BiznewsSME

‘โลตัส’  ผนึกกำลังส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ดันสินค้า SME ขึ้นห้าง

โลตัส จับมือ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ผนึกกำลังส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ให้คำปรึกษา มอบองค์ความรู้ และบริการด้านการเงินให้กับผู้ประกอบการ SME พร้อมทั้งเปิดโต๊ะเจรจาธุรกิจการค้ากับจัดซื้อของโลตัสโดยตรง เพิ่มโอกาสการวางจำหน่ายสินค้าในห้างค้าปลีก และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยมีแผนจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจการค้าทุกวันศุกร์ที่3 ของเดือน ส่งเสริมให้ SME ไทย มีช่องทางการจำหน่ายและประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้น เพื่อประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ แข่งขัน และเติบโต ให้ผู้ประกอบการ SME ไทยมีรายได้ยั่งยืน

นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบุคคลและความยั่งยืน โลตัส กล่าวว่า “โลตัส ให้การสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย SME มาอย่างต่อเนื่องผ่านการรับซื้อสินค้าเพื่อจำหน่ายในสาขาและช่องทางออนไลน์ของเรา รวมถึงการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและผู้ประกอบการ SME ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เรามีแผนงานที่ชัดเจนในการเพิ่มปริมาณการรับซื้อสินค้าเกษตรและสินค้า SME อย่างน้อย 10% ทุกปี เป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อบูรณาการการสนับสนุนเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย โลตัส ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ สสว. และ SME D Bank เพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินการตามแผนงานที่เราได้วางไว้ ซึ่งการร่วมมือกับทั้งสององค์กรนอกจากจะช่วยให้เราได้เข้าถึงผู้ประกอบการที่มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ยังช่วยให้เราสามารถส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทยได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ผ่านความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านของแต่ละองค์กร ช่วยให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจ และเข้าถึงตลาดผู้บริโภค และการประชาสัมพันธ์ได้มากยิ่งขึ้น โดยเรามีแผนงานที่จะจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจการค้าทุกวันศุกร์ที่ 3 ของเดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ได้นำแสนอสินค้าให้กับทีมงานจัดซื้อของโลตัสได้โดยตรง เพิ่มโอกาสการวางจำหน่ายสินค้าในห้างค้าปลีก และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน

ที่ผ่านมา โลตัส สสว. และ SME D Bank ได้จัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจการค้าแบบออนไลน์โดยมีจำนวนผู้ประกอบการเข้าร่วมรวม 154 ราย และกำลังอยู่ในการเจรจาความเป็นไปได้ในการจัดซื้อสินค้าเพื่อวางจำหน่าย 114 ราย โดยในกิจกรรมเจรจาการค้าครั้งที่สอง ในวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านนี้ โลตัสได้มีการตกลงซื้อขายกับผู้ประกอบการ จำหน่ายสบู่เหลวสมุนไพรจากสารสกัดของใบพลู เนื่องจากผู้ประกอบการ SME รายนี้มีความพร้อมในการจัดส่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน และมีการวางกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำหรับเกณฑ์การพิจารณาของโลตัส นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการหลายรายที่โลตัสให้ความสนใจและอยู่ในระหว่างการเจรจา จากหลากหลายหมวดหมู่สินค้าอาทิ กลุ่มสินค้าอาหารแห้ง กลุ่มสินค้าอาหารสดและอาหารพร้อมทาน กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน มีผลกระทบเป็นอย่างมากกับผู้ประกอบการ SME รายย่อย เราจึงอยากเชิญชวนผู้ประกอบการ SME ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม นำเสนอสินค้ากับโลตัส เพื่อเปิดโอกาสในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่สาขาของโลตัส ได้ที่ www.TescoLotus.com/SME โดยโลตัสพร้อมช่วยเหลือในการพัฒนาสินค้า ผลักดันสินค้าให้ได้มาตรฐาน และให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยต่อไป”

 

นาย วีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า “จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแข่งขันอย่างสูง บวกกับการระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ และเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ซึ่งพบว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่เกิดจากการผู้ประกอบการเหล่านั้นมีการปรับระบบและวิธีการทำงาน และหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพก็คือการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ เช่น การใช้แพลตฟอร์ม  หรืออาจจะมีพันธมิตรการค้าใหม่

นโยบายของ สสว. ในปี 2564 จึงมุ่งเน้น 1) เพิ่มผลิตภาพ และลดต้นทุน 2) เพิ่มช่องทางการตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ในรูปแบบ Online และ Offline 3) เชื่อมโยงแหล่งเงินทุน ทั้งผ่านกองทุน สสว. และเครือข่ายพันธมิตร เช่น ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME D Bank ซึ่งการลงนามความร่วมมือในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการให้สิทธิประโยชน์กับผู้ประกอบการที่ลงทะเบียน SMEs ผู้รับบริการภาครัฐ กับบริษัทบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด (โลตัส) ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์ม หรือพันธมิตรการค้าที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการกระจายสินค้าไปสู่มือผู้บริโภคทั่วประเทศ

ความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการแล้ว ยังเป็นการเติมเต็มสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิกของ สสว. ในการเจาะตลาดโมเดิร์นเทรดอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย เนื่องจากจากจำนวนสาขาของโลตัสที่มีมากกว่า 2,000 สาขา บวกกับสินค้าของกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ (Early Stage) วิสาหกิจรายย่อย (Micro) วิสาหกิจขนาดย่อม (Small) ทั่วประเทศ ที่มีหลากหลาย จะได้มีโอกาสจับคู่เจรจาธุรกิจกับโลตัส สิ่งเหล่านี้จะเป็นการขยายช่องทางการค้าของผู้ประกอบการให้เติบโตและเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติโควิด โดยช่องทางการจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการ อาจเป็นที่โลตัสทั่วประเทศ หรือตามความเหมาะสมตามความต้องการของตลาดและผู้ประกอบการ”

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า “SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อเอสเอ็มอีไทย  นอกจากภารกิจหลักในการสนับสนุนด้านเงินทุนแล้ว อีกภารกิจสำคัญ คือ การยกระดับและพัฒนาให้เอสเอ็มอีไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการเติมความรู้ สนับสนุนการสร้างมาตรฐาน และส่งเสริมการตลาด เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยอย่างรุนแรง SME D Bank จึงมุ่งประสานหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อจะหาทางช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยให้สามารถประคับประคองธุรกิจ ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

ดังนั้น ความร่วมมือกับ โลตัส และ สสว. ครั้งนี้ จึงมีความสำคัญมากในการช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งกลุ่มลูกค้า SME D Bank และผู้ประกอบการทั่วไป  สามารถขยายช่องทางตลาดผ่านเครือข่ายของโลตัส ซึ่งมีศักยภาพการตลาดสูงมาก ช่วยให้สินค้าของเอสเอ็มอีสามารถส่งตรงถึงมือผู้บริโภค เป็นการเพิ่มรายได้ เพิ่มยอดขาย รักษาการจ้างงาน รวมถึง ได้รับความรู้ สสว. ช่วยให้ก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปได้ ขณะเดียวกัน เมื่อเอสเอ็มอีที่ผ่านการคัดเลือกจำเป็นต้องขยายกำลังผลิต  หรือปรับปรุงมาตรฐานโรงงานผลิต รองรับการขยายตลาด ทาง SME D Bank เข้ามาเติมเต็ม ด้วยการจัดเตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษไว้รองรับ เช่น สินเชื่อรายเล็ก Extra Cash กู้ได้ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล วงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 3% ต่อปีใน 2 ปีแรก  ผ่อนนานสูงสุด 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุด 12 เดือน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.875% ต่อปี นาน 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 5 ล้านบาท และสินเชื่อฟื้นฟู อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ใน 2 ปีแรก ได้รับการยกเว้นดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรก ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุด 12 เดือน เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ หรือแจ้งความประสงค์ขอสินเชื่อ ติดต่อได้ที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ SME D Bank รวมถึงสาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ เช่น LINE Official Account: @SMEDevelopmentBank , เว็บไซต์ธนาคาร (https://www.smebank.co.th/) และแอปพลิเคชัน SME D Bank ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android เป็นต้น หรือสอบถาม Call Center 1357”

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: