Biznews

‘โอไมครอน’ระบาดเร็ว แนะไทยป้องกันเข้มก่อนจะไล่ตามไม่ทัน!

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด ผ่านทางเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat มีเนื้อหาดังนี้

21 ธันวาคม 2564…

เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 504,533 คน ตายเพิ่ม 4,515 คน รวมแล้วติดไปรวม 275,679,051 คน เสียชีวิตรวม 5,375,510 คน

5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ อเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย สเปน และเยอรมัน
จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 91.82 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 91.33

ล่าสุดจำนวนติดเชื้อใหม่จากทวีปยุโรปนั้นคิดเป็นร้อยละ 54.84 ของทั้งโลก ส่วนจำนวนเสียชีวิตเพิ่มคิดเป็นร้อยละ 63.12

เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปครอง 7 ใน 10 อันดับแรก และ 12 ใน 20 อันดับแรกของโลก

…สำหรับสถานการณ์ไทยเรา
เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 2,525 คน สูงเป็นอันดับ 29 ของโลก
หากรวม ATK อีก 469 คน ก็ขยับเป็นอันดับ 25 ของโลก
ยอดรวม ATK จะเป็นอันดับ 5 ของเอเชีย

…อัพเดต Omicron
จากที่มีการติดตามการระบาดของประเทศแอฟริกาใต้ อังกฤษ สก๊อตแลนด์ เดนมาร์ก และเบลเยี่ยม ได้มีการประเมินว่า Omicron น่าจะแพร่ได้เร็วกว่าเดลต้าราว 4.1 เท่า (ช่วงความเชื่อมั่น 3.9-4.4 เท่า)

สรุปความรู้อื่นๆ ที่ได้จากการวิจัยของทั่วโลก ทำให้เข้าใจ Omicron ได้มากขึ้น

หากติดเชื้อไปแล้วจะแบ่งตัวที่หลอดลมได้เร็วกว่าเดลต้า 70 เท่า

ติดเชื้อสู่เซลล์ได้เร็วกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิม 4 เท่า และเร็วกว่าเดลต้า

แต่แบ่งตัวในเซลล์ปอดน้อยลงกว่าเดลต้า 10 เท่า ซึ่งอาจมีนัยยะสะท้อนถึงการป่วยรุนแรงลดลง (แต่ยังต้องมีการติดตามศึกษายืนยันเพิ่มเติมอีก อย่าประมาท)

ความเสี่ยงในการแพร่ในครัวเรือนมากกว่าเดลต้า 2.9 เท่า

ติดเชื้อซ้ำได้มากขึ้นกว่าสายพันธุ์เดิม 2.4 เท่า (ทั้งนี้ มีการศึกษาในสหราชอาณาจักรโดย Imperial College พบว่าความเสี่ยงมากกว่านี้)

ดื้อต่อภูมิคุ้มกันกว่าสายพันธุ์เดิม 20-40 เท่า

ดื้อต่อโมโนโคลนัล แอนติบอดี้หลายชนิดที่ใช้ในการรักษา

นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราการป่วยนอนรพ. และอัตราตายในจังหวัด Gauteng ของแอฟริกาใต้ ระหว่างการระบาดระลอกแรกจากสายพันธุ์ดั้งเดิม กับระลอก Omicron พบว่าในช่วงระยะเวลาการระบาดที่เท่ากัน ระลอก Omicron มีอัตราการป่วยนอนรพ.และอัตราตายเฉลี่ยรอบสัปดาห์ที่สูงกว่าระลอกแรก ซึ่งบ่งชี้ว่าความรุนแรงนั้นน่าจะมากกว่าระลอกแรก ทั้งนี้คงต้องรอดูผลการศึกษาในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วยว่าจะเป็นอย่างไร

วันก่อนได้นำเสนอเรื่องรัฐวอชิงตันของอเมริกา ที่พบว่า Omicron ใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ ก็สามารถถีบตัวขึ้นมาครองการระบาดในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาได้ จาก 0.6% ตอน 1 ธันวาคม ขึ้นมาเป็น 50.8% ณ วันที่ 14 ธันวาคม

ล่าสุดข้อมูลจาก Mads Albertsen, Denmark ชี้ให้เห็นลักษณะคล้ายกับรัฐวอชิงตัน โดยสัดส่วนการตรวจพบ Omicron ในเดนมาร์ก เพิ่มจาก 0.5% ณ 30 พฤศจิกายน 2564 ไปเป็น 46.9% ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2564 ใช้เวลาราวสองสัปดาห์เช่นกัน

ดังนั้น การที่ประเทศต่างๆ ทยอยตรวจพบ Omicron ตั้งแต่จำนวนน้อยๆ ในประเทศ รวมถึงประเทศไทยเรา จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล และจำเป็นจะต้องพิจารณานโยบายและมาตรการควบคุมป้องกันโรคที่เคร่งครัด รัดกุม อย่างทันเวลา

เพราะเวลาเกิดระบาดขยายตัวขึ้นมานั้นจะรวดเร็วมากจนยากจะไล่ตามทัน

สำหรับประชาชน ขอให้ตระหนักถึงภาวะคุกคามนี้ และป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด
ใส่หน้ากากเสมอ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า
เว้นระยะห่างจากคนอื่นเสมอ เกินหนึ่งเมตร
เลี่ยงการตะลอนท่องเที่ยว
เลี่ยงปาร์ตี้สังสรรค์คริสตมาสและปีใหม่ ฉลองกับคนในบ้าน จะปลอดภัยกว่า

“…ควบคุม มิใช่ติดตาม
สุขภาพ มิอาจต้านทาน
มัวเมา โง่เขลา มิอาจรู้
ประเทศชาติ มิอาจละเลย…”

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: