Biznews

‘โควิดระลอก 2’ ฉุดส่งออกปีนี้โตช้า ธ.ค. 2020 ขยายตัวดีกว่าคาด

มูลค่าส่งออกเดือนธันวาคม 2020 พลิกกลับมาขยายตัวที่ 4.7%YOY หลังจากหดตัว -3.6%YOY ในเดือนก่อนหน้า เมื่อหักทองคำ การส่งออกขยายตัวมากขึ้นเล็กน้อยที่ 5.0%YOY โดยการส่งออกในเดือนธันวาคมเป็นการขยายตัวครั้งแรกในรอบ 8 เดือน ทั้งนี้ในปี 2020 การส่งออกในภาพรวมหดตัวที่ -6.0%YOY และเมื่อหักทองคำและการส่งกลับอาวุธไปสหรัฐฯ การส่งออกจะหดตัวสูงขึ้นเป็น -8.4%YOY

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหลายภาคส่วนปรับตัวดีขึ้น ขณะที่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน อาหาร และถุงมือยางยังขยายตัวต่อเนื่อง

ด้านมูลค่านำเข้าในเดือนธันวาคมขยายตัวที่ 3.6%YOY หลังจากหดตัว -0.1%YOY ในเดือนพฤศจิกายน โดยการนำเข้าสินค้าในเกือบทุกหมวดกลับมาขยายตัวในเดือนนี้ ได้แก่ สินค้าทุน (8.9%YOY) สินค้าอุปโภคบริโภค (2.1%YOY) ยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง (6.4%YOY) และสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (11.2%YOY)

อย่างไรก็ดี การนำเข้าหมวดสินค้าเชื้อเพลิงยังหดตัวที่ -17.3%YOY สำหรับมูลค่าการนำเข้าในปี 2020 หดตัวที่ -12.4%YOY ทั้งนี้ดุลการค้าในเดือนธันวาคมเกินดุลที่ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2020 ดุลการค้าเกินดุล 20.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนธันวาคม 2020 ขยายตัวดีกว่าคาดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเป็นการกลับมาขยายตัวครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 เป็นต้นมา ซึ่งการกลับมาขยายตัวสอดคล้องกับตัวเลขส่งออกของหลายประเทศสำคัญ (รูปที่ 3) สะท้อนการฟื้นตัวของภาวะการค้าโลกก่อนที่จะมีการกลับมาระบาดระลอกสองในหลายประเทศคู่ค้าหลักรวมถึงในไทยเองด้วย โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยล้วนกลับมาขยายตัวได้ในเดือนนี้ ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ (3.2%YOY) อิเล็กทรอนิกส์ (15.9%YOY) เคมีภัณฑ์และพลาสติก (9.5%YOY%) ดังนั้น จึงทำให้มูลค่าการส่งออกทั้งปี 2020 หดตัวน้อยกว่าคาดที่ -6.0% (เทียบกับที่เคยคาดไว้ที่ -8.0%)
รูปที่ 3 : การส่งออกไทยและประเทศส่งออกสำคัญในปี 2020 มีการฟื้นตัวต่อเนื่องหลังผ่านจุดต่ำสุด

การส่งออกไทยปี 2020 ได้รับผลกระทบหนักจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้ทั้งปีหดตัวถึง -6.0% และหากไม่รวมการส่งออกทองคำและอาวุธ การส่งออกจะหดตัวมากถึง -8.4% โดยการระบาดของ COVID-19 เมื่อต้นปี 2020 ทำให้หลายประเทศต้องประสบกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2020
ที่หลายประเทศใช้มาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการระบาดของโรค ทำให้การค้าโลกหยุดชะงัก และเกิดปัญหา supply chain disruption จึงทำให้การส่งออกในช่วงไตรมาส 2 หดตัวลึกถึง -15.2%YOY

อย่างไรก็ดี เมื่อประเทศต่าง ๆ มีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง การส่งออกของไทยจึงเริ่มกลับมาฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งนี้สินค้าส่งออกที่ขยายตัวได้ในปีที่ผ่านมาคือสินค้าที่ได้รับอานิสงส์จากการทำงานที่บ้าน (work from home) และสุขอนามัย ได้แก่ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ (2.3%) เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (2.5%) ถุงมือยาง (94.9%) และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (3.4%) ขณะที่สินค้าที่มีการหดตัวมาก คือสินค้าคงทนและสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น รถยนต์และส่วนประกอบ (-22.2%) สิ่งทอ (-16.8%) และอัญมณีและเครื่องประดับที่ไม่รวมทอง (-39.9%)

การระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกรวมถึงไทย มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกไทยในระยะสั้น (รูปที่ 4) โดยการระบาดอีกระลอกจะทำให้อุปสงค์ของประเทศคู่ค้าชะลอตัวลงในระยะสั้น ก่อนที่จะขยายตัวเร่งขึ้นเมื่อประชากรส่วนใหญ่ได้รับวัคซีน ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะได้รับภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd immunity) ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของปี 2021

ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับวัคซีนและมีภูมิคุ้มกันหมู่ช้ากว่า ในส่วนของปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ก็ยังเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก ประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่าก็จะกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยโดยเฉพาะสินค้าเกษตร นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อการส่งออกสินค้าอาหารทะเลของไทยจากการระบาดของ COVID-19 ในจังหวัดสมุทรสาครที่ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อสินค้าอาหารทะเลของไทย และยังมีความเสี่ยงด้านการขาดแคลนแรงงานประมงจากการระบาดในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ดังนั้น EIC จึงปรับลดคาดการณ์มูลค่าส่งออกไทยปี 2021 ลงเล็กน้อยเป็น 4.0% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 4.7%

ในส่วนของความคืบหน้าการเก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาด (Antidumping duty: AD) กับยางล้อไทย พบว่า
ยางรถยนต์ไทยที่จะส่งออกไปสหรัฐฯ มีแนวโน้มถูกเรียกเก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดที่อัตรา 13.25 – 22.21% ซึ่งนับเป็นต้นทุนการส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับผู้ส่งออกยางรถยนต์ไทย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการส่งออกยางล้อไทย
มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าประเทศผู้ส่งออกอื่น ๆ โดยเปรียบเทียบ โดยผู้ส่งออกเกาหลีใต้ และไต้หวัน
มีแนวโน้มถูกเรียกเก็บภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดที่อัตรา 14.24 – 38.07% และ 52.42 – 98.44% ตามลำดับ

นอกจากนี้ผู้ส่งออกเวียดนามยังอาจถูกเรียกเก็บภาษี ทั้งภาษีต่อต้านการทุ่มตลาดในอัตรา 0.00 – 22.30% และภาษีตอบโต้การอุดหนุนของรัฐบาล (Countervailing Duty: CVD) ในอัตรา 6.23 – 10.08% อีกด้วย ทั้งนี้ยังต้องติดตามผลการไต่สวนการทุ่มตลาดชั้นที่สุด (Final Determination) ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงกลางปีนี้ โดยระหว่างนี้ ผู้ส่งออกยางรถยนต์ไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บอากรชั่วคราว

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: