Biznews

โพลชี้ คนยอมหยุดเล่นน้ำ’สงกรานต์’ เพื่อป้องกันโควิด19

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “อยากเล่นน้ำสงกรานต์…กลัวเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15 – 16 มีนาคม 2564 จากประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,315 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ 2564 ของรัฐบาล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0

 
จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณีหากรัฐบาลอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ 2564 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 43.73 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ทุกพื้นที่ รองลงมา ร้อยละ 20.45 ระบุว่า ควรอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์เฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบ 2 ร้อยละ 17.87 ระบุว่า ควรอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ได้ทุกพื้นที่อย่าง New Normal เช่น สวมเฟซชิลด์ แว่นตากันน้ำ ชุดกันฝน ร้อยละ 10.80 ระบุว่า ควรอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ได้ทุกพื้นที่อย่างอิสระ และร้อยละ 7.15 ระบุว่า ควรอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์เฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบ 14 วันที่ผ่านมา
 
ด้านความกังวลของประชาชนต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ถ้ารัฐบาลอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ 2564 พบว่า ร้อยละ 26.54 ระบุว่า กังวลมาก เพราะ การกลับภูมิลำเนา การรวมตัวของประชาชนเพิ่มมากขึ้นทำให้ละเลยในการเว้นระยะห่างทางสังคม ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงสูง ที่จะติดเชื้อ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ยังไม่เป็นที่น่าไว้วางใจ
ร้อยละ 38.02 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล เพราะ การเดินทางเข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์จากหลายพื้นที่ทำให้ควบคุมไม่ทั่วถึง อาจมีเชื้อโรคปนเปื้อนมากับน้ำ ประชาชนบางกลุ่ม ยังละเลยในการป้องกันตนเอง ถึงแม้จะมีวัคซีนแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย 100% และอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ในรอบ 3
ร้อยละ 18.78 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล เพราะ ประชาชนส่วนใหญ่มีการดูแลและป้องกันตนเองอย่างดี หลีกเลี่ยงไม่ไปเล่นน้ำสงกรานต์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ภาครัฐมีมาตรการควบคุมป้องกันที่ดี และไม่ได้อาศัยในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 และร้อยละ 16.66 ระบุว่า ไม่กังวลเลย เพราะ ภาครัฐมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ดี มั่นใจในการทำงานบุคลากรทางการเเพทย์ และประชาชนส่วนใหญ่ไม่ออกมาเล่นน้ำสงกรานต์
 
สำหรับวิธีป้องกันตนเองหากรัฐบาลอนุญาตให้เล่นน้ำสงกรานต์ 2564 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.28 ระบุว่า สวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า รองลงมา ร้อยละ 35.36 ระบุว่า รักษาระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร ร้อยละ 31.94 ระบุว่า หลีกเลี่ยงการสัมผัสตัว ร้อยละ 26.16 ระบุว่า สวมเฟซชิลด์ ร้อยละ 23.12 ระบุว่า ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา ร้อยละ 19.16 ระบุว่า ห้ามประแป้ง ร้อยละ 13.69 ระบุว่า หลีกเลี่ยงการให้มือสัมผัสใบหน้า ตา ปาก จมูก ร้อยละ 10.80 ระบุว่า ห้ามสาดน้ำ ร้อยละ 10.65 ระบุว่า สวมชุดกันฝน ร้อยละ 10.27 ระบุว่า สวมแว่นตากันน้ำ และร้อยละ 0.15 ระบุว่า วัดอุณหภูมิก่อนเข้าสถานที่เล่นน้ำ
 
ส่วนเรื่องที่ประชาชนกังวลมากที่สุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 43.95 ระบุว่า อุบัติเหตุทางถนน รองลงมา ร้อยละ 38.17 ระบุว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ที่มากขึ้น ร้อยละ 15.29 ระบุว่า การท่องเที่ยวที่ไม่คึกคัก เศรษฐกิจซบเซา และ ร้อยละ 2.59 ระบุว่า การเกิดอาชญากรรม
 
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการให้ความสำคัญระหว่างการเล่นน้ำสงกรานต์ 2564 กับการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.28 ระบุว่า ยอมหยุดเล่นน้ำสงกรานต์ 2564 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ขณะที่ ร้อยละ 15.29 ระบุว่า ยอมเสี่ยง กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 เพื่อให้ได้เล่นน้ำสงกรานต์ 2564 และร้อยละ 2.43 ระบุว่า ไม่แน่ใจว่าควรเลือกอะไรก่อนดี
 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: