Biznews

ไร้ผู้ป่วย 100 วัน “โควิด” ก็กลับมาใหม่ได้ บทเรียนสำคัญจาก “เวียดนาม”

เวียดนาม ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการจัดการโควิด – 19 ที่ได้รับการยกย่องไปทั่วโลก เพราะแม้จะเป็นหนึ่งในประเทศแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาคนี้ ซ้ำยังมีชายแดนติดต่อกับจีน และมีอัตราประชากรค่อนข้างหนาแน่น สูงถึง 97 ล้านคน แต่กลับจัดการโรคนี้ได้อยู่หมัด นับตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ทั้งเวียดนาม มีผู้ป่วยเพียง 418 คน โดยเป็นการติดเชื้อกันเองภายในประเทศ ไม่ถึง 300 คน อยู่ในลำดับที่ 161 ของโลก ไม่มีผู้เสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว

.
ในเวลานั้น หลายคนตั้งข้อกังขาว่า อาจเป็นเพราะประเทศสังคมนิยมแบบเวียดนามนั้นปิดข่าว ซ่อนตัวเลขที่แท้จริง และมีการระบาดไปทั่ว แต่จัดการใส่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ ให้ป่วยด้วยโรคอื่น
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายเดือน จำนวนเทสต์วิ่งขึ้นไปถึง 2.75 แสนเทสต์ (ของไทยเยอะกว่ามาก อยู่ที่ 6.85 แสนเทสต์) ซ้ำยังไม่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ และไม่มีการป่วยด้วยโรค “ปอดอักเสบ” อย่างผิดปกติเพิ่ม ก็สะท้อนชัดว่า เวียดนาม อาจ “เอาชนะ” โควิด – 19 ได้จริงๆ ด้วยการปิดชายแดนติดต่อกับจีนตั้งแต่เนิ่นๆ การเริ่มปิดเมือง ล็อกดาวน์พื้นที่ที่เป็น “จุดเสี่ยง” ทันที สกรีนคนที่เข้าผ่านทางสนามบินให้กักตัว 14 วัน ด้วยสถานกักตัวของรัฐ เป็นประเทศแรกๆ ของภูมิภาคนี้ ก็ทำให้โรคนี้เข้าไปไม่ถึงเมืองใหญ่ และทำให้เชื้อไวรัสไม่กระจายตัวออกไปทั่วประเทศ
.
ตัวอย่างสำคัญ ก็คือเมื่อโควิด – 19 เข้าไปในเขต ชอน ลอย ชานเมืองทางเหนือของฮานอย รัฐบาลเวียดนาม ก็สั่งปิดเขตพื้นที่ ห้ามเข้า – ออก จากจุดดังกล่าวอย่างเคร่งครัดทันที 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่เดือน ก.พ. ซึ่งในเวลานั้น แม้แต่ไทย ก็ยังไม่กล้าใช้วิธีดังกล่าว
.
นอกจากนี้ บทเรียนสำคัญจากโรคซาร์ส เมื่อ 16 ปีที่แล้ว ซึ่งเวียดนามมีผู้ติดเชื้อ 63 คน และมีผู้เสียชีวิต 5 คน ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าโรคซาร์สคืออะไร เพราะ “จีน” ปิดข่าว ก็ทำให้เวียดนามตั้งการ์ดสูงตั้งแต่ต้น ตั้งแต่วันที่ยังไม่มีการค้นพบว่าโรคนี้สามารถติดต่อจาก “คนสู่คน” ได้ ไม่รอคำแถลง ไม่รอหลักปฏิบัติอย่างเป็นทางการจากองค์การอนามัยโลก ซ้ำยังส่งเจ้าหน้าที่แบบ “หว่านแห” ลงไปทำ Contact Tracing ในทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ก็ทำให้เวียดนามตบ “กราฟ” ผู้ป่วยได้ทันที นับตั้งแต่ยังไม่ขึ้นสูง
.
เป็นเรื่องราวของความสำเร็จอันน่าทึ่ง สำหรับประเทศกำลังพัฒนา และมีจำนวนหมอ – บุคลากรสาธารณสุข และระบบสุขภาพ ที่อาจไม่ได้พร้อมเหมือนกับประเทศอื่น การหยุดโรคนี้ไว้ตั้งแต่ยังไม่มีผู้ป่วยมากนัก ได้ทำให้ระบบสาธารณสุขเวียดนาม สามารถรับมือได้แบบสบายๆ และเริ่มกระบวนการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศได้ก่อนใคร
.
ทำให้สถานการณ์ในเวียดนาม คล้ายกับใน “ไต้หวัน” อีกหนึ่งชาติที่ประสบความสำเร็จจากการตั้งการ์ดสูงตั้งแต่ต้น ทำให้ไม่มีปัญหาตามมา ทั้งเรื่องการขาดแคลนชุด PPE ขาดแคลนหน้ากาก หรือต้องเสริมเตียงเพื่อรับมือกับการระบาดขนาดใหญ่
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อประเทศอื่น เริ่มเผชิญกับการระบาดระลอกใหม่ เวียดนามก็ไม่ได้ต่างกัน วันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากครบ 100 วัน ที่ไม่มีผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศเลยแม้แต่คนเดียวนับตั้งแต่เดือนเม.ย. รมว.สาธารณสุขเวียดนาม ก็แถลงว่าพบ “เคสใหม่” จากการติดต่อภายในประเทศที่เมืองดานัง เป็น “คุณตา” วัย 57 ปี ที่ไม่มีประวัติเดินทางออกนอกประเทศ และใช้เวลาส่วนใหญ่เลี้ยงหลานอยู่ที่บ้าน
.
นั่นทำให้มาตรการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด ต้องหยิบขึ้นมาบังคับใช้อีกครั้ง รัฐบาลเวียดนามรีบแถลงให้คนเวียดนาม กลับมาใส่หน้ากากอนามัยครั้งใหญ่ ขณะเดียวกัน ก็เกิดความ “ตื่นตระหนก” ขึ้นในประเทศทันที ผู้คนจำนวนมากที่จองทริปไปเที่ยวดานัง เมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ – ธรรมชาติมากมาย ก็รีบแคนเซิลไฟลท์ แคนเซิลโรงแรมทันที เพราะเกรงว่าอาจต้องค้างเติ่งอยู่ในดานัง หรืออาจต้องกักตัว 14 วัน ก่อนกลับไปทำงาน..
.
สำหรับคุณตาวัย 57 คนดังกล่าวนั้น เริ่มด้วยอาการ “ไอ” และ “มีไข้” ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. ก่อนจะแอดมิตในโรงพยาบาลที่ดานัง วันที่ 20 ก.ค. โดยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค “ปอดบวม” พบสัญญาณป่วยด้วยอาการปอดอักเสบ ทั้งยังมีอาการของโรคระบบทางเดินหายใจค่อนข้างรุนแรง ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจทันที โดยโรงพยาบาลในดานัง ต้องขอให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญบินมาจากนครโฮจิมินห์ เพื่อรักษาผู้ป่วยรายนี้
.
โรงพยาบาล เทสต์โรคโควิด – 19 และให้ผลใกล้เคียงว่าเป็น “บวก” ตั้งแต่เริ่มแรก แต่ทั้งผู้บริหารโรงพยาบาล และกระทรวงสาธารณสุข ต่างก็ไม่มั่นใจกับผลดังกล่าว เพราะคุณตา ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ระบาด ไม่เคยเดินทางไปไหน มีการตรวจเชื้อซ้ำถึง 4 รอบ จนยืนยันผลว่ามีเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 จริง เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา สร้างความตกตะลึงให้กับทั้งประเทศ
.
เวียดนาม ต้องงัดมาตรการเดิมกลับมาใช้ใหม่ 50 ผู้สัมผัสที่ใกล้ชิดถูกแยกตัวออกมาทันที นอกจากนี้ ตัวเลขผู้สัมผัสทั้งหมด 103 คน ก็ถูกส่งตรวจเชื้ออย่างเร่งด่วน เบื้องต้น ผลออกมาเป็นลบ ขณะที่ ประชาชนอีกกว่า 1.2 หมื่นคน ในละแวกใกล้เคียง ถูกปิดกั้นพื้นที่ คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า ตามไปด้วย
.
แน่นอน เรื่องของคุณตาคนดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้อง “ปวดหัว” อีกครั้ง เพราะเวียดนามกำลังกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกำลังจะเปิดการเดินทางระหว่างประเทศในช่วงเวลาอันใกล้นี้ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งคาดกันว่าปีนี้เวียดนาม GDP ของเวียดนามจะโตเพียง 3.8% จากปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 7%
.
เรื่องทั้งหมด ยิ่งทำให้เห็นว่าโรคนี้ มีความ “ลึกลับ” อยู่ในตัวเอง และตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีน บทจะปรากฏเมื่อไหร่ แม้ประเทศนั้น จะจัดการได้ดีมากแค่ไหน ก็สามารถปรากฏขึ้นได้ โดยที่ไม่รู้ตัวทั้งนั้น
 
อ้างอิงจาก
 
https://www.scmp.com/news/asia/southeast-asia/article/3094708/vietnam-coronavirus-high-alert-after-first-local-infection
 
https://www.nytimes.com/2020/07/25/world/asia/coronavirus-vietnam.html
 
https://edition.cnn.com/2020/05/29/asia/coronavirus-vietnam-intl-hnk/index.html
 
 
Cr.Gossipสาสุข
Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: