Bizlifestyle

ไขคำตอบ ‘ม้า อรนภา กฤษฎี’ ฉันผิดอะไร!!!

       “ม้า อรนภา กฤษฎี” ในวัยย่างเข้าสู่ปีที่ 67 หลังจากประกาศยุติการทำงานในวงการบันเทิงมาเกือบ 9 เดือน ด้วยเหตุผลว่าไม่สบายใจและไม่สะดวกใจ จากการแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กด้วยคำที่ไม่สุภาพ มาออกรายการ “แฉ” ทางช่อง GMM25 อีกครั้ง

ในวันที่ ม้า อรนภา หยุดทำหน้าที่พิธีกรรายการ 3 แซ่บ ทางบริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ ผ่านเว็บไซต์ ว่า       “สืบเนื่องจาก เหตุการณ์ คุณม้า-อรนภา คอนเม้นท์เฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม ขณะนี้ คุณม้า-อรนภา มีความไม่สบายใจและไม่สะดวกใจ จึงขอหยุดทำหน้าที่พิธีกรในรายการ “3แซ่บ” ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน (2563) นี้บริษัท โพลีพลัสฯ ขอเคารพสิทธิ์การตัดสินใจของคุณม้า-อรนภา”
หากมองถึงอายุอานามและความอาวุโสจากการทำงานในวงการบันเทิงมานาน มีหลายคนให้ความเคารพนับถือ

ประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาก็น่าจะทำให้ ม้า อรนภา ได้รู้จักการครองตนอยู่บ้าง ว่าความเป็นผู้ใหญ่ควรแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะอย่างไร

โดยเฉพาะเมื่อปีที่แล้ว คนอายุ 66 ปี โพสต์คำหยาบคายผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นการกระทำที่เหมาะสมหรือไม่

ที่ผ่านมาการพูดการจา การให้ความคิดเห็นของม้า อรนภา ในรายการต่างๆ  เป็นประเด็นอยู่บ่อยครั้งว่า แรง ในขณะที่การพูดถึงบุคคลอื่นก็ถูกทักท้วงว่าเอาเรื่องที่ไม่เป็นความจริงมากล่าวหา

ม้า อรนภา อาจไม่สามารถแยกแยะได้ว่า “แรง”  กับ “ตรง” ต่างกันอย่างไร

เมื่อคนอื่นมองว่า “แรง” แต่ม้าบอกว่าสิ่งที่พูดคือ “ตรง”

     ในวงการบันเทิงม้า อรนภา อาจจะเป็นผู้อาวุโส จะด่า จะแขวะ  เหน็บแนม วิจารณ์ บูลลี่ หรือเหยียดใครต่อใครโดยที่ไม่มีใครอยากจะเถียงด้วย เพราะไม่อยากมีปัญหากับผู้ใหญ่

หลังจากยุติบทบาททางหน้าจอโทรทัศน์ 2 เดือนต่อมา ม้า อรนภา เป็นแขกรับเชิญในรายการหนึ่ง โดยบอกว่า

“สิ่งที่รู้สึกว่าแรงที่สุดในตอนนั้นคือ การพูดถึงเพศสภาพ ซึ่งยอมรับว่าจริง ๆ แล้วคำด่าหยาบคายเจอมาเยอะมาก โดนทัวร์ลงมาตั้งนาน หลายคดี เป็นคนตรงไปตรงมา และมักไม่ค่อยระวังคำพูดบางครั้ง ซึ่งอาจไม่ถูกใจคนบางคน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้ง รวมทั้งล่าสุดก็เหมือนเป็นการเตือน แต่เป็นคนที่ใช้คำอะไรตรงไปตรงมาก็จะดูแรง”

นั่นหมายความว่า ม้า อรนภา เองก็มีเรื่องเพศสภาพที่ไม่ชอบให้ใครพูดถึงในเชิงดูหมิ่น

 

 

  เพราะฉะนั้นในมุมกลับกัน คนอื่นๆที่ม้า อรนภา เคยด่า ก็ต้องมีเรื่องที่ไม่ชอบให้ใครพูดถึงในเชิงนินทาลับหลัง หรือ ใช้คำหยาบคายด่าคนอื่นผ่านเฟซบุ๊ก พ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาจนโตยังไม่เคยพูดจาหยาบคายใส่ ดังนั้น ม้า อรนภา เป็นใครมาใช้คำพูดเช่นนั้นกับเขา

การมาออกรายการแฉ ออกอากาศเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ล่าสุด ม้า อรนภา บอกว่า

“เรื่องทำอะไรคนก็จ้อง จะจ้องทำไมในเมื่อดิฉันก็ไม่ได้เป็นคนสาธารณะแล้ว ไม่ใช่ดาราแล้ว ก็ประชาชนไล่จนออกจากวงการมาแล้ว และก็ไม่ได้ตีโพยตีพายว่าจะมาไล่ฉันทำไม ไล่ฉันฉันก็ไป ไปขายห่อหมกก็โดนว่าตกอับ ขอถามว่าแม่ค้าทุกคนตกอับหมดเหรอ สิ่งที่ตนทำเป็นสิ่งที่ไม่ได้คดโกงใครเลยในอาชีพ มันผิดมากใช่ไหม”

“ฉันเป็นปุถุชนเหมือนกับพวกคุณแล้ว และก็ไม่เคยไปพูดพล่ามเรื่องการเมือง ไม่เคยไปบูลลี่ใคร ฉันงง ด่าฉันทำไม ด่าด้วยคำหยาบคาย บางคนด่าถึงแม่ดิฉันด้วย แม่ไปทำอะไรให้คุณ ถ้าไม่พอใจ หมั่นไส้ อิจฉา จะอิจฉาทำไม ดิฉันเป็นคนตกงาน จากรายได้เป็นแสนๆ ต่อเดือน กลายเป็นศูนย์ คุณจะอิจฉาดิฉันทำไม”

“ฉันผิดตรงไหน อยู่ๆ ก็จะลุกขึ้นด่า ด่าไปเพื่ออะไร ด่าแล้วได้อะไร อิจฉาทำไม ดิฉันอาจมีเงินเก็บ ไม่มีหนี้สิน แต่ก็ไม่ได้ไปตีโพยตีพาย โวยวายใคร หรือขอร้องให้ใครเห็นใจ”

       นี่คือคำพูดของคนที่จะอายุ 67 ปีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ที่สะท้อนความคิดข้างในออกมาอย่างชัดเจนว่า ยังไม่สามารถหลุดออกจากสิ่งที่ทำให้ “มีความไม่สบายใจและไม่สะดวกใจ” ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

แต่ละคำเหมือนจะบอกว่าการออกจากวงการบันเทิง ที่ผ่านมานั้น เป็นไปด้วยความไม่สมัครใจ

การยึดเอาตัวตนของตัวเองเป็นหลัก ไม่สำรวจการกระทำและคำพูดของตัวเองว่าได้ทำให้คนอื่นไม่พอใจหรือเปล่า ยิ่งทำให้เห็นว่ายังเป็น “ม้า อรนภา” คนเดิม ซึ่งเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยให้เกิดการพิจารณาจิตใจของตัวเองเลย

“ต้องขอบคุณที่เราปฏิบัติธรรมและนำมาปฏิบัติจริงๆ ในชีวิตเราให้เราเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง ปล่อยวางได้อย่างมากเห็นความถ่องแท้เห็นกับปัจจุบันตลอดเวลา ทำให้เราเห็นทางสายกลาง การปฏิบัติธรรมสอนให้เรามีสติ ในเมื่อเรารู้เท่าทันก็จะไม่เสียใจ ไม่ฟูมฟาย หนักหนาที่สุดอยู่ๆ ก็หลุดจากวงจรที่เราทำงาน ถามว่าเสียดายไหมเสียดายเงิน แต่เสียใจไหมไม่เสียใจ เราสัมผัสมาหมดทุกสิ่งทุกอย่าง กว่า 40 ปีในวงการอยู่ได้นานขนาดนี้ คุ้มค่ากับสิ่งที่เราได้รับมาก มากเกินกว่าจะขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างอย่างไร ขอบคุณทุกคนที่เลือกเรามาตลอด 40 ปี”

ซึ่งนั่นทำให้เมื่อคนดูทางบ้านได้ฟังประโยคนี้ก็กลายเป็นความไม่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะคำพูดก่อนหน้านั้นที่ทำให้คนดูคิดตามว่า “ฉันเป็นปุถุชนเหมือนกับพวกคุณแล้ว”

    หรือคำถามที่ ม้า อรนภา สงสัยว่า “ฉันผิดอะไร”

ก็น่าจะผิดที่ ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตมาได้สั่งสมอีโก้จนมองไม่เห็นว่าระหว่างที่เป็นบุคคลสาธารณะได้ทำอะไรผิดไปบ้าง

การที่ยังคงมีคนไปทัวร์ลงก็เพราะเขาเหล่านั้นยังรู้สึกเจ็บใจในสิ่งที่ม้า อรนภา เคยทำ

      ในวงการบันเทิงม้า อรนภา อาจจะเป็นผู้อาวุโสไม่มีใครกล้าบวกกล้าสวน แต่ในสังคมทั่วไปประชาชนที่เป็นผู้สนับสนุนให้ธุรกิจบันเทิงอยู่รอดทั้งทางตรงและทางอ้อม  อาจจะมีบางคนที่คาดหวังว่าหลายเดือนที่หายไปจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่ดูจากการออกรายการโทรทัศน์ครั้งนี้แล้ว อนาคตในวงการบันเทิงที่เคยมีงาน มีรายได้เป็นแสนต่อเดือน

 

 

ม้า อรนภา เพิ่งโยนโอกาสนั้นทิ้งไปแล้ว

ส่วนการเตรียมดำเนินคดีกับคนที่เข้ามาด่าทอใช้คำรุนแรงนั้น เห็นด้วยว่าควรฟ้องร้องให้เป็นตัวอย่าง

ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ หรือ ศชอ. โพสต์ความคืบหน้าว่า       “พี่ม้า ทำหนังสือมอบอำนาจให้ ศชอ. เพื่อดำเนินคดีกับเกรียนคีย์บอร์ดทุกคนที่มา bully แล้วค่ะ #ทุกคำด่ามีราคา ทีมขุด ทีมกฎหมายของศชอ. พร้อมมาก”

การฟ้องร้องเป็นคดีความไม่เพียงแต่จะทำให้ม้า อรนภา ได้ปกป้องสิทธิส่วนบุคคลของตัวเองแล้ว หวังว่าจะได้มีประสบการณ์ในทางกฎหมาย การใช้คำพูดคำไหนบ้างที่สามารถถูกฟ้องได้

      การได้รับโอกาสให้อยู่ดีกินดีตลอด 40 ปีในวงการบันเทิง เป็นเพราะประชาชนชื่นชอบในความแรงของม้า อรนภา อย่างนั้นหรือ …เปล่าเลย

การมีงานทำในวงการบันเทิงด้วยรายได้นับแสนบาทนั้น เป็นเพราะม้า อรนภา มีความสามารถระดับโลก เคยฝากผลงานการแสดงระดับร้อยล้านสร้างชื่อเสียงให้ประเทศเป็นที่รู้จักของต่างชาติหรือ …ก็เปล่าเลย

      การที่บริษัทยังจ้างให้เป็นพิธีกรในรายการต่างๆ เป็นเพราะ ม้า อรนภา คือแม่เหล็กที่ดูดโฆษณาและเรตติ้งจนถล่มทลายคนพูดถึงกันทุกเทปที่ออกอากาศอย่างนั้นหรือ …ก็ไม่ใกล้เคียงเลย

วันที่ศาลนัดไต่สวน ม้า อรนภา จะได้เจอกับเกรียนคีย์บอร์ดคู่กรณีที่ปากดีแต่ยากจน

      แล้วจะได้เข้าใจว่าทำไมประชาชนจึงอยากได้ยินคำว่า “ขอโทษ” จากปากของม้า อรนภา

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: