Biznews

‘นักวิชการ’ แจงหลักสากลทางภาษี หลังดราม่าสาวกลับไทยในรอบ 2 ปี จ่ายกว่าครึ่งแสน!

กลายเป็นกระแสดราม่าในโลกออนไลน์ หลังสาวไทยบินกลับประเทศในรอบ 2 ปี โดนค่าปรับภาษีสินค้าแบรนด์เนมที่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นเงินกว่า 54,000 บาท

ล่าสุด รศ.ดร.นงนุช ตันติสันติวงศ์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจ การเงินและการคลังและภาษี มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม เทรนต์ ประเทศอังกฤษ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงประเด็นดังกล่าวว่า

พอดีได้ไปเห็น post ของคนที่ถูกค้นกระเป๋าที่สนามบิน และต้องเสียภาษีอากรนำเข้าไป 5 หมื่นกว่าบาท
ขอไม่พูดถึงเรื่องอื่นนอกจากการเสียภาษีนะคะ

หลายคนคิดว่าถ้าถือ passport ต่างชาติไม่โดนค้น บางคนคิดว่า ไม่ควรเก็บภาษีของที่ใช้แล้ว
====

เรื่องนี้ต้องเข้าใจนิยามของ “สินค้านำเข้า” และหลักการจัดเก็บอากรนำเข้า
มันไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณถือ passport อะไรคามือไว้ตอนเดินออกมาจากเครื่องบิน

หลักสากลทางภาษี
– รายได้จากผลผลิตภายในประเทศถูกจัดเก็บภาษี เรียกว่าภาษีรายได้
– รายได้จากการให้บริการ (รวมถึงแรงงาน) ไม่ว่าจะใครเป็นผู้ให้บริการในอาณาจักร จะเป็นชาวต่างชาติหรือคนในชาติ ผู้มีรายได้ต้องเสียภาษีรายได้

แรงงานต่างชาติ ก็เหมือนการนำเข้าบริการ แต่แทนที่จะเก็บภาษีจากผู้ใช้บริการ ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียภาษี

– ผู้บริโภคอุปโภคสินค้าและบริการในประเทศมีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT
แต่หากมีการนำไปบริโภคอุปโภคนอกอาณาจักรทันทีหลังซื้อสินค้าและบริการ (ปกติจะให้เวลาเอาออกนอกประเทศภายใน 3-6 เดือน) จะสามารถไปขอคืน VAT ที่จุดให้บริการ แต่ต้องมีของแสดงที่สนามบินว่าเอาออกไปจากประเทศจริง

– สินค้านำเข้าเป็นสินค้าที่ผลิต/ขายในประเทศอื่น ตามหลักแล้วผู้ซื้อต้องเสีย VAT ในประเทศที่ทำการซื้อ แต่เมื่อขอ VAT คืน เท่ากับไม่ได้เสียภาษี และเมื่อนำเข้าประเทศที่เดินทางมาถึง ก็ต้องเสียภาษีอากรนำเข้าและ VAT
หากเป็นของใช้แล้ว ไม่ได้มีการขอคืน VAT ล่ะ ทำไมต้องเสียภาษี – การหอบหิ้วเอาของใช้แล้วมาใช้ในอีกประเทศนึง ยังไงมันก็คือการนำเข้า เพียงแต่เป็นสินค้าใช้แล้ว เพราะฉะนั้นตามหลักสากลของภาษี ยังต้องเสียภาษีอากรนำเข้าและ VAT อยู่ดีค่ะ

หลักการสากลที่เกี่ยวกับอากรนำเข้า คือ ผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่เป็นไปเพื่อบริโภคอุปโภค ไม่ว่าจะนำเข้าโดยนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา จะต้องเสียอากรขาเข้า
====

สินค้านำเข้าต้องเสียอากร เพราะฉะนั้นการที่ขนของเข้ามา ไม่ว่าจะไว้ใช้หรือขาย เป็นของใช้แล้วหรือไม่ ยังไงก็ต้องสำแดง และเสียภาษีอากรให้ถูกต้อง เพื่อจะได้ไม่โดนค่าปรับ

แต่กฏหมายเกือบทุกประเทศจะกำหนดยกเว้นภาษีให้กับของใช้ที่มีมูลค่ารวมไม่เกิน X หน่วยของเงินสกุลหลักของประเทศ ( units of currency ) และอุปกรณ์ของใช้บางประเภท เพราะการเดินทางย่อมต้องมีของใช้ประจำวัน เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง ติดกระเป๋ามาด้วย

ส่วนที่เกินจาก X ต้องจ่ายภาษี และสำหรับของใช้บางอย่างต้องลงทะเบียนขออนุญาตนำเข้าพร้อมจ่ายภาษีอากร บางอย่างต้องห้ามเอาเข้าประเทศไม่ได้ก็ยึด
====

 

ประเด็นที่บางคนบอกว่าคนไทยมักโดนตรวจเมื่อเดินทางถึงไทย คงต้องดูในรายละเอียด ถ้าเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว แต่ขนกลับมาทีนึงคนละหลายกระเป๋า เกินกว่าปริมาณของใช้ประจำวัน ถ้าเจ้าหน้าที่จะสุ่มตรวจก็ต้องเลือกพฤติกรรมน่าสงสัยแบบนี้ก่อน ถูกมั้ยคะ จะไปสุ่มคนที่เดินตัวปลิวถือกระเป๋าใบเล็กใบเดียวทำไม

จากที่โดนกับตัวและที่ดูรายการสารคดีเกี่ยวกับ airports (สมัยอยู่ UK ชอบดูรายการประเภทนี้ มันทำให้เข้าใจเจ้าหน้าที่ว่าทำไปทำไม) ในบางประเทศเค้าตรวจทุกคน ไม่มีคำว่าสุ่มด้วยซ้ำ แถมทุกกระเป๋ายันกระเป๋าสะพาย บรรดาของกินที่เคยขนกันข้ามประเทศตอนไปเรียนต่อ/ไปเที่ยว ก็ถูกยึดตามระเบียบของประเทศเหล่านั้น

เราคงไม่อยากให้เปลี่ยนมาเป็นการตรวจทุกคนตรวจกระเป๋าทุกใบกันหรอก ใช่มั้ยคะ

เข้าใจทุกคนที่กลับมาจากต่างแดน ไม่ว่าจะไปเที่ยวหรือไปอยู่ เวลากลับมาก็อยากหอบหิ้วของฝากของที่ระลึก แต่เมื่อตัดสินใจแบบนั้น ก็ต้องยอมเสียภาษีนะคะ จะได้ไม่เป็นคนทำผิดกฎหมายซะเอง
#เศรษฐศาสตร์วันละนิด #ภาษีนําเข้า

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: