BiznewsColumnist

2020 ปีหนูทอง …บริหารแบบมีทั้งแผนสำเร็จและแผนสำรอง !

ปีหนูทองนี้ทุกสำนัก ทุกกูรูออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตลาดและเศรษฐกิจยังท้าทายและมีแนวโน้มชลอตัว ตลาดจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ผู้นำต้องบริหาร mood บรรยากาศและ confidence ความเชื่อมั่นของพนักงานในองค์กร ซึ่งสำคัญมากจะช่วยขับเคลื่อนพลังบวกของทีมงานทั้งองค์กร เป็นแรงเสริมให้สำเร็จได้ ผู้นำต้องเชื่อว่าในทุกปัญหามีทางออก ในทุกวิกฤติจะมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ หากเราเปิดใจ ปรับเปลี่ยนมุมมอง ทำแผนที่เราเชื่อว่าสำเร็จได้ แต่ก็ไม่ประมาทที่จะต้องมีแผนสำรอง พร้อมงัดมาใช้หากสถานการณ์แย่กว่าที่วางไว้ หลักก็คือ
Plan for the best, Prepare for the worst !

พรุ่งนี้ก็เริ่มเปิดทำงานกันแล้ว ก็จะขอฝาก 5 ข้อคิดและหลักในการบริหารในปีหนูทองที่ท้าทายที่กำลังจะมาถึง เพื่อจุดประกายในการเตรียมแผนแห่งความสำเร็จทั่วกัน ดังนี้

1. Agility: ต้องคล่องแคล่ว คล่องตัว เหมือนหนู ปรับได้เร็วตามสถานการ์ณที่ผันผวน ต้องมีทั้งแผนสำเร็จและ แผนสำรองพร้อมเสมอ

2. Brand and Innovation: องค์กรที่มีแบรนด์ที่แข็งแรงจะได้เปรียบ เพราะผู้บริโภคจะไม่กล้าเสี่ยงลองของใหมทแบรนด์ Loyalty จะช่วยได้มาก การที่ไม่หยุดยั้งในการพัฒนา innovation ในการสร้างจุดขายเป็นกลยุทธที่จะทำให้องค์กรนั้น ๆ ชนะใจผู้บริโภคและสร้างยอดขายที่เติบโตได้ตลอดกาลทั้งในยามตลาดดีหรือชลอตัว การใช้การลดราคาทำได้แต่ควรเป็นระดับ tactical ชั่วคราวและพอเหมาะ ไม่ควรเป็นกลยุทธหลัก เพราะองค์กรจะเจ็บตัวหนักกว่าในระยะกลางและยากที่จะทำ แบรนด์ให้กลับมามีภาพพจน์ที่ดี

3. Cash Flow and Liquidity: การบริหารเงินทุนหมุนเวียนและเงินสด ให้มีสภาพคล่องและมีแหล่งเงินทุนที่ไม่แพง ความคล่องตัวของเงินทุนหมุนเวียนเป็นหัวใจสำคัญที่จะต้องลงรายละเอียด วางแผนให้ดีโดยเฉพาะ บริษัทและองค์กรขนาดเล็ก หากมีปัญหาสภาพคล่องมากอาจทำให้มีผลกระทบต่อความอยู่รอดขององค์กรก็เป็นไปได้

4. Cost Efficiency: ใช้เงินทุกบาทอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ฟุ่มเฟือยในเรื่องที่ไม่จำเป็น หลายองค์กรเปลี่ยนวิธีใช้เงินเป็น แบบ Zero Base Budgeting แทนที่จะทำแผนเทียบกับปีที่ผ่านมาว่าจะเพิ่มหรือจะลดเท่าไหร่ ก็เปลี่ยนคำถามเลยว่า จำเป็นต้องใช้ไหม และใช้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุดควรเป็นเท่าไหร่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมองและการบริหารทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งได้ผลดีทีเดียว

5. Key People and Reskill: ความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับคุณภาพของคน ดังนั้น การดูแล บริหาร พัฒนา key people จึงเป็นหัวใจสำคัญ ให้เราดูว่า key people ซึ่งสัดส่วนจะขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กร จะอยู่ราวประมาณ 3-5% ของคนทั้งหมดที่เป็นผู้ขับเคลื่อนนำพาองค์กร พวกเขาคือ change leaders ที่จะต้องดูแล ให้ทำงานเป็นทีม ต้องให้โจทย์ที่ท้าทายและจุดพลังให้มี passion ที่จะนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จ และในยุคที่เกือบทุกอย่างถูก disrupt เราต้องมาดูว่าจะต้อง reskill หรือ เติม skill ใหม่ ๆ ให้กับองค์กร โดยเฉพาะทางด้านดิจิตัลและเทคโนโลยี เพื่อให้องค์กรพัฒนาแข่งขันในโลกแห่งอนาคตได้

 

 

ปีหนูทองนี้ไม่ง่ายเลย จะประมาทไม่ได้ ต้องบริหารแบบมีทั้งแผนสำเร็จ และแผนสำรอง 👍

Plan for the best, Prepare for the worst !

ขอให้โชคดีและประสบความสำเร็จกันทุกคนค่ะ

ที่มา  : Supattra Paopiamsap

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: