตว์น้ำ และใช้สำหรับกิจกรรมอื่นๆ

 

ขณะเดียวกัน สถานประกอบการของบริษัทฯที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับทะเลยังได้ร่วมดำเนินกิจกรรมเพื่อจัดการปัญหาขยะชายฝั่งและขยะทะเลมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ โรงเพาะฟักลูกกุ้งตะวัน ในจังหวัดพังงา จับมือภาครัฐ และชุมชน จัดกิจกรรมเก็บขยะชายหาดในพื้นที่เป็นประจำต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังได้ดำเนินโครงการซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร และระยอง ซึ่งเป็นโครงการระยะยาวที่มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งมีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งอาหารที่มั่นคงของชุมชนเพิ่มขึ้น

 

ในปีนี้ บริษัทฯ ได้ต่อยอดดำเนิน “โครงการกับดักขยะทะเล” โดยนำร่อง พื้นที่ตำบลบางหญ้าแพรก จังหวัดสมุทรสาคร หนึ่งในพื้นที่ดำเนินโครงการซีพีเอฟ ปลูก ปันป้อง ป่าชายเลน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการจัดการขยะทะเลยั่งยืน ผ่านการสร้างรูปแบบการจัดการขยะทะเลที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพกับชุมชน นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มขยะทะเล สร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งตลอด 5 เดือนแรกของปี 2565 นี้ ชุมชนสามารถรวบรวมขยะชายฝั่งและทะเลในพื้นที่ชุมชนบางหญ้าแพรกแล้วเป็นจำนวน 2,850 กิโลกรัม ซึ่งขยะส่วนนี้ได้ถูกคัดแยกและนำขายให้กับคนรับซื้อขยะ เพื่อเป็นรายได้ในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในชุมชน ส่วนขยะทั่วไป ทางเทศบาลจะนำไปกำจัดตามแนวทางที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: