Biznews

​กุญแจสำคัญการสนับสนุน’ย้ายออกจากเมืองใหญ่’ อย่างยั่งยืน

​การระบาดของโควิด-19 และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลต่อรูปแบบการทำงานและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ “กระแสการใช้ชีวิตในต่างจังหวัด” นับเป็นหนึ่งใน Mega Trends ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร

สาเหตุการย้ายออกจากเมืองใหญ่ในต่างประเทศ
ในสหรัฐฯ[1] [2] [3] โควิด-19 เป็นตัวเร่งให้เห็นกระแสการย้ายถิ่นฐานชัดเจนขึ้น บลูมเบิร์ก[4] รายงานว่า มีประชากรกว่า 28% ต้องการย้ายออกจากนครนิวยอร์ก ซึ่งในกลุ่มนี้ 71% เป็นผลจากวิกฤตโควิด-19 ในอังกฤษ[5] [6] ประชากรที่ทำงานในเมืองใหญ่ของอังกฤษ 27% ทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) มาตั้งแต่โควิด-19 ระบาดระลอกแรก และส่วนใหญ่ยังไม่ต้องการย้ายกลับเข้าเมืองใหญ่ และกว่า 25% ต้องการ WFH ตลอดไป เพราะค่าใช้จ่ายในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะค่าเช่าที่พักอาศัยมีราคาแพงกว่า และไม่สะดวกสบายเท่าเมืองรอง ส่วนในญี่ปุ่น[7] [8] รัฐบาลสนับสนุนการย้ายถิ่นของประชากรออกจากเมืองหลวงเพราะต้องการลดความแออัดในเมืองหลวง (ดูรูป 1)

ในอดีตเมื่อโลกเผชิญกับวิกฤตการณ์สาธารณสุขหรือเศรษฐกิจ จะมีกระแสประชากรย้ายออกจากเมืองใหญ่เพื่อหนีโรคระบาดและการว่างงาน เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ คลื่นมหาชนมักย้ายกลับสู่เมืองใหญ่อีกครั้ง ต่างจากปัจจุบันที่ประชากรเรียนรู้ว่า เราสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ซื้อสินค้าออนไลน์ และสร้างความบันเทิงให้ชีวิตผ่านอุปกรณ์ดิจิทัล ทำให้คาดว่าตัวเลขประชากรที่จะย้ายกลับเข้าเมืองใหญ่ จะน้อยลงกว่าวิกฤตการณ์ในอดีตมาก

โดยปัจจัยสนับสนุนร่วมที่ทำให้ประชากรย้ายออกจากเมืองใหญ่ในต่างประเทศ ได้แก่ นโยบาย Work from Home (WFH) และ Work from Anywhere (WFA) ขององค์กร ค่าครองชีพ ราคาที่อยู่อาศัยของเมืองปลายทางที่ต่ำกว่า และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ เมืองที่ย้ายไปมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะเทคโนโลยีที่รองรับ WFH เป็นกุญแจสำคัญ

รูป 1: ปัจจัยสนับสนุนการย้ายถิ่นฐาน: กรณีศึกษาในต่างประเทศ

มองต่างประเทศ…เหลียวมองดูไทย
ปี 2563 ไทยพบเทรนด์การย้ายออกจากเมืองใหญ่เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่เป็นการกลับถิ่นฐานของแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ขณะที่กลุ่ม WFH และ WFA เริ่มมีให้เห็นบ้าง อาทิ บริษัทข้ามชาติ และองค์กรระหว่างประเทศ เช่น Ipsos IMF และ ADB บางบริษัทเอกชนในไทยก็มีการนำนโยบาย WFA มาใช้อย่างถาวร เช่น SCB และแสนสิริ เป็นต้น

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ปี 2563 มีผู้ย้ายถิ่น 1.05 ล้านคน เพิ่มขึ้น 60% จาก 6.6 แสนคนในปี 2562 โดยลักษณะการย้ายถิ่นปี 2563 คล้ายคลึงกับปี 2562 แต่มีจำนวนคนย้ายถิ่นมากกว่า โดยภาคอีสานและภาคเหนือมีอัตราการย้ายเข้ามากกว่าการย้ายออก ส่วนใหญ่ย้ายมาจากกรุงเทพฯ ขณะที่กรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคใต้ มีอัตราการย้ายออกมากกว่าย้ายเข้า ทั้งนี้ กรุงเทพฯ มีอัตราการย้ายออกมากกว่าย้ายเข้าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มีผลการศึกษา[9] ชี้ว่าประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ย้ายถิ่นมีวัตถุประสงค์ด้านการงาน สอดคล้องกับผลสำรวจด้านอาชีพ ที่พบว่าผู้ย้ายถิ่นส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอาชีพที่ใช้ทักษะปานกลางและต่ำ คือ อาชีพงานบริการและอาชีพพื้นฐาน (ร้อยละ 44) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากวิกฤตโควิด-19 รายงานของ ILO พบว่าเทรนด์นี้เกิดขึ้นทั่วโลกเช่นกัน

ภูมิภาคไทยควรเตรียมพร้อมรับกระแสนี้อย่างไร?
กรณีของไทยยังไม่เห็นการย้ายออกจากเมืองใหญ่ที่ชัดเจนนักเมื่อเทียบกับ 3 ประเทศข้างต้น อย่างไรก็ดี ในระยะยาวเชื่อว่าบริบทของสังคมไทยจะเปลี่ยนตามวิถีใหม่นี้มากขึ้น โดยภูมิภาคของไทยจะมีความพร้อมมากขึ้น หากไทยเร่งปรับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 4 ด้าน เพื่อรองรับกระแสการย้ายออกจากเมืองใหญ่นี้ในอนาคต ดังนี้

รูป 2: Digital Evolution Momentum ปี 2563[10]

1. ด้านคมนาคมและสื่อสาร ไทยควรต่อยอดศักยภาพปัจจุบัน จากผลการสำรวจความสามารถด้านดิจิทัลของ Mastercard และพันธมิตร ในปี 2563[11] พบว่าไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศอุบัติใหม่และมีศักยภาพพัฒนาเป็นกลุ่มโดดเด่น พบว่า อินเทอร์เน็ตในไทยมีความความครอบคลุมในทุกพื้นที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2563 การใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจากปีก่อนในทุกภูมิภาค และมีจำนวนชั่วโมงใช้งานใกล้เคียงกันในทุกพื้นที่ (ดูรูป 2)

2. ด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัยในภูมิภาค ค่าเช่าสำนักงาน และอัตราค่าแรงขั้นต่ำ มีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่

3. ด้านสาธารณสุขไทยอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากดัชนี Human Development Index (HDI) ของ UN แม้สัดส่วนแพทย์ 1 คนต่อจำนวนประชากรในภูมิภาคจะยังอยู่ในระดับต่ำกว่าเมืองใหญ่

4. ด้านการศึกษาในภูมิภาค แม้คุณภาพเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ยังต่ำกว่า (โดยคะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-Net ระดับมัธยมปลาย ปี 2562 ภูมิภาคมีคะแนนใกล้เคียงกันแต่จะต่ำกว่ากรุงเทพฯ) แต่ไทยมีจุดแข็งคือ มีหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษากระจายอยู่ทั่วประเทศที่ช่วยพัฒนาทักษะและฝีมือทางอาชีพให้กับประชาชนผู้ที่สนใจ

การเสริมต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 4 ด้านให้มีกระจายทั่วถึงและมาตรฐานใกล้เคียงกันทั้งประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญการสนับสนุนการย้ายออกจากเมืองใหญ่อย่างยั่งยืน ช่วยลดความจำเป็นในการย้ายถิ่นฐานไปศึกษาหรือทำงานในเมืองใหญ่ เมื่อทุกเมืองมีความเจริญเท่าเทียมกันก็จะนำไปสู่การกระจายการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาสของประชาชนในภูมิภาค รวมทั้งลดความแออัด และปัญหาทางสังคมจากการกระจุกตัวในเมืองใหญ่ได้

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: