BiznewsColumnist

104 พรรคการเมืองไทย และการกลับมาเป็นรัฐบาลของ “คุณลุง”   

104 พรรคการเมืองไทย

และการกลับมาเป็นรัฐบาลของ “คุณลุง”   

โดย…ธนก บังผล

              ปฏิทินการเลือกตั้งถูกกางออกมาเรียบร้อยแล้วนะครับ  นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยมีการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายก็ต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2554            

อย่างที่ทราบกันดีว่าจริงๆแล้ว ปี 2557 เราก็เคยมีการเลือกตั้งทั่วไปอยู่ครั้งหนึ่ง แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ กำหนดให้เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะไม่สามารถเลือกตั้งให้แล้วเสร็จทั่วประเทศได้ภายในวันเดียวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 วรรคสอง และเมื่อพระราชกฤษฎีกาในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งนี้จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญไปด้วย

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นว่าตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ หรือเสมือนไม่เคยเกิดขึ้น แต่ถือว่าการเลือกตั้งได้เกิดขึ้นแล้ว 1 ครั้ง มีการทุ่มงบอะไรกันมากมายสุดท้ายก็สูญเปล่า

การเลือกตั้งนั้นค่อนข้างจะวุ่นวายและนำมาสู่การปฏิวัติรัฐประหาร โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติกลายเป็นพระเอก มีสัญญาใจให้ความหวังกันเล็กน้อยถึงปานกลางว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน”

              8 ปีผ่านไป เรากำลังจะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง ดีใจกันไหมครับ (ฮา)

              ข้อมูลจากเว็บไซต์ กกต. เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2562 เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบัน สยามประเทศมีพรรคการเมืองทั้งสิ้น 104 พรรคการเมือง

              ครับ…เราน่าจะเป็นประเทศที่มีพรรคการเมืองงมากที่สุดในโลกด้วย หากกินเนสส์บุ๊คต้องการจะบันทึกไว้ แต่ใน 104 พรรคการเมืองนี้ ก็มีพรรคเกิดใหม่ในปีนี้ซึ่งไม่น่าจะเตรียมการเลือกตั้งได้ทัน คือ พรรคพลังครูไทย พรรคภาคีเครือข่ายไทย พรรคพลังไทยดี และพรรคเพื่อไทยพัฒนา

              ตัดไป 4 ก็ยังเหลืออีก 100 พรรค คัดเอาพรรคที่สามารถส่งผู้แทนลงรับสมัครเลือกตั้งได้จะถึง 50 พรรคหรือเปล่าไม่รู้ เหมือนเล่นขายขนมครกกันอย่างไรอย่างนั้น

              ไม่ได้พูดเล่นนะครับ ผมยกตัวอย่างพรรคพลังไทยดี (Thai Dee Power Party) จัดตั้งพรรคเมื่อวันที่ ม.ค. ที่ผ่านมานี้เอง มีหัวหน้าพรรคชื่อนายสาธุ อนุโมทามิ มีคณะกรรมการบริหารพรรค 34 คน คิดว่าพรรคนี้จัดตั้งขึ้นมาจะรอดไหมครับ จุดประสงค์การตั้งพรรคคืออะไร รับเงินสนับสนุนพรรคการเมืองแล้วรอให้มีคำสั่งถูกยุบจบๆไป แล้วตั้งกันขึ้นมาใหม่อย่างนั้นหรือเปล่า อันนี้ไม่ทราบได้

              ส่วนที่จริงจังกันก็ดุเหลือเกิน ลุ้นกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะตกปากรับคำเข้าเป็นสมาชิกของพรรคอะไร เพราะเหล่าบรรดาเซียนการเมืองดูท่าทีแล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนมาเพื่อให้มีพรรคเล็กพรรคน้อยเข้ามาบริหารประเทศ ไม่ได้เอื้อให้มีพรรคใหญ่พรรคเดียว

              กล่าวคือ เราคงไม่ได้เห็นปรากฏการณ์ พรรคการเมืองไหนที่ได้ส.ส. 300 กว่าเสียงอย่างแน่นอน เพื่อป้องกันการผูกขาดในรัฐสภา

              คำถามที่ผมอยากจะนำมาแลกเปลี่ยนคือ เราพร้อมกันแล้วหรือยังหาก “ลุงตู่” จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง มองกันไกลขนาดนั้นกันเลยดีกว่าเพราะถึงแม้จะมีเปอร์เซ็นต์ไม่น้อยที่พรรคใหญ่อย่างประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย จะชนะการเลือกตั้ง

              แต่จนป่านนี้ผมยังมองไม่เห็นเลยว่า “แก๊งคุณลุง” จะยอมให้ฝ่ายที่มีอุดมคติการเมืองแตกต่างเข้ามาบริหารประเทศ รื้อรัฐธรรมนูญใหม่ พร้อมกับเช็คบิลในสิ่งที่ถูกวางรากฐานมา ปีให้สูญเปล่าได้อย่างไร

              จะว่าวางรากฐานก็ไม่ถูกนัก เพราะถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เรายังไม่ได้ปฏิรูปอะไรเลยนะครับ การเมืองที่เราอยากให้ปฏิรูปมันก็เหมือนเป็นวังวนเดิมๆ นักการเมืองอาวุโสหน้าเดิมๆที่เมื่อ 10 ปีที่แล้วเป็นเกรด C วันนี้อัพเกรดตัวเองว่าเป็น เกรด แล้วอาสาเข้ามาบริหารประเทศ

              ในขณะที่คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ว่าเป็นอนาคตใหม่นั้นก็ดูไม่มีอนาคตและพร้อมจะถูกโดดเดี่ยวให้เคว้งคว้างตายกลางสมรภูมิความ “เขี้ยวลากดิน” โดยที่ส่วนหนึ่งก็ยังคงอยู่ภายใต้กรอบความคิดเดิมๆทั้งนั้น

              5 ปีที่ผ่านมา มีอะไรดีและไม่ดีบ้าง ผมคงไม่สามารถตอบแทนทุกคนได้ แต่เชื่อได้ว่าทุกคนมีความคิดของตัวเอง ปัญหาหลักของชาติบ้านเมืองได้ถูกแก้ไขไปแล้วหรือยัง โดยเฉพาะ “ความขัดแย้ง” อันนี้น่าคิด

              ถ้าพรรคเพื่อไทยกลับมา จะมีการเดินขบวนขับไล่หรือไม่

              ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล จะมีการชุมนุมหรือไม่

              ถ้าคุณลุงได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย จะเกิดขึ้นอะไรขึ้นกับระบบเศรษฐกิจของชาติที่ปั่นป่วนอยู่ขณะนี้

              บางคนอาจจะอยากถามทุกวันนี้มันปั่นป่วนอย่างไร ผมตอบง่ายๆเลยครับว่าปั่นป่วนจากการใช้บัตรสวัสดิการของรัฐก็อย่างหนึ่งแล้ว ปั่นป่วนจากความไม่เชื่อมั่นของคนในประเทศก็อย่างหนึ่ง ปั่นป่วนจากการเห็นแก่พวกพ้องก็อย่างหนึ่ง

              ปั่นป่วนจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กระทบกับการใช้ภาษีที่คนอีกส่วนหนึ่งรู้สึกว่านี่คือการหาเสียงล่วงหน้า และเป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่ว่า “หากเลือกฉันจะยังมีบัตรนี้อยู่” ซึ่งสุดท้ายแล้วมันไปได้ไม่ไกลครับ ไม่ต้องเป็นกูรูเศรษฐกิจอย่างผมก็เดาได้ว่านอกจากจะเป็นจุดอ่อนแล้ว การหาเสียงแบบนี้ไม่ต่างอะไรจากประชานิยมแม้แต่น้อย

              ย้ำกันเลยครับว่า เศรษฐกิจจะดีได้รัฐบาลต้องทำทุกวิถีทางให้คนในชาติมีงานทำ มีรายได้ จะมากจะน้อยก็ต้องมีรายได้ ต้องสุจริตด้วยนะครับไม่ใช่ทำให้ราคายางตกต่ำแล้วยังมาทำให้ยาเสพติดราคาถูกด้วย

              ปั่นป่วนจากความเชื่อมั่นของคนในประเทศ นี่ก็เห็นได้ชัดว่าคุณลุงล้าสมัย ตกยุคไปนานแล้ว ยิ่งรองนายกฯที่อยู่ข้างๆลุงยังยืมนาฬิกาเพื่อนอยู่เลยนี่ไดโนเสาร์มากครับ

              แล้วความไดโนเสาร์นี่มันทำให้เกิดอะไรครับ …พวกพ้อง

              ความง่อยเปลี้ยเสียแขนขาของกระบวนการตรวจสอบไม่ต่างอะไรเลยกับยุคที่เผด็จการรัฐสภาครองเมือง

              วันนี้บ่นแค่นี้ก่อน คราวหน้ามีเวลามาจะพยายามหามุม กกต. มาคุยครับ อาจไม่ขำเท่าท่านสาธุ หัวหน้าพรรค แต่เชื่อหรือไม่ว่านอกจากคนไทยจะไม่พร้อมให้คุณลุงกลับมาแล้ว

              ตอนนี้ กกต. ก็เหมือนจะไม่พร้อมให้มีการเลือกตั้งเหมือนกัน (ฮา)  

             

             

               

 ////////////////////////////

ปฏิทินการเลือกตั้ง

24 ม.ค.

กกต. ออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร และจำนวน ส.ส. แต่ละเขต

28ม.ค.-19ก.พ.

วันลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าและเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

4-8ก.พ.

วันรับสมัคร ส.ส. เขต และบัญชีรายชื่อ พร้อมแจ้งชื่อนายกฯ ในบัญชีของแต่ละพรรค

15 ก.พ.

กกต. ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัคร

4-16 มี.ค.

วันลงคะแนนนอกราชอาณาจักร

17 มี.ค.

วันลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้ง (เลือกตั้งล่วงหน้า)

24มี.ค.

วันเลือกตั้งทั่วไป

9 พ.ค.

วันสุดท้ายของการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: