Biznews

8 ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย คะแนนความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อม-สวัสดิการผู้บริโภค ต่ำกว่าครึ่ง!

องค์การอ็อกแฟมประเทศไทย (OXFAM) เปิดผลสำรวจและประเมินนโยบายทางสังคมของซูเปอร์มาร์เก็ตไทยภายใต้แคมเปญ “ผู้บริโภคที่รัก” โดยใช้ตัวชี้วัด คือ ความรับผิดชอบต่อสวัสดิการของผู้บริโภค ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า และสิ่งแวดล้อมของห้างค้าปลีก

ทั้งนี้ผลการประเมินความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการผู้บริโภคในธุรกิจอาหารและการจัดซื้ออาหารของธุรกิจค้าปลีกจากจำนวน 8 ซูเปอร์มาร์เก็ต พบว่ามี 3 ซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทย ได้รับคะแนนรวมสูงสุด 9 คะแนน คือ แม็คโคร ท็อปซูเปอร์มาร์เก็ต และซีพีเฟรชมาร์ท ส่วนอีก 3 ซูเปอร์มาเก็ต ได้คะแนนรวมต่ำสุด 0 คะแนน คือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต บิ๊กซี วิลล่ามาร์เก็ต และฟู้ดแลนด์

จิดาภา มีเพียร เจ้าหน้าที่ฝ่ายการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน องค์การอ็อกแฟมประเทศไทย เปิดเผยว่า การประเมินซูเปอร์มาร์เก็ต พิจารณาจากนโยบายของซูเปอร์มาเก็ตที่เผยแพร่ต่อสาธารณะที่ตรวจสอบได้และเข้าถึงได้ เริ่มประเมินตั้งแต่เดือน ตุลาคม ปี 2562 ถึงเดือน เมษายน ปี 2563 พบว่า ที่ผ่านมาซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งมีการประกาศนโยบายดังกล่าวสู่สาธารณะแต่ในภาพรวมถือว่ายังต้องมีการปรับปรุง คือ การพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกลไกการร้องเรียนและการเยียวยาผู้บริโภค ที่จะต้องครอบคลุมแนวทางการจัดการข้อร้องเรียน รูปแบบ กรอบระยะเวลาในการจัดการข้องร้องเรียนและการชดเชย, การเปิดเผยข้อมูลแหล่งที่มาและกระบวนการในการคัดกรองวินค้า, การพัฒนากลไกติดตามและตรวจสอบย้อนกลับสินค้า โดยเฉพาะในสินค้าประเภทผักและผลไม้ รวมถึงอาหารทะเล, มาตรการในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ผลิตที่ไม่มีกระบวนการการผลิตอาหารที่ปลอดภัย, ส่งเสริงการใช้นโยบายและแนวปฏิบัติตามแนวทางการจัดหาสินค้าที่ยั่งยืน

“ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ไม่มีคะแนนหรือได้คะแนนน้อย ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีนโยบายหรือแนวปฏิบัติ แต่ในช่วงที่เราทำการประเมิน เขายังไม่ได้มีการประกาศออกสูงสาธารณะ จึงไม่ได้คะแนนในปีนี้ อย่างเช่นบิ๊กซี ได้มีการประกาศตัวนโยบายที่เกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์ และการจัดการด้านการเกษตร แต่เป็นการประกาศหลังจากเราทำประเมินแล้ว” เจ้าหน้าที่อ็อกแฟม กล่าว

 

ทัศนีย์ แน่นอุดร ผู้จัดการสำนักงานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ระบุว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตไทย ทำคะแนนในทุกมิติน้อยกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนรวม ซึ่งสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การพัฒนาระบบและเครื่องมือที่ให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า ส่วนประกอบของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า และส่วนประกอบของสินค้า พร้อมให้ข้อมูลด้านโภชนาการ และข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญของผู้บริโภครวมถึงการพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียน และเยียวยาให้กับผู้บริโภค

ปรกชล อู๋ทรัพย์ เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรพืช หรือ ไทยแพน ระบุว่า จากการประเมินมิติความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า พบว่า 6 ตัวชี้วัด ไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตใดได้คะแนนเลย คือ การใช้ยาและสารเคมีความยั่งยืนระบบนิเวศต้นน้ำ การตรวจสอบและย้อนกลับ การบริหารจัดการพลังงาน การบริหารจัดการน้ำ และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก น้ำทิ้ง และของเสีย สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ได้มีการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตสินค้าและบริการ

 

การประเมินในครั้งนี้ จำแนกออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ มิติด้านความรับผิดชอบต่อสวัสดิการของผู้บริโภค ด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า และสิ่งแวดล้อมของห้างค้าปลีก โดยแต่ละมิติจะมี 8 ตัวชี้วัดย่อย การประเมินได้ดำเนินการโดยพิจารณาจากนโยบายของซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เผยแพร่ต่อสาธารณะที่ตรวจสอบและเข้าถึงได้ เช่น เว็บไซต์ รายงานประจำปี หรือรายงานต่างๆ โดยการประเมินเริ่มต้นตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2562 ถึงเดือนเมษายน พ.ศ. 2563 จากการประเมิน พบว่า ที่ผ่านมามีซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งที่มีการประกาศนโยบายและแนวปฏิบัติในด้านดังกล่าวสู่สาธารณะ แต่ในภาพรวมถือว่ายังคงต้องมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

โดยมิติที่จะต้องเร่งปรับปรุง ประกอบด้วย

-การพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกลไกการร้องเรียนและการเยียวยาผู้บริโภค ที่จะต้องครอบคลุมแนวทางการจัดการข้อร้องเรียน รูปแบบ กรอบระยะเวลาในการจัดการข้อร้องเรียนและการชดเชย

-การเปิดเผยข้อมูลแหล่งที่มาและกระบวนการในการคัดกรองสินค้า

-การพัฒนากลไกการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับสินค้าโดยเฉพาะในสินค้าประเภทผักและผลไม้ รวมไปถึงอาหารทะเล

-มาตรการในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ผลิตที่ไม่มีกระบวนการการผลิตอาหารที่ปลอดภัย

-ส่งเสริมการใช้นโยบายและแนวปฏิบัติตามแนวทางการจัดหาสินค้าที่ยั่งยืน

จากการประเมินมิติความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้า จะพบว่า 6 ตัวชี้วัดที่ไม่มีซูเปอร์มาร์เก็ตใดได้คะแนนเลย คือ การใช้ยาและสารเคมี ความยั่งยืนของระบบนิเวศต้นน้ำ การตรวจสอบและย้อนกลับ การบริหารจัดการพลังงาน การบริหารจัดการน้ำและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก น้ำทิ้ง และของเสีย สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่ได้มีการแสดงออกอย่างชัดเจนถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ที่จะเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานของการผลิตสินค้าและบริการ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง จึงจำเป็นที่จะต้องผลักดันให้ผู้ประกอบการมีการใช้มาตรการเพื่อควบคุมให้คู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และเกิดความยั่งยืนทางอาหาร เนื่องจากในท้ายที่สุดแล้ว ผู้บริโภคคือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของผู้ประกอบการไม่ว่าทั้งทางตรงและทางอ้อม

จากการประเมินในข้างต้นจะเห็นได้ว่าซูเปอร์มาร์เก็ตไทยมีการพัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและความรับผิดต่อสวัสดิการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ องค์กรภาคีเครือข่ายและองค์การอ็อกแฟม ประเทศไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีต่อไปคะแนนการประเมินในมิติทั้ง 2 ด้านจะเพิ่มสูงขึ้น

 

 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: