Biznews

ได้เวลาค้าปลีกรวมใจ เปิดพื้นที่ ‘ฉีดวัคซีน’ ช่วยภาครัฐ สู้วิกฤตโควิดระลอกใหม่

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้คงหนีไม่พ้นการฉีดวัคซีน ที่ทางภาครัฐจำเป็นต้องดึงเอกชน อย่างธุรกิจค้าปลีก และภาคอื่นๆ เข้าร่วม เพื่ออาศัยทรัพยากรและความเชี่ยวชาญมาสนับสนุนด้านสถานที่สำหรับฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีก ได้เสนอตัวให้ความช่วยเหลือรัฐบาลในการฝ่าวิกฤต COVID-19 ระลอกใหม่ด้วยการเสนอตัวให้ใช้พื้นที่ภายในศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้าในการเป็นจุดให้บริการฉีดวัคซีน เพื่อให้กระจายเข้าถึงประชาชนได้ทั่วประเทศ

 

นำร่องโดยกลุ่ม “เซ็นทรัลพัฒนา” หรือ CPN ในการใช้ 23 ศูนย์การค้าเพื่อรองรับการฉีดวัคซีน

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาล ใช้พื้นที่ศูนย์การค้าเป็นศูนย์กลางกระจายการฉีดวัคซีนให้ประชาชน โดยได้ดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง และเซ็นทรัล สมุย พร้อมเต็มที่ในการร่วมมือกับภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวช้องในทุกจังหวัด เพื่อฉีดวัคซีนให้ประชาชนในศูนย์การค้าเซ็นทรัลอีกหลายสาขา

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญ เซ็นทรัลพัฒนาจึงโฟกัสในสิ่งที่เราสามารถดำเนินการได้เต็มที่ด้วยหลัก ‘ร่วมมือ-รุกเร็ว-เป็นระบบ’ นั่นคือ หลังจากที่เราประกาศแผน โรดแมปเร่งด่วนในการช่วยกระจายพื้นที่ฉีดวัคซีน ด้วยการเสนอให้ใช้พื้นที่ศูนย์การค้าของเรา 23 สาขา (จากทั้งหมด 33 สาขาทั่วประเทศ) ที่มีศักยภาพเป็น Provincial Vaccination Centers นั้น เราได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานท้องถิ่น และโรงพยาบาลในหลายจังหวัดในการใช้พื้นที่ศูนย์การค้าเป็นพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีน

โดยล่าสุด เซ็นทรัล สมุย ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 4 จุดที่ให้บริการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ให้กับประชาชนบนเกาะสมุย เมื่อวันที่ 23-27 เม.ย. 64 โดยมีเจ้าหน้าที่ของภาครัฐและเอกชน สลับหมุนเวียนกันมาให้บริการ อาทิ โรงพยาบาลเกาะสมุย, โรงพยาบาลกรุงเทพ สมุย, และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวสมุย ซึ่งเราได้นำเอาต้นแบบการใช้พื้นที่ศูนย์การค้าเป็นพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนไปก่อนหน้านี้แล้วที่เซ็นทรัล ระยอง เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถนำไปปรับใช้กับศูนย์การค้าในจังหวัดอื่นๆ ได้ทันที ในขณะเดียวกัน เราพร้อมให้ความร่วมมือภาครัฐในการดำเนินการในศูนย์การค้าที่มีศักยภาพ อาทิ จังหวัดนนทบุรี ที่เราพร้อมเสนอให้ใช้พื้นที่ 3 สาขาที่เรามี ได้แก่ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัล เวสต์เกต เป็นต้น

“อีกส่วนหนึ่งที่เราปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนไปพร้อมกันคือ การให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการฉีดวัคซีนให้กับพนักงานบริษัทและร้านค้าในศูนย์การค้า โดยเรานำร่องฉีดวัคซีนให้พนักงานที่บริการลูกค้าแล้วที่เซ็นทรัล ภูเก็ต พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายชัดเจนที่จะดำเนินการให้ 85% ของพนักงานได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มภายในกลางเดือน พ.ค. 64 นี้ ซึ่งเป็นอัตราที่จะช่วยสร้าง Herd Immunity หรือภูมิคุ้มกันหมู่ภายในศูนย์การค้าเป็นแห่งแรกของไทย และจะขยายผลไปสู่การผลักดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัดต่อไป” นางสาววัลยากล่าว

 

ด้านเซ็นทรัล รีเทล ร่วมกับสภาหอการค้าไทย ได้ผนึกธุรกิจในเครือในการเสนอต้นแบบ และพื้นที่ในเครือทั้งหมด 109 แห่ง ในการให้บริการฉีดวัคซีนเช่นกันโดยคาดว่าในแต่ละพื้นที่ จะสามารถให้บริการฉีดวัคซีนได้ประมาณ 1,500 – 2,000 คนต่อวัน

 

ขยับมาที่ฝั่งไฮเปอร์มาร์เก็ตก็ให้ความร่วมมือด้วย เริ่มที่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี  เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ธุรกิจภายใต้อาณาจักรของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี กลายเป็นรายล่าสุดที่ได้ออกมาให้การสนับสนุนในการต่อสู้กับโรคโควิด-19

“กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เรามีความพร้อมที่จะให้การช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังอย่างบูรณาการ เพื่อร่วมผ่านพ้นท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้ไทยสามารถกลับมาเปิดประเทศไทยได้โดยเร็ว” อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี กล่าว

 

โดยร่วมมือสนับสนุน Team A: Distribution and Logistics ทีมสนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีน และ Team D: Extra Vaccine Procurement ทีมจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม ดังนี้

Team A: Distribution and Logistics: บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายละเอียดการสนับสนุน

1. สนับสนุนพื้นที่ฉีดวัคซีนในบิ๊กซีทั่วประเทศ จำนวน 54 สาขา

2. สนับสนุนพื้นที่ฉีดวัคซีนในศูนย์กระจายสินค้า (ธัญบุรี)

3. รวบรวมและจำหน่ายวัคซีนหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ไปยังสถานที่ฉีดวัคซีน

4. ตรวจสอบและดูแลการเคลื่อนไหวของวัคซีนและบุคลากร

5. สนับสนุนชุดอาหารสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลในพื้นที่โครงการ

6. อำนวยความสะดวกในการกำจัดขยะ

7. สนับสนุนเต็นท์สำหรับประชาชนที่เข้าคิว

8. สนับสนุนเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวก ได้แก่ ดูแลและอำนวยความสะดวกการจราจร และดูแลและอำนวยความสะดวกในพื้นที่โครงการ

9. สื่อประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเรื่องของโครงการ ได้แก่ ช่องทางทีวี, สื่อออนไลน์ของทางบิ๊กซีทั้งหมด ได้แก่ Big C Website, Big C LINE, LINE LAP และ Big C Facebook, โบรชัวร์ที่ทางบิ๊กซีจัดพิมพ์, เสียงตามสายในห้างบิ๊กซี, วิทยุท้องถิ่น และ รถแห่

10. ป้ายสื่อโฆษณาโครงการทั้ง 54 สาขาที่เป็นพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ป้าย Outdoor Standee เพื่อแจ้งเรื่องของโครงการ, ป้าย Indoor Standee เพื่อแจ้งจุดบริการและขั้นตอนการฉีดวัคซีน และป้าย Building Banner เพื่อแจ้งเรื่องของโครงการ

Team D: Extra Vaccine Procurement: บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายละเอียดการสนับสนุนคือ

1. สนับสนุนการจัดเก็บวัคซีนในคลังสินค้าที่ได้รับการรับรองจาก GSDP

2. สนับสนุนการกระจายวัคซีน สำหรับการฉีดวัคซีนไปยังสถานที่ที่กำหนด

3. เป็นตัวแทนในการนำเข้าวัคซีนที่เป็นตัวเลือกจากหลายบริษัท

4. อาสาสมัครเภสัชกร 20-30 คน เพื่อให้ข้อมูลวัคซีนแก่ประชาชนทางโทรศัพท์และ สถานที่ฉีดวัคซีน

5. ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขและองค์การเภสัชกรรม ในการจัดหาวัคซีน ทางเลือกที่ดีและมีคุณภาพ

6. ติดต่อโรงงานผลิตวัคซีน และขอความช่วยเหลือตัวแทนในประเทศต่างๆ ในการจัดหาวัคซีนทางเลือกมาใช้ในประเทศ

ฝั่ง “โลตัส” สนับสนุนการกระจายฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศ โดย “โลตัส สาขามีนบุรี” นำร่องเป็น 1 ใน 14 สถานที่ในกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นจุดฉีดวัคซีน สามารถรองรับประชาชนได้ 1,000 คนต่อวันพร้อมเสนอสาขาใหญ่อีก 50 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการฉีดวัคซีนได้อย่างสะดวก

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจโลตัส ประเทศไทย กล่าวว่า โลตัส ได้เสนอพื้นที่ 50 สาขาทั่วประเทศเป็นสถานที่ฉีดวัคซีน ซึ่งสาขาขนาดใหญ่ของเรามีความพร้อมและเหมาะสม เพราะมีพื้นที่กว้างขวางทั้งภายในและภายนอกอาคาร ทำให้สามารถบริหารจัดการไม่ให้มีความแออัด นอกจากนั้น ยังเดินทางมาสะดวก รวมทั้งเรายังมีเพื่อนพนักงานที่สามารถให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ โดยในเบื้องต้น โลตัส สาขามีนบุรี ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 14 สถานที่สำหรับนำร่องฉีดวัคซีนในกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะสามารถเริ่มต้นดำเนินการได้ในเดือนมิถุนายนนี้ นอกเหนือจากคณะทำงานทีม A สนับสนุนการกระจายและฉีดวัคซีนแล้ว โลตัส ยังสนับสนุนคณะทำงานทีม B เพื่อใช้สื่อและช่องทางของเราทั้งออนไลน์และในสาขาทั่วประเทศช่วยสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนให้กับลูกค้าและประชาชนอีกด้วย

 

นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านการฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว โลตัส ยังได้ให้การช่วยเหลือลูกค้า ประชาชน และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้

-ให้ความร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขยายเวลาแคมเปญราคามหาชน ตัดและตรึงราคาสินค้าที่จำเป็นต่อค่าครองชีพ 180 รายการ จนถึง 30 มิถุนายน 2564 ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าอาหารสด และอาหารพร้อมทาน นำมาตัดและตรึงราคา ที่โลตัสสาขาใหญ่และสาขาเล็กกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ และโลตัส ช้อปออนไลน์ เพื่อช่วยลดภาระ และบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่นี้

-บริจาคสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้กับโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาล ชุมชน และจุดคัดกรองกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ และเปิดตัวโครงการ “สะพานบุญ” ให้ลูกค้าและประชาชนผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมบริจาคสิ่งของให้โรงพยาบาลสนามได้ โดยสั่งสินค้าออนไลน์ผ่านโลตัส และจัดส่งฟรีให้กับโรงพยาบาลสนามทุกวัน

-ร่วมมือกับ SCGP เปิดจุดรับกล่องและลังกระดาษในโลตัส สาขาใหญ่ทุกสาขา เพื่อนำมารีไซเคิลเป็นเตียงสนามกระดาษ SCGP นำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ
เพิ่มปริมาณการรับซื้อผักและผลไม้จากเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ไม่สามารถส่งออกสินค้าได้

-สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จัด “มุมสินค้า SME ไทย ถูกใจมหาชน” ในสาขา เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพ นอกจากนั้น ยังเตรียมจัด SME online business matching ทุกเดือน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME เจรจาการค้าโดยตรงกับทีมงานโลตัส เพื่อจำหน่ายสินค้าผ่านสาขาทั่วประเทศและช่องทางออนไลน์

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: