CSR

‘3เอ็ม’ ทุ่ม 3 หมื่นล้าน ก้าวสู่องค์กรปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

 3เอ็ม บริษัทด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ระดับโลกประกาศเจตนารมณ์ในการลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3 หมื่นล้านบาท) ในระยะเวลา 20 ปีข้างหน้า เพื่อเร่งบรรลุเป้าหมายใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 ลดการใช้น้ำในโรงงานผลิตลง 25% และปล่อยน้ำที่มีคุณภาพกลับคืนสู่ธรรมชาติภายหลังจากใช้ในกระบวนการผลิตแล้ว

การลงทุนระยะยาวของ 3M จะช่วยขับเคลื่อนโครงการลดของเสียและควบคุมมลพิษ ลดการใช้น้ำ ตลอดจนจัดหาและนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาใช้ในการดำเนินการ การลงทุนดังกล่าวยังจะช่วยให้ 3เอ็ม เร่งปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม

3เอ็ม ก้าวสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

ด้วยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี 3เอ็ม คาดหวังว่าจะลดปริมาณก๊าซคาร์บอนลงถึง 50% ภายในปี 2573 และจะลดให้ได้ 80% ภายในปี 25831 ก่อนเข้าสู่การเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ 100% ในปี 2593 นอกจากนี้ 3เอ็ม จะร่วมมือกับลูกค้า รัฐบาล และคู่ค้าทั่วโลก เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอน ผ่านการคิดค้นและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป 3เอ็ม จะขยายขอบเขตการตรวจสอบโรงงานผลิตที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานจะสามารถลดการปล่อยมลพิษที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการผลิตได้ สำหรับประเทศไทยนั้น 3เอ็ม ได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่อาคารโรงงาน ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง โดยสามารถนำพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์มาใช้ได้ถึง 14% และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 670 เมตริกตันต่อปี ยิ่งไปกว่านั้นโรงงานผลิต 2 แห่งในประเทศไทยของ 3เอ็ม ได้แก่ โรงงานลาดหลุมแก้ว และโรงงานลาดกระบัง ได้ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการของเสียจากกระบวนการผลิตได้ตามเป้าหมายการลดการฝังกลบขยะเป็นศูนย์ (Zero landfill) ด้วยการรีไซเคิลของเสียอุตสาหกรรมและการนำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตซีเมนต์ผ่านกรรมวิธีการเผาร่วมในเตาเผาปูนซีเมนต์ (Co-processing in Cement Kilns)

3เอ็ม มุ่งลดการใช้น้ำและปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนคืนสู่ธรรมชาติ

3เอ็ม มุ่งมั่นที่จะลดปริมาณการใช้น้ำในฐานการผลิตต่างๆ ทั่วโลกตลอดทศวรรษข้างหน้าโดยใช้แนวทางเดียวกันกับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอน นั่นคือการลงมือดำเนินการทันที เพื่อลดการใช้น้ำลงในทุกๆ เดือน และในระยะยาว โดยมุ่งลดปริมาณการใช้น้ำลง 10% ภายในปี 2565 ลดลง 20% ภายในปี 2568 และลดลง 25% ภายในปี 25731

3เอ็ม วางแผนจะติดตั้งเทคโนโลยีการบำบัดน้ำที่ทันสมัยที่สุดภายในสิ้นปี 2566 และจะดำเนินการใช้อย่างเต็มระบบในปี 2567 ในทุกๆ ฐานการผลิตของบริษัทที่มีการใช้ปริมาณน้ำสูงสุด การบำบัดน้ำนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถนำน้ำที่มีคุณภาพคืนสู่ธรรมชาติภายหลังจากการใช้ในกระบวนการผลิตแล้ว บริษัทจะใช้ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีขั้นสูงในการกำจัดสิ่งเจือปนออกจากน้ำที่ใช้ดังกล่าว

3เอ็ม มุ่งมั่นที่จะลดการใช้น้ำโดยรวมต่อปีถึง 2.5 พันล้านแกลลอน (ประมาณ 9.5 พันล้านลิตร) โดยพันธกิจใหม่นี้ต่อยอดมาจากเป้าหมายปี 2568 เดิมของบริษัท ในการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนแก่ชุมชนที่เผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ที่ 3เอ็ม เข้าไปตั้งฐานการผลิต ด้วยแนวทางการบริหารจัดการน้ำของชุมชนโดยรวม

จัดหานวัตกรรมแก่ผู้บริโภคชาวไทย

สองปีที่แล้ว 3เอ็ม ได้ประกาศว่านับตั้งแต่ปี 2562 การพัฒนาผลิตภันฑ์เพื่อการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์จำเป็นจะต้องบรรลุข้อตกลงด้านความยั่งยืน (Sustainability value commitment) ที่แสดงให้เห็นว่าผลิตภันฑ์สร้างสรรค์ผลกระทบเชิงบวกอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น การนำกลับมาใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ การประหยัดพลังงาน การลดของเสีย การประหยัดน้ำ การจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ การใช้วัสดุหมุนเวียนที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น

ในประเทศไทย 3เอ็ม ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองฉลากเขียว เช่น น้ำยาล้างจาน 3เอ็ม ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ฟิล์มกรองแสงอาคารของ 3เอ็ม กว่า 20 รุ่นยังได้รับการรับรองฉลากประหยัดพลังงานหมายเลข 5 จากกระทรวงพลังงาน อันเป็นการการันตีประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนและลดการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศ

 

 

3เอ็ม มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน และการรักษาสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG)

3เอ็ม ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายทศวรรษเพื่อเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการจัดทำโครงการป้องกันมลพิษ Pollution Prevention Pays ที่ช่วยป้องกันการปล่อยมลพิษกว่า 2 ล้านตัน และในปี 2558 บริษัทได้ตั้งเป้าหมายความยั่งยืนครั้งยิ่งใหญ่สำหรับปี 2568 ที่มุ่งเน้นการใช้วิทยาศาสตร์ของ 3เอ็ม ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืนให้เร็วยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์สารกึ่งตัวนำและอิเล็กทรอนิกส์: ผลิตภัณฑ์ของ 3เอ็ม ช่วยให้การผลิตสารกึ่งตัวนำมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรับปรุงประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเรากำลังก้าวเข้าสู่โลกที่ไร้กระดาษ
การรีไซเคิลและวัสดุจากพืช: 3เอ็ม ช่วยขยายเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานและส่งเสริมความต้องการวัสดุรีไซเคิล โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากวัสดุรีไซเคิลที่ผ่านการใช้งานโดยผู้บริโภคมาแล้ว และเป็นผู้นำนวัตกรรมวัตถุดิบจากพืชในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เทป Scotch™, กระดาษโน้ต Post-it™, และแผ่นใยขัด Scotch-Brite™

ยานยนต์ไฟฟ้า: วัสดุต่างๆ ของ 3เอ็ม สำหรับการประกอบและมีน้ำหนักเบา เช่น วัสดุไมโครสเฟียร์ 3เอ็ม Glass Bubbles ได้เข้ามาช่วยส่งเสริมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ช่วยลดน้ำหนักของยานยนต์ ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงโดยรวม และช่วยให้แบตเตอรี่วิ่งได้ไกลยิ่งขึ้น

อาคารประหยัดพลังงาน: โซลูชั่นฟิล์มกรองแสง 3เอ็ม ช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกและกักเก็บความเย็นภายใน ทำให้อาคารประหยัดพลังงานมากขึ้น และลดการใช้พลังงานในการทำความเย็นหรือความร้อนให้เหมาะสมกับผู้พักอาศัยและผู้ทำงานในอาคาร

พลังงานหมุนเวียน: เทคโนโลยีฟิล์ม เทป และกาวของ 3เอ็ม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แผงโซลาร์เซลล์สามารถจับแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยปกป้องใบกังหันลมจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงหรือสภาพอากาศที่แปรปรวน ช่วยเสริมสร้างการทำงานที่เสถียร ยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

การปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร: ผลิตภัณฑ์กรองอากาศในห้อง Filtrete™ และโซลูชั่นการทำความร้อนและความเย็น ช่วยดักจับอนุภาคในอากาศ ทั้งฝุ่น ละอองสำลี ขนสัตว์ และแบคทีเรีย ลดมลพิษทางอากาศภายในอาคาร ทำให้บ้านและที่ทำงานของ 3เอ็ม ช่วยผลักดันผลกระทบเชิงบวกด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลกจากสมรรถภาพและเทคโนโลยีระดับโลกที่หลากหลายของเรา เช่นปลอดภัยยิ่งขึ้น

‘จะใช้ปี 2562 เป็นค่าพื้นฐานในการวัดผลสำหรับพันธกิจใหม่เหล่านี้

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: