Biznews

“ไทยรัฐ-เดลินิวส์” ฝ่า “วิกฤตซ้อนวิกฤต”

สะเทือนวงการสื่ออีกครั้ง เมื่อปรากฏข่าว “ไทยรัฐ-เดลินิวส์” ยักษ์สิ่งพิมพ์หัวสียอดนิยมรายใหญ่ของไทยมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในด้วยการเตรียมปรับลดพนักงานเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ท่ามกลางพายุ Digital disruption และไวรัสโควิด-19 

 

ดร. มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา และอาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สะท้อนภาพสถานการณ์การดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของวงการสื่อไทย ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ และทวิตเตอร์ @dr_mana เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ไว้น่าสนใจ ดังนี้

————

ปี 2020 เป็นปีที่คนสื่อ โดยเฉพาะคนทำหนังสือพิมพ์ต้องจดจำไปอีกนาน เพราะต้องผจญกับภาวะ “วิกฤตซ้อนวิกฤต”

วิกฤตแรกเป็นของเก่าที่ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน อาจเรียกรวมๆว่าเป็นผลพวงของ “Digital disruption”

เมื่อการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนผ่านโฉมหน้าภูมิทัศน์สื่อ ส่งผลให้พฤติกรรมการเสพรับข้อมูลข่าวสารของคนเราเปลี่ยนแปลงไปด้วย

วันนี้ คนจำนวนมากไม่ยอมเสียเงินเพื่อซื้อข้อมูลข่าวสารจากสื่อหนังสือพิมพ์อีกต่อไป เนื่องเพราะพวกเขาสามารถหาเสพข้อมูลข่าวสารเหล่านั้นได้จากอินเตอร์เน็ท

มันทั้งเร็ว ฟรี และไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างจากสื่อเดิม

ข่าววันนี้:ความลับจากหมอฟัน-ทำให้ฟันขาวขึ้นและกำจัดฟันผุที่บ้านได้
Beauty&care

“แรมโบ้” ยันคำพูด “ฌอน บูรณะหิรัญ” บิ๊กป้อม เป็นผู้ใหญ่จิตใจดี
ระดมสมองนักปรับปรุงพันธุ์ข้าวแก้เกมชิงตลาดโลก
“หมอวรงค์”บอก อีกไม่นานเกินรอ เปิดตัวกลุ่มการเมือง

แหล่งรายได้หลักที่เคยได้จากเม็ดเงินโฆษณาก็ลดน้อยลงตามจำนวนยอดคนอ่านหนังสือพิมพ์ เพราะบริษัทห้างร้านต่าง ๆหันไปเทงบโฆษณาลงในสื่อออนไลน์แทน

ทำให้องค์กรสื่อหนังสือพิมพ์หลายแห่งจำต้องปิดตัว หลายแห่งต้องปลดพนักงาน

ในขณะที่วิกฤตแรกยังเดือดระอุ คนสื่อยังต้องเผชิญกับวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคร้าย “โควิด-19” กระหน่ำซ้ำเติม เมื่อรัฐบาลจำเป็นต้องชะลอการเคลื่อนไหวของผู้คนในประเทศ มีการประกาศชัดดาวน์ เคอร์ฟิว หยุดการทำงานในสถานประกอบการหลายแห่ง โดยให้ Work from home แทน

เมื่อองค์กรธุรกิจได้รับผลกระทบจากโรคร้าย ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาที่เคยเจียดมาให้สื่อสิ่งพิมพ์และอุตสาหกรรมสื่อดั้งเดิมยิ่งลดน้อยลง บางธุรกิจถึงกับประกาศงดใช้เงินโฆษณาในช่วงวิกฤต

รายได้เสริมของสื่อที่เคยได้จากการจัดงานอีเวนท์ งานทัวร์ งานกิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ ก็ถูกตัดตอน เพราะไม่สามารถจัดกิจกรรมรวมคนจำนวนมากในช่วงระยะเวลานี้

สื่อส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการทำข่าว แต่บางแห่งเลือกใช้วิธีปิดกิจการ หรือปลดพนักงานเพิ่มขึ้น

พลิกดูหน้าสื่อหนังสือพิมพ์ หรือเปิดเสพข่าวสารในสื่อทีวี วิทยุในช่วงนี้ เราแทบจะไม่เจอข่าวเชิงสืบสวน ขุดคุ้ยทุจริต คอรัปชัน หรือตีแผ่เจาะลึกปัญหาสังคม เพราะข่าวประเภทนี้ต้องใช้ต้นทุนสูงทั้งเม็ดเงิน และกำลังคน

ในช่วงวิกฤตผู้คนยิ่งกระหายข้อมูลข่าวสาร เจาะลึก แต่สื่อบางแห่งกลับละเลยการกรองข้อมูลข่าวสาร เน้นขายความตื่นเต้น เร้าใจ จนบางครั้งละเลยต่อกรอบจริยธรรมสื่อมวลชน กลายเป็นแหล่งช่วยแพร่กระจายข่าวปลอม ข่าวลือเสียด้วยซ้ำ

นั่นอาจนำมาซึ่งวิกฤตที่หนักหน่วงกว่าสองวิกฤตแรก

เพราะเป็น “วิกฤตศรัทธา” ต่อความน่าเชื่อถือของสื่อไทยโดยภาพรวม

#เปรยตามสายลม

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ จะมีการจ้างพนักงานออก 50 % ของจำนวนทั้งหมด โดยจะมีการจ่ายเงินเยียวยาตามกฎหมายกำหนด

ขณะที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่มีข่าวปรับเปลี่ยนผู้บริหาร โดยนายประชา เหตระกูล จะลาออกจากตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร เปิดทางให้ประภา เหตระกูล เข้ามาบริหารแทน

การเคลื่อนไหวดังกล่าว จึงเป็นที่จับตาว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงภายในกองบรรณาธิการข่าว รวมถึงการปรับลดคนด้วยหรือไม่…..

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: