Biznews

‘รายการข่าว’ ยืนหนึ่งกลุ่มรายการผู้ชมโทรทัศน์นิยมสูงสุด

โครงการสำรวจพฤติกรรมและแนวโน้มการบริโภคสื่อของไทย ปี 2562 จัดทำโดยสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ร่วมกับสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 10,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ จากพื้นที่ 5 ภูมิภาคตามเกณฑ์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ประกอบด้วยกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ซึ่งมีพื้นที่จังหวัดที่เป็นตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้จำนวน 26 จังหวัด

โดยการสำรวจครอบคลุมพฤติกรรมการบริโภคสื่อภาพเคลื่อนไหวการบริโภคสื่อทางเสียง การบริโภคสื่อออนไลน์ การบริโภคสื่อสิ่งพิมพ์ การบริโภคสื่อในโรงภาพยนตร์ และการบริโภคสื่อกลางแจ้งและสื่อกลางแจ้งแบบเคลื่อนที่ได้ ซึ่งในบทความนี้จะวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมการรับชมรายการโทรทัศน์ของประชาชนทั่วประเทศ ที่แบ่งตามอาชีพ และกลุ่มกลุ่มช่วงอายุต่างๆของผู้ชมรายการโทรทัศน์สำหรับพฤติกรรมการรับชมรายการโทรทัศน์ที่แบ่งแยกตามกลุ่มอาชีพนั้น ได้มีการแยกกลุ่มอาชีพไว้ทั้งหมด 8 กลุ่ม ประกอบไปด้วยข้าราชการ/พนักงาน/ลูกจ้างภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจพนักงาน/ลูกจ้างบริษัทเอกชนรับจ้าง ประกอบธุรกิจส่วนตัวไม่ได้ประกอบอาชีพ/ว่างงานนักเรียน/นักศึกษาเกษียณอายุภาคเกษตร

อาชีพกับประเภทรายการโทรทัศน์

จากผลการศึกษาพบว่า เกือบทุกกลุ่มอาชีพ ยกเว้นนักเรียนและนักศึกษา นิยมรับชมรายการโทรทัศน์
ประเภทรายการข่าวมากที่สุด รองลงมาเป็นรายการบันเทิง ประเภทละครและซีรีส์ ตามมาด้วยรายการวาไรตี้
โดยที่กลุ่มที่ประกอบอาชีพในภาคเกษตรนิยมรับชมรายการข่าวมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกกลุ่มอาชีพ โดยมี
การรับชมถึง 24.6% อันดับ 2 เป็นกลุ่มผู้ไม่ได้ประกอบอาชีพ หรือกลุ่มผู้ว่างงาน 23.9% และกลุ่มผู้เกษียณอายุ
นิยมรับชมรายการข่าวถึง 23% โดยกลุ่มที่รับชมรายการข่าวน้อยที่สุด ได้แก่ กลุ่มนักเรียนหรือนักศึกษา ซึ่งรับชม
รายการข่าวเพียง 14.4%

 

จากข้อมูลข้างต้นสามารถวิเคราะห์ได้ว่า วิชาชีพเกษตรกรจำเป็นต้องพึ่งพาข่าวสารในการประกอบอาชีพ
โดยเฉพาะพยากรณ์อากาศ หรือข่าวทางเศรษฐกิจ ที่มีผลต่อการดำรงชีพ ส่วนกลุ่มผู้ที่ว่างงาน หรือไม่ได้ประกอบ
อาชีพ ก็จำเป็นต้องหาข้อมูลข่าวสาร ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการหาช่องทางในการได้กลับเข้าสู่ระบบการทำงาน
อีกครั้ง และกลุ่มผู้เกษียณอายุ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่อยู่กับบ้าน ซึ่งชอบเปิดรับข่าวสารบ้านเมืองและความเป็นไป
ในสังคม

ในขณะที่กลุ่มนักเรียนหรือนักศึกษา เป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจรายการหลากหลายประเภท แต่ให้ความสนใจ
รายการละคร ซีรีส์ มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในสัดส่วน 17% อันดับ 2 เป็นรายการวาไรตี้ 16.5% และภาพยนตร์
15.7% โดยสนใจรายการข่าว 14.4% อยู่ในอันดับ 4 และที่เหลือกระจายไปยังรายการสารคดี ท่องเที่ยว การ์ตูน
และกีฬา

หากพิจารณาตามประเภทรายการพบว่า รายการประเภทสารคดี การท่องเที่ยว สุขภาพ และการสอน
ทำอาหาร จะได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มผู้เกษียณอายุมากกว่ากลุ่มอาชีพอื่นๆ โดยมีความนิยมอยู่ที่ 14.6%
สาเหตุประการสำคัญเนื่องจากกลุ่มผู้เกษียณอายุมีเวลาว่าง สนใจข่าวสารเรื่องสุขภาพ และมีกำลังทรัพย์เพื่อใช้
ท่องเที่ยว ทั้งนี้ สำหรับรายการทีวีช้อปปิ้งนั้น ได้รับความสนใจจากกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชนมากที่สุด (สัดส่วน 5.9%)รองลงมาเป็นกลุ่มนักเรียนหรือนักศึกษา (สัดส่วน 5.5%)

 

การวิเคราะห์ประเภทรายการโทรทัศน์ จำแนกตามกลุ่มอายุ

พฤติกรรมการรับชมรายการข่าว
Gen G.I. ที่มีอายุตั้งแต่ 76 ปีขึ้นไป มีการเปิดรับชมรายการข่าวโทรทัศน์ 32.2% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดมากกว่า
วัยอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ส่วน Baby Boomer และ GenX มีการรับชมรายการข่าวรองลงมา 26.1% และ 21%
(ตามลำดับ) ในขณะที่ GenY เและ GenZ มีการเปิดรับรายการข่าวโทรทัศน์เพียง 17.8% และ 14.7% (ตามลำดับ)

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า รายการข่าวเป็นประเภทรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในทุกเจเนอเรชัน ยกเว้นกลุ่ม
GenZ ที่มีอายุ 23 ปีหรือต่ำกว่า ซึ่งใน GenZ มีความนิยมในประเภทรายการละครและซีรีส์สูงสุด
พฤติกรรมการรับชมละครและซีรีส์

ในส่วนการรับชมรายการละครและซีรีส์ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ พบว่า Gen G.I. มีการเปิดรับชมสูงสุดถึง
20.6% รองลงมาเป็น Baby Boomer 20.1% และ GenX 17.8% ส่วน GenY และ GenZ มีการเปิดรับในระดับ
ที่ใกล้เคียงกัน คือ 16.9% และ 16.8% ตามลำดับ

ทั้งนี้จะสังเกตได้ว่า รายการละครและซีรีส์ เป็นประเภทรายการที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 ในเกือบ
ทุกกลุ่ม ยกเว้นใน GenZ ที่นิยมรับชมเป็นอันดับ 1

 

พฤติกรรมการรับชมรายการวาไรตี้
สำหรับการรับชมรายการวาไรตี้ จำแนกตามช่วงอายุของผู้รับชมรายการโทรทัศน์ พบว่า Baby Boomer
เปิดรับชมมากที่สุด 17.1% อย่างไรก็ดี สัดส่วนความนิยมดังกล่าวไม่มีความแตกต่างกับ GenX GenY และ GenZ
มากนัก โดยทั้ง 3 กลุ่มมีการเปิดรับชมรายการวาไรตี้อยู่ในสัดส่วน 16.5% 16.1% และ 16.3% ตามลำดับ ทั้งนี้
พบว่า Gen G.I. เปิดรับชมรายการวาไรตี้ต่ำที่สุด คือ 15.9%

จากผลการสำรวจจะเห็นได้ว่า การรับชมรายการวาไรตี้ ได้รับความนิยมอยู่ในอันดับ 3 ของทุกกลุ่ม ยกเว้น
GenZ ที่นิยมรับชมรายการวาไรตี้เป็นอันดับ 2

พฤติกรรมการรับชมรายการภาพยนตร์
การรับชมรายการภาพยนตร์ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ จำแนกตามช่วงอายุ พบว่า GenZ มีการเปิดรับชมสูงที่สุด
ถึง 15.5% อันดับ 2 ได้แก่ GenY 13.8% อันดับ 3 ได้แก่ GenX 11.7% โดยที่ Baby Boomer และ Gen G.I. มี
สัดส่วนการเปิดรับชมไม่สูงมากนัก หรือคิดเป็นสัดส่วน 8.8% และ 3.3% ตามลำดับ

ทั้งนี้สังเกตได้ว่า ยิ่งผู้ชมมีอายุมากขึ้น ความนิยมในการรับชมภาพยนตร์ผ่านจอโทรทัศน์ลดลง โดยใน
Baby Boomer และ Gen G.I.นิยมรับชมรายการภาพยนตร์อยู่ในอันดับ 6 รองจาก รายการข่าว ละคร/ซีรีส์
วาไรตี้ กลุ่มรายการสารคดี และรายการกีฬา

พฤติกรรมการรับชมรายการกีฬา
สำหรับการรับชมรายการกีฬาบนหน้าจอโทรทัศน์ จำแนกตามช่วงอายุ พบว่า 3 กลุ่มที่มีการเปิดรับชม
ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ได้แก่ Baby Boomer GenX และ GenY โดยมีสัดส่วน 10.9% 10.7% และ 10.3% ตาม
ลำดับ ส่วน Gen G.I. และ GenZ พบว่า มีการเปิดรับชมในสัดส่วนเท่ากันที่ 9.3%

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การรับชมรายการกีฬา มีสัดส่วนความนิยมสูงมากขึ้นในวัยที่มีอายุมากขึ้น (ตั้งแต่
Baby Boomer ขึ้นไป) โดยอยู่ในอันดับ 5 ของประเภทรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ส่วนใน GenX และ GenY
รายการกีฬาได้รับความนิยมในอันดับ 6 ในขณะที่ GenZ รายการกีฬาได้รับความนิยมน้อยลงมาอยู่ในอันดับ 7
พฤติกรรมการรับชมรายการสารคดี/ท่องเที่ยว/สุขภาพ/สอนทำอาหาร

สำหรับการรับชมรายการสารคดี ท่องเที่ยว สุขภาพ รวมถึงรายการสอนทำอาหารบนหน้าจอโทรทัศน์ พบว่า
Gen G.I. มีการเปิดรับชมสูงสุด ในสัดส่วน 14.0% โดย GenX และ GenY มีสัดส่วนการเปิดรับชมที่ใกล้เคียงกัน
คือ 12.7% และ 12.2% ตามลำดับ นอกจากนี้ Baby Boomer และ GenZ มีการเปิดรับชมรายการในลักษณะ
นี้ต่ำสุด โดยอยู่ที่ 11.1% และ 11.0% ตามลำดับ

ทั้งนี้พฤติกรรมการรับชมรายการกลุ่มนี้ได้รับความนิยมในอันดับ 4 ใน Gen G.I. Baby Boomer และ GenX
และเป็นอันดับ 5 ใน GenY และ GenZ

พฤติกรรมการรับชมรายการเด็ก/ การ์ตูน
การรับชมรายการเด็กหรือการ์ตูนทางโทรทัศน์ พบว่า GenZ มีการเปิดรับชมการ์ตูนและรายการเด็กสูงสุด
ในสัดส่วน 10.3% รองลงมาเป็น GenY 7.3% อันดับ 3 เป็น GenX 4.6% โดยที่ 2 อันดับสุดท้าย ได้แก่ Baby
Boomer และGen G.I. ในสัดส่วน 2.4% และ 0.9% ตามลำดับ

ทั้งนี้เป็นที่สังเกตว่า ช่วงอายุมีผลต่อการรับชมรายการประเภทนี้ ยิ่งอายุน้อยยิ่งนิยมรับชมมากกว่า
พฤติกรรมการรับชมรายการทีวีช้อปปิ้ง

สำหรับการรับชมรายการทีวีช้อปปิ้ง จำแนกตามช่วงวัย พบว่า 2 กลุ่มอายุที่มีการรับชมสูงสุด ได้แก่ GenZ
และ GenY ในสัดส่วน 5.7% และ 5.5% ตามลำดับ ส่วน GenX อยู่ในอันดับ 3 ที่ 4.9% ส่วนอันดับ 4 ได้แก่ Baby
Boomer 3.2% และ Gen G.I. มีการเปิดรับชมต่ำที่สุด หรือในสัดส่วน 2.8%

ทั้งนี้สังเกตได้ว่า ยิ่งผู้ชมโทรทัศน์ที่มีอายุน้อย ยิ่งมีความนิยมในประเภทรายการทีวีช้อปปิ้งสูงกว่า แต่ไม่ได้
สูงมากกว่ากันมากนัก

จากข้อมูลพฤติกรรมการเปิดรับชมรายการโทรทัศน์ทั้ง 8 ประเภทดังกล่าว พบข้อสังเกตที่น่าสนใจ คือ Gen
G.I. มีสัดส่วนการเปิดรับชมสูงที่สุดอยู่ 3 ประเภทรายการ ได้แก่ รายการข่าว ละคร/ซีรีส์ และรายการวาไรตี้ ใน
ขณะที่รายการภาพยนตร์ รายการเด็ก/การ์ตูน และรายการทีวีช้อปปิ้งนั้น GenZ จะเปิดรับชมในสัดส่วนที่สูงที่สุด
และ GenY มีการเปิดรับชมในสัดส่วนที่รองลงมาใกล้เคียงกันมาก

ผลการศึกษาความสัมพันธ์ของกลุ่มอายุ กับเนื้อหาสื่อโทรทัศน์และวิทยุ พบว่า ในส่วนของรายการข่าว
Gen G.I. Baby Boomerและ GenX จะมีสัดส่วนการเปิดรับชม/รับฟังที่สูงในทิศทางเดียวกัน ในขณะที่ GenYและ GenZ มีสัดส่วนการเปิดรับชม/รับฟังที่ต่ำกว่า

อย่างไรก็ดี ในส่วนของรายการภาพยนตร์ในสื่อโทรทัศน์และรายการบันเทิงทางสื่อวิทยุ พบว่า GenZ และ GenY จะมีสัดส่วนในการเปิดรับชม/รับฟังที่สูงมาก ในขณะที่ GenXBaby Boomer และ Gen G.I.จะเปิดรับชม/รับฟังในสัดส่วนที่ต่ำลงมาตามลำดับ

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: