Auto

5 ปีไม่เกินรอ! “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า” ว่าที่เค้กก้อนใหม่ของเศรษฐกิจไทย

รถยนต์อีวีที่ดูเหมือนเป็นของเล่นสำหรับคนรวย ปัจจุบันได้ก้าวเข้ามามีความสำคัญและบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหลากหลายประเทศทั่วโลก จนกล่าวได้ว่า ณ ตอนนี้ไม่มีการโต้เถียงอีกต่อไปว่ารถยนต์ไฟฟ้าคือรถยนต์ที่จะกำหนดทิศทางของตลาดรถยนต์ทั้งหมดในทศวรรษและอนาคตอันใกล้นี้ หลายประเทศ อาทิ นอร์เวย์ เริ่มเห็นยอดขายของรถยนต์อีวีที่เพิ่มขึ้นมาเป็นสัดส่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบเทียบได้กับยอดขายของรถยนต์สันดาป อย่างไรก็ตามตลาดรถยนต์อีวีในประเทศไทย ประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาคนี้ กลับพึ่งอยู่ในช่วงเริ่มตั้งไข่เท่านั้นเอง

อิปซอสส์’ (Ipsos) บริษัทสำรวจและวิจัยการตลาดระดับโลก เผยผลสำรวจตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่ผสมผสานกระบวนการวิจัยผ่านการใช้แบบสอบถามออนไลน์ ในกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไปจำนวน 500 คน ร่วมกับการวิเคราะห์ความคิดเห็นในสังคมออนไลน์ต่อประเด็นด้านรถยนต์ไฟฟ้า กว่า 4,480 บทสนทนา ด้วยเครื่องมือ ‘Social Intelligence Analytics (SIA)’ พบคนไทย ‘เกือบทุกคน’ รู้จักรถยนต์ไฟฟ้า และ ‘ราวครึ่งหนึ่ง’ สนใจซื้อภายใน 5 ปี การศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดรถยนต์อีวีในประเทศไทยและความเป็นไปได้ของตลาดนี้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ‘ราคา’ และ ‘จำนวนสถานีชาร์จ’ ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้อีกหลากหลายคนยังไม่สนใจที่จะซื้อรถยนต์ประเภทนี้

คนไทยสนใจสิ่งแวดล้อม ! เพราะสิ่งแวดล้อมคือแรงกระตุ้นสำคัญในการซื้อ !

จากผลสำรวจพบว่าคนส่วนมากที่ให้ความสนใจต่อรถยนต์อีวีเนื่องมาจากปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะปัญหาหมอพิษที่ก่อเกิดจากท่อไอเสียของรถยนต์ในเขตเมือง ผู้ขับขี่ในกลุ่มนี้แทบไม่จำเป็นต้องให้การศึกษาเพิ่มเติมว่ารถยนต์อีวีคือสิ่งใดเพราะนอกจากรู้ถึงผลประโยชน์ในด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ผู้ขับขี่ในกลุ่มนี้ยังเข้าใจว่ารถยนต์อีวีนั้นมีค่าบำรุงรักษา และค่าไฟฟ้าสำหรับการชาร์จต่ำกว่า การบำรุงรักษาหรือการเติมน้ำมันในเครื่องยนต์สันดาป หรือสามารถพูดได้ว่าคนกลุ่มนี้พร้อมที่จะซื้อรถอีวีหากปัจจัยอื่น ๆ เอื้อให้เป็นเจ้าของ

 

 

ราคา ระยะขับขี่ สถานีชาร์จไฟ ตัวแปรสำคัญต่อตลาดอีวีไทย

ถึงแม้คนไทยเกือบทุกคนรู้จักอีวี และกว่าครึ่งแจ้งความประสงค์ต้องการที่จะเป็นเจ้าของ ทว่าเมื่อนำผลการศึกษาเทียบกับสัดส่วนยอดขายรถยนต์ทั้งประเทศปี 62 กลับพบว่ายังมียอดขายอยู่เพียง 1,308 คันเท่านั้น โดยผลวิจัยชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ค่าบำรุงรักษาและค่าไฟนั้นมีราคาที่ค่อนข้างถูกหากเทียบกับเครื่องยนต์สันดาป แต่ราคารถยนต์อีวีในประเทศไทยยังอยู่ในเกณฑ์สูงมาก ทำให้ผู้ขับขี่ที่สนใจอีวีถึง 36% ปฏิเสธการซื้อและเป็นเจ้าของอีวี นอกจากนั้นการที่จำนวนสถานีชาร์จไฟยังมีจำกัด และระยะทางขับขี่ต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้งที่ยังต่ำ ทำให้ยอดขายของรถอีวีในประเทศไม่สูงเท่าที่ควร หรือเรียกได้ว่าตลาดรถยนต์ในประเทศไทยพึ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

อีวีไทย ยังถูกพูดถึงในวงแคบ

การศึกษายังพบว่า ถึงแม้คนส่วนมากจะรู้จักหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่การพูดคุยถึงรถยนต์อีวียังเกิดขึ้นในวงแคบ โดยผลวิเคราะห์ความคิดเห็นในสังคมออนไลน์ด้วยเครื่องมือ ‘Social Intelligence Analytics (SIA)’ ของอิปซอสส์ พบว่าการพูดคุยเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้านั้นเกิดบนฟอรัมเป็นหลัก อย่าง ‘พันทิป.คอม’ และฟอรัมอื่นที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ ซึ่งนับเป็นสัดส่วนกว่า 55% ของบทสนทนาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอีวี ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าถึงแม้คนไทยจำนวนรู้จักรถยนต์ไฟฟ้าแต่ความกระตือรือร้นต่อรถยนต์แห่งอนาคตนี้ยังอยู่ในวงที่จำกัด ซึ่งสอดคล้องไปกับยอดขายรถยนต์อีวีที่ยังค่อนข้างต่ำในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามแนวโน้มในการพูดคุยด้านอีวีเริ่มขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

เทสล่า เอ็มจี แบรนด์อีวีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสำหรับคนไทย !

การศึกษาของ‘อิปซอสส์’ ยังพบว่ายี่ห้อรถยนต์อีวีที่ถูกพูดคุยมากที่สุดในโลกออนไลน์ คือ ‘เทสล่า’ ‘เอ็มจี’ ‘นิสสัน’ ‘โตโยต้า’ และ ‘ฮอนด้า’ ตามลำดับ โดย ‘เทสล่า’ เป็นแบรนด์ที่ชาวไทยชื่นชอบในด้านภาพลักษณ์เป็นอันดับหนึ่ง ถึงแม้ยังไม่มีการจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยเลยก็ตาม ในขณะที่ ‘เอ็มจี’ ขึ้นแท่นแบรนด์ที่มีจำหน่ายในไทยที่ถูกพูดถึงมากที่สุด อย่างไรก็ตามยังมีบางความคิดเห็นที่เอ่ยถึงความกังวลในเรื่องแบตเตอรี่ที่อาจจะยังหมดเร็วเมื่อเทียบกับระยะที่สามารถขับได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ขณะที่ ‘นิสสัน’ ได้รับคำชมเรื่องสมรรถนะการขับขี่ โดยเฉพาะในรุ่น ‘นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์’ ที่มีจุดขายด้านความเร้าใจขณะขับขี่ ซึ่งต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าแบบเดิมที่มักถูกมองว่าเชื่องช้า

และน่าเบื่อ  ที่น่าประหลาดใจคือ ‘โตโยต้า’ และ ‘ฮอนด้า’ ที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในประเทศ กลับ ถูกพูดถึงเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับ 3 ยี่ห้อข้างตน โดยรถยนต์พลังงานไฮบริด (HEV) ที่ทั้งสองยี่ห้อจำหน่าย ถูกนำมาเปรียบเทียบกับรถยนต์พลังงาน (EV) ยี่ห้ออื่นภายในตลาด ชี้ให้เห็นว่า 2 ยี่ห้อรถยนต์เจ้าตลาดในประเทศไทยเริ่มถูกทิ้งห่างจากแบรนด์คู่แข่งในด้านรถยนต์อีวีนี้

ตลาดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าตลาดแห่งอนาคต

ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมและ ควันพิษที่ปกคลุมไปทั่วกรุงเทพและประเทศไทย เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนตระหนักและเป็นเหตุผลสำคัญที่ได้สร้างอุปสงค์อันมหาศาลต่อรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตามตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยภาครัฐควรดำเนินการลดกำแพงภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า และสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เพื่อดึงดูดผู้ผลิตที่มีเทคโนโลยี และช่วยให้ประชาชนจำนวนมากสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เอื้อมถึง

ขณะเดียวกันก็ควรร่วมมือกับภาคเอกชนในการ เพิ่มจำนวนสถานีชาร์จให้ครอบคลุมในทุกภูมิภาคของประเทศ ในเมื่อประชาชนมีความต้องการอยู่แล้ว หากภาครัฐให้การสนับสนุนตลาดอีวีในประเทศไทยก็เชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามหากปราศจากการสนับสนุนที่ดีแล้ว ในไม่ช้านี้ประเทศไทยอาจเสียชื่อ  ‘Detroit of Asia’ ไปก็เป็นได้

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: