Biznews

“4 เรื่องที่ควรหยุด” เพื่อเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ

จากงานวิจัยในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่าความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม การเข้าสังคม และทำให้การตัดสินใจของแต่ละบุคคลเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ด้านบวก ซึ่งจะมีผลอย่างมากในการทำงานให้ประสบความสำเร็จอย่างมืออาชีพ
ETDA Thailand  https://www.etda.or.th/   ได้เผยแพร่บทความ    “4 เรื่องที่ควรหยุด” เพื่อเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ (Emotional Quotient)    ดังนี้  

 

1.เราต่างเป็นนักวิจารณ์ ซึ่งการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ก็มี หากคิดอย่างรอบคอบกับโลกรอบตัวเรา ซึ่งช่วยให้โลกดีขึ้น แต่เรามักวิจารณ์แบบไม่มีประโยชน์ ซึ่งทำให้เรารู้สึกดีขึ้นโดยการไปว่าคนอื่น และอาจทำให้เรากลายเป็นคนใจแคบและตามืดบอดไป เช่น

– เราว่าคนอื่นโง่ หมายความว่า เราฉลาด ซึ่งทำให้เรารู้สึกดี
– เราหัวเราะเยาะกับเซนส์ด้านแฟชั่นของใครบางคน หมายถึงเรากำลังบอกตัวเองว่า เรารสนิยมดีเพียงใด ซึ่งทำให้เรารู้สึกดี
.
คนฉลาดทางอารมณ์จะไม่เสียเวลาและพลังงานในเรื่องพวกนี้ เพราะมันไม่ได้เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองและโลกรอบตัวเรา
.
2. “กลัวอนาคต” หมายถึง การใช้ชีวิตที่ปฏิเสธธรรมชาติของชีวิตที่ไม่แน่นอน
.
คนที่สามารถจัดการกับชีวิตเพื่อรับกับความไม่แน่นอน จะอยู่รอดได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ทำ แต่ก็มีความแตกต่างระหว่างคนที่ทำตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อลดความไม่แน่นอน กับคนที่กังวลต่ออนาคตที่ไม่แน่นอนและไม่เต็มใจจะอยู่กับมัน โดยทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อปฏิเสธการมีอยู่ของมัน แต่คิดถึงมันตลอดเวลา ซึ่งที่สุดแล้วการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความกลัวหรือปัญหาจะทำลายตัวเราเอง
.
คนที่ฉลาดทางอารมณ์จะเข้าใจว่า ชีวิตนั้นไม่แน่นอนอย่างแท้จริง และเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การเผชิญหน้ากับความจริงนี้ดีกว่าการปฏิเสธการมีอยู่ของมัน
.
คนที่เอาแต่กลัวอนาคต หากหยุดที่จะเครียดและกังวลในสิ่งที่ยังไม่มาถึง จะแปลกใจว่า พลังงานและความกระตือรือร้นนั้นกลับมาสู่ชีวิตเรามากมายเพียงใด
.
3. “ครุ่นคิดถึงอดีต โดยเฉพาะกับเรื่องที่ผิดพลาดหรือล้มเหลว” เพราะเมื่อเราทำสิ่งไม่ดีหรือทำอะไรพลาด เราจะรู้สึกผิดหรือเสียใจ คนที่ติดกับ ในเรื่องนี้อย่างไม่สิ้นสุด เพราะไม่เชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนอดีตได้
.
คนฉลาดทางอารมณ์ไม่เพียงเข้าใจ แต่ยอมรับ และดำเนินชีวิตต่อไปได้ โดยไม่ยึดติดกับอดีต เขาเลิกที่จะเอาแต่ครุ่นคิดถึงมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งมันนำมาสู่ความเจ็บปวด และความเจ็บปวดไม่ได้ช่วยอะไรเลย
.
การลงมือทำและอยู่กับปัจจุบัน เพื่อทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ก็ดีกว่าการกลับไปคิดถึงเรื่องที่ผิดพลาดในอดีตที่ผ่านไปแล้ว
.
4. “คาดหวังเกินความเป็นจริง” มันคือความพยายามที่ผิดในการควบคุมคนอื่น เราอาจเห็นว่าความคาดหวังกับคนอื่นเป็นสิ่งที่ดี เราอยากให้เขาเติบโตและกลายเป็นตัวตนที่ดีที่สุด แต่เมื่อคนที่เราคาดหวังทำไม่ได้ เราก็จะรู้สึกผิดหวัง และเราก็จะไปสร้างความคาดหวังใหม่ที่มากกว่าและซับซ้อนกว่า เพราะทำให้เรารู้สึกดีและควบคุมได้
.
ปัญหาคือ เราไม่สามารถควบคุมใครให้ดีเท่าที่เราต้องการ จนเราอาจสร้างวัฏจักรแห่งความชั่วร้ายที่นำไปสู่ความผิดหวังและผิดหวัง จนทำให้คนที่เราคาดหวังรู้สึกไม่พอใจและทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่เราคาดหวัง
.
ทางออกที่ดีกว่า คือการปลดปล่อยความคาดหวังของเรา หยุดสร้างฝันให้คนที่เราคาดหวัง แค่เสนอให้ในสิ่งที่พวกเขาเป็น ดูสิ่งที่เป็นจริงแทนที่จะฝันกลางวัน ส่งเสริมสิ่งที่ควรเป็นกับพฤติกรรมของเขา แทนที่จะต้องการความสมบูรณ์แบบ
.
Robert Jordan นักเขียนอเมริกัน กล่าวไว้ว่า คนที่ว่ายน้ำในทะเลแห่งความคาดหวังของคนอื่น จะจมน้ำตายในทะเลไป
.
ดังนั้น หากเราต้องการเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ บทสรุปจากทั้ง 4 ข้อนี้ก็คือ เราควรลอง
1. หยุดวิจารณ์คนอื่น
2. หยุดกังวลเกี่ยวกับอนาคต
3. หยุดครุ่นคิดถึงเรื่องล้มเหลวในอดีต และ
4. หยุดคาดหวังคนอื่นมากเกินไป
.
หากนำบทเรียนนี้มาใช้กับวิกฤตโควิด-19 ที่เป็นความไม่แน่นอนหนึ่งในชีวิตที่โถมเข้ามาใส่เราอย่างไม่ทันตั้งตัว บางทีเราอาจจะหยุดแบบในทั้ง 4 ข้อข้างต้น แล้วเดินหน้าต่อไปให้ได้
.
ที่มา https://medium.com/personal-growth/4-things-emotionally-intelligent-people-dont-do-24ea6ea53992
 
ขอบคุณ  ETDA Thailand
Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: