Biznews

ช็อค! ‘ฟลายบี’ โลว์คอสต์อังกฤษล้มละลาย ‘แอร์เอเชีย-เวียตเจ็ท’หลังพิงฝา

เว็บไซต์เดลี่เมลรายงาน สายการบินฟลายบี (Flybe) ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสต์-ต้นทุนต่ำ สัญชาติอังกฤษ ซึ่งมีฐานให้บริการขนาดใหญ่ที่สุดทั่วภูมิภาคยุโรป ต้องประสบภาวะล้มละลาย หลังจากความพยายามในการขอเงินกู้ช่วยเหลือ 100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 40,000 ล้านบาท จากรัฐบาลอังกฤษตั้งแต่เดือนมกราคม เพื่อมาประคับประคองกิจการของสายการบิน ไม่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับผลกระทบจากวิกฤติไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้สถานการณ์ของสายการบินฟลายบี เลวร้ายยากลำบากมากขึ้น และไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะล้มละลายได้ในที่สุด

สำนักงานการบินพลเรือนสหราชอาณาจักร (CAA) ประกาศเมื่อเช้าวันพฤหัสฯ ที่ 5 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่า สายการบินฟลายบีได้เข้าสู่กระบวนการพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ขณะที่ การล้มละลายของสายการบินฟลายบี ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องติดค้างอยู่ที่สนามบินต่างๆ ทั้งในอังกฤษและในต่างประเทศ รวมทั้งยังติดค้างอยู่ที่สนามบิน ซึ่งไม่ใช่สนามบินปลายทางที่ต้องการจะไป เนื่องจากเจ้าหนี้ได้ดำเนินการยึดเครื่องบินโดยสารของสายการบินฟลายบี ซึ่งเป็นลูกหนี้เอาไว้ นอกจากนั้น การล้มละลายของฟลายบี ยังส่งผลให้พนักงานต้องตกงานนับ 2,300 คน

มาร์ก แอนเดอร์สัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสายการบินฟลายบี ได้ส่งจดหมายถึงพนักงานของบริษัท เมื่อคืนวันพุธที่ 4 มี.ค. แสดงความเสียใจอย่างมากที่แจ้งข่าวร้ายเรื่องนี้แก่พนักงาน และคาดว่าจะมีการแต่งตั้งคณะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มาจัดการกับทรัพย์สินของบริษัทเพื่อใช้เงินคืนเจ้าหนี้

ขณะที่สายการบินโลว์คอสต์ในไทยอย่างแอร์เอเชีย โดยนายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เจ้าของสายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า มาตรการที่สายการบินทำอยู่ขณะนี้คือการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หลังเดือนกุมภาพันธ์จำนวนเที่ยวบินลดลงไปกว่า 7,000 กว่าเที่ยวบินแล้วและมีแนวโน้มจะปรับลดเพิ่มขึ้นอีกหากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาโควิด-19 ยังคงยืดเยื้อ

นอกจากนี้ ในส่วนของพนักงานที่มีราว 8,000 คน ยืนยันว่ายังไม่ได้มีการปรับลดพนักงานหรือให้พนักงานหยุดงานโดยไม่รับเงินเดือนแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่ามีการให้สลับหยุดบ้างและมีการตัดค่าใช้จ่ายบางส่วน แต่ยืนยันว่าทุกคนยังมีตำแหน่งงานอยู่ไม่ได้ปลดหรือลดคนแน่นอน

 

ด้านนายสถิระวัฒน์ พลนาค กรรมการผู้จัดการ สายการบินไทยเวียตเจ็ท กล่าวว่า ปัญหาไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสายการบินไทยเวียตเจ็ทเป็นอย่างมากทำให้ ต้องปรับลดความถี่เที่ยวบินและหยุดบินในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้อัตราการใช้เครื่องบินของบริษัทจำนวน 11 ลำ ลดลงจาก 12 ชั่วโมงต่อวัน เหลือ 8 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ก็ลดลงมาก

วิธีแก้คือ  เปิดเส้นทางบินใหม่ภายในประเทศไทยและเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียน ลดค่าโดยสาร สร้างความร่วมมือกับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ รวมถึงตัดลดต้นทุนและพยายามหมุนเวียนเครื่องบินในเส้นทางต่างๆ เพื่อไม่ให้เครื่องจอดนิ่ง พร้อมยืนยันว่ายังไม่มีมาตรการ การเลิกจ้าง หรือให้หยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง (Leave without Pay) ที่ส่งผลกระทบต่อพนักงานจำนวน 800 คน

ขอบคุณข้อมูล ไทยรัฐออนไลน์,ฐานเศรษฐกิจ

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: