Columnist

ไปรษณีย์ไทยกับไข่เค็ม

ไปรษณีย์ไทยกับไข่เค็ม

โดย…ธนก บังผล

จำความได้ว่าสมัยเรียนประถมต้องเขียนจดหมายส่งไปหาคน เลขที่เดียวกัน ชั้นเดียวกัน แต่ต่างโรงเรียน เพื่อให้เพื่อนคนนั้นเขียนจดหมายตอบกลับมา เป็นหลักสูตรการเรียนที่ผมคิดว่าทำให้คนรุ่นผมใช้ภาษาไทยได้ดี ทั้งเขียน อ่านและพูด

ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักจดหมาย แชทไลน์กันด้วยถ้อยคำที่ถูกตัดทอนลงมาเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการสนทนา แต่ผิดหลักภาษาไทย

พอเริ่มโตเป็นหนุ่มก็เขียนจดหมายส่งให้ผู้หญิงที่พึงพอใจ ส่งรูปถ่ายพร้อมข้อความสลักหลังภาพแทนใจให้กัน แล้วไปหย่อนลงที่ตู้ไปรษณีย์

บอกตามตรงว่าในความรู้สึกของผมไปรษณีย์ไทยเมื่อก่อนนั้นเป็นอะไรที่คลาสสิคมาก โตมาก็เริ่มห่างหายกับบริการไป จวบจนกระทั่งมาทำงานเป็นนักข่าว ซึ่งต้องสืบสวนสอบสวนไปตามหาบ้านเลขที่หรือไม่ก็บริษัทต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งบางบ้านก็ไม่ได้หากันง่ายๆ ต้องพึ่งพี่ๆไปรษณีย์ช่วยบอกทาง บางคนน่ารักบอกฟรี บางคนมีติดปลายนวมค่าวิชา 100 บาท

แล้วชีวิตผมก็ไม่มีอะไรมาข้องเกี่ยวกับไปรษณีย์ไทยอีก จนกระทั่งตำแหน่งสูงขึ้นมาเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว มีหน้าที่คัดเลือกข่าว หาคลิปข่าว ก็มาเห็นว่าบริการของไปรษณีย์ไทยนั้นน่าหวาดผวามากขนาดไหน อยากจะโยนก็โยน ข้าวของเละเทะไปหมด แม้กระทั่งบุรุษไปรษณีย์เองก็มีโยนข้าวของข้ามกำแพงบ้านเป็นคลิปข่าวมาแล้ว

จนกระทั่งล่าสุดผมได้สั่งไข่เค็มจากพี่ที่ออฟฟิศเก่าให้มาส่งที่เชียงใหม่ กำหนดถึง 7 พ.ย.ที่ผ่านมา แรกๆก็ไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเคยทดลองสั่งมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วก็มาถึงในสภาพบอบช้ำพอสมควร คราวนี้สั่งเพิ่มมากขึ้นเพราะมีประสบการณ์แต่ปรากฏว่าตกบ่ายๆ บุรุษไปรษณีย์มาหาที่บ้านบอกว่าทำพัสดุหาย

พอเห็นหน้าผมปุ๊บ เขาก็ถามผมเลยว่าข้างในพัสดุเป็นอะไร ผมก็บอกว่าไข่เป็ดสั่งมาจากกรุงเทพ เขาถามอีกว่ามูลค่าเท่าไหร่ ผมก็บอกไปตามจริงที่โอนเงินไปให้ แล้วเขาก็บอกว่าไม่รู้พัสดุนั้นหายไปไหน

เขาย้ำว่าทีแรกเอามาแล้วจากที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่งใน อ.สันทราย เพื่อมาส่งที่บ้าน ระหว่างนั้นพัสดุของผมก็หายไป เขาบอกว่านึกว่าลืมไม่ได้เอาออกมาจากที่ทำการไปรษณีย์ แต่เมื่อกลับเข้าไปเช็คอีกรอบก็รู้ว่าหาย น่าจะตกหายระหว่างทาง

เขาขอโทษและขอความเห็นใจจากแม่ผม ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจอะไร คือถ้าหายก็มาบอกกันอย่างนี้ถูกแล้วครับ ไม่ใช่หายทั้งของทั้งคน แต่ติดตรง ที่ว่าเขาเผลอหลุดบอกว่าเคยทำของหายอย่างนี้ครั้งหนึ่ง เป็นสร้อยทอง 2 สลึง โชคดีมีคนเก็บพัสดุคืนไปรษณีย์

ผมรู้สึกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ปกติแล้ว เขาขอเวลา 2 วัน ถ้าเผื่อมีคนเก็บพัสดุได้แล้วเอาไปคืนไปรษณีย์ เขาจะรีบมาส่ง แต่ถ้า 2 วันแล้วยังหายเขาจะชดใช้เป็นเงินให้ผม

มีเรื่องที่บุรุษไปรษณีย์คนนี้ไม่เข้าใจซึ่งผมคิดว่าสำคัญมากนะครับ การสั่งไข่เค็มของผมไม่ใช่มาจากหลงใหลในรสชาติใดๆ จะหาซื้อมาคืนผมก็ไม่เหมือนเดิม แต่มันคือการรับส่งความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง การได้อุดหนุน สนับสนุนพรรคพวกพี่น้องให้ทำมาหากิน เป็นการถนอมและรักษาความสัมพันธ์อย่างหนึ่งแม้จะอยู่ไกล ผมก็ถึงได้อาศัยไปรษณีย์ไทยเป็นตัวกลาง มันไม่ใช่แค่ไข่เค็มในตลาดวโรรสที่ขับรถไปซื้อมาก็ได้

การที่คนๆหนึ่งลาออกจากงานประจำมารักษาร่างกายต่างจังหวัดไม่มีอาชีพและรายได้มั่นคงใดๆ เงินแต่ละบาทที่ได้จากงานเขียนยังพอแบ่งปันไปซื้อความสุขให้ตัวเองนั้น ผมคิดว่าบุรุษไปรษณีย์ควรจะมีหัวใจมากกว่านี้ ของหายแล้วเอาเงินมาชดใช้นั้นผมว่าไม่ใช่ทางที่ถูกต้อง

ผมถามหน่อยว่าถ้าในพัสดุนั้นเป็นกุญแจบ้านซึ่งมีพวงเดียว แล้วไปรษณีย์สะเพร่าทำหายไป ใครเดือดร้อนครับ

ไปรษณีย์ไทยเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2423 หรือเกือบจะ 140 ปีแล้วการบริหารแบบรัฐวิสาหกิจเพื่อสู้กับเอกชน รวมทั้งการบริการที่ผ่านมาผมว่าถึงเวลาที่ต้องยกเครื่องใหม่กันหมดแล้วครับ เอกชนหลายแห่งทำกิจการขนส่งขึ้นมาแข่งแล้วไปได้ดีเสียด้วย เนื่องจากนำข้อด้อยของไปรษณีย์ไทยมาเป็นจุดแข็งจุดขาย

เกิดมาผมเคยได้ยินของหายระหว่างทางนี่ละครับ คือพัสดุตกก็คือตก ตกก็เก็บได้ต้องรู้ว่าตก แต่นี่บอกหาย แล้วความหวังในไข่เค็มผมก็ถูกโยนให้ไปอยู่ในชะตาชีวิตใครก็ไม่รู้ ที่จะเก็บได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ เก็บได้แล้วจะคืนหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตกไปแล้วจะแตกเละเหมือนที่ผ่านมาหรือเปล่าก็ไม่รู้

คิดแค่นี้ผมว่าไปรษณีย์ไทยก็เหนื่อยแล้วละครับ

โชคดีของไปรษณีย์ไทยคือธุรกิจนี้ยังคงต้องอาศัย “คน” ในการส่งของและยากมากหากจะนำเครื่องจักรมาแทนที่ทั้งหมด แต่โชคร้ายคือดันมีคนทำของหายระหว่างทางนี่สิครับ

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: