Foreign news

‘ไบเดน’ เผยแผนยุทธศาสตร์ชาติ ‘รับมือโควิด-19’

ซินหัว รายงานว่า  เมื่อวันพฤหัสบดี (21 ม.ค.) โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติเพื่อรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในห้วงยามสหรัฐฯ ยังคงครองสถิติยอดผู้ป่วยสะสมและผู้ป่วยเสียชีวิตพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง

“แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติของเรามีความครอบคลุม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาตร์ ไม่ใช่การเมือง มันตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การปฏิเสธความจริง และมีความละเอียดลออ” ไบเดนกล่าวในวันแรกของการทำงานที่ทำเนียบขาว

ไบเดนลงนามคำสั่งประธานาธิบดีหลายฉบับ ซึ่งประกอบด้วยการปรับปรุงห่วงโซ่อุปทานเพื่อรับมือโรคระบาด การคุ้มครองชีวิตแรงงานสาธารณสุข การรับมือโรคระบาดอย่างเท่าเทียม การส่งเสริมการเดินทางที่ปลอดภัย และการขยายการรักษาโรคโควิด-19

“เราไม่ได้เผชิญวิกฤตครั้งนี้เพียงชั่วข้ามคืน มันจะต้องใช้เวลานานหลายเดือนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ แต่ผมขอพูดอย่างชัดเจนว่าเราจะรอดพ้นจากวิกฤตนี้ไปได้” ไบเดนกล่าว

การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 เป็นพันธกิจสำคัญของไบเดนในวันแรกที่เข้าทำงาน หลังร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 ในวันพุธ (20 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯ มีผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมเกิน 24 ล้านราย และผู้ป่วยเสียชีวิตมากกว่า 400,000 ราย

สหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศร่ำรวยที่สุดในโลก ยังคงเป็นประเทศที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 หนักที่สุด โดยยอดผู้ป่วยสะสมของสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 25 ของยอดผู้ป่วยทั้งหมดทั่วโลก และยอดผู้ป่วยเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 20 ของยอดผู้ป่วยเสียชีวิตทั่วโลก

เมื่อวันพุธ (20 ม.ค.) สหรัฐฯ ตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เสียชีวิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,383 ราย และปัจจุบันมีผู้ป่วยใหม่เฉลี่ยราว 194,000 รายต่อวัน และผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเฉลี่ย 3,000 รายต่อวัน

คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่าการขาดแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติภายใต้การบริหารของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้รัฐและเมืองต่างๆ ส่วนใหญ่ถูกปล่อยให้ต่อสู้กับโรคระบาดเพียงลำพัง ขณะการแบ่งขั้วทางการเมืองและการปฏิเสธหลักวิทยาศาสตร์ได้ขัดขวางการควบคุมโรคระบาด

แผนยุทธศาสตร์ของไบเดนเริ่มด้วยโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ระดับชาติ ซึ่งตั้งเป้าหมายฉีดวัคซีน 100 ล้านโดส (สัดส่วน 2 โดสต่อคน) ภายใน 100 วันแรกของการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศคนใหม่

ไบเดนกล่าวว่าโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ เป็น “ความผิดพลาดอันน่าหดหู่” ขณะยอดผู้ป่วยเสียชีวิตภายในประเทศอาจแตะ 500,000 ราย ในเดือนกุมภาพันธ์ และยอดผู้ป่วยสะสมจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ ระบุว่ารัฐบาลทรัมป์วางแผนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้ชาวอเมริกัน 20 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2020 แต่มีวัคซีนถูกฉีดเพียง 12.28 ล้านโดส เมื่อนับถึงวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา

ดร. แอนโทนี เฟาซี ที่ปรึกษาด้านโรคโควิด-19 คนสำคัญของไบเดน เผยกับสื่อมวลชนเมื่อวันพฤหัสบดี (21 ม.ค.) ว่าอัตราการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ จะอยู่ที่หนึ่งล้านโดสต่อวันในเร็วๆ นี้

“สถานการณ์จะยังคงแย่ลงต่อไปก่อนที่จะดีขึ้น” ไบเดนกล่าว หลังจากลงนามคำสั่งประธานาธิบดีชุดหนึ่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการ “ชักชวนสวมหน้ากากอนามัย 100 วัน” โดยคำสั่งดังกล่าวกำหนดให้ลูกจ้างของรัฐบาลและบรรดาผู้รับเหมาสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างทางกายภาพภายในบริเวณอาคารและที่ดินของรัฐบาลทั้งหมด

หลังจากหนึ่งปีที่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 การสวมหน้ากากอนามัย ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่าเป็นหนึ่งในวิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้กลายเป็นประเด็นที่ชาวอเมริกันมีความเห็นแตกต่างกัน

ทั้งนี้ เมื่อนับถึงวันที่ 19 ม.ค. มี 37 รัฐในสหรัฐฯ ที่กำหนดให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะเพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับเขตปกครองพิเศษโคลัมเบียและเปอร์โตริโก

 

ที่มา  สำนักข่าวซินหัว

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: