Real Estate

‘โควิด’ฉุดตลาดสีทาบ้านหดตัว’นิปปอนเพนต์’ เปิดเกมรุก ปลุกตลาด 25,000 ล้าน

นิปปอนเพนต์ ประเทศไทยเปิดเกมรุกตลาดปี 64 มั่นใจยอดขายเติบโต ตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกงานสี  พร้อมเปิดตัวแคมเปญใหม่ “เครื่องสำอางเพื่อบ้านคุณ”   มุ่งสร้างการรับรู้ ความใส่ใจในระบบการทาสีที่ถูกต้อง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้ปลอดภัยในช่วงการระบาดระลอกใหม่ มั่นใจภาพรวมอุตสาหกรรมสีและวัสดุเคลือบผิวเติบโตเป็นบวก 

นายวัชระ ศิริฤทธิชัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดเผยว่า ด้วยนโยบายของนิปปอนเพนต์ ประเทศไทยที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความใส่ใจ ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกงานสี ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทั้งกลุ่มผู้บริโภค (B2C) และกลุ่มผู้ประกอบการโครงการ (B2B) อาทิ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  ผู้รับเหมา สถาปนิก ช่างสี  เป็นต้น  ทำให้ในปีนี้บริษัทจะเดินหน้ารุกสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความสำคัญของการเลือกใช้สีและวัสดุเคลือบผิวที่มีคุณภาพ และขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้อง

“ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับสีทาบ้านหรือสีทาอาคาร มีทั้งการเกิดรอยด่าง สีซีด สีลอกล่อน ซึ่งมาจากหลากหลายสาเหตุ ขณะที่บางคนมองแต่ความสวยงามแต่เมื่อใช้งานผ่านไปเพียง 3-4 ปีเริ่มเกิดปัญหา ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพสูง จะช่วยป้องกันปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมาได้”

การนำเสนอแคมเปญการตลาดในครั้งนี้ได้ต่อยอดจากความสำเร็จในปีก่อน เพื่อตอกย้ำความเป็น The Coatings Expert ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และบริษัทฯ ยังมีเป้าประสงค์ที่ต้องการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องอย่างแท้จริงให้ผู้บริโภค ว่าสีและวัสดุเคลือบผิวแต่ละชนิด แต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน การเลือกสี การใช้สี การเตรียมสี ก็แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพพื้นผิวของผนังหรือวัสดุนั้น ๆ เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีและมีคุณภาพ ผ่านแคมเปญโฆษณา “เครื่องสำอางเพื่อบ้านคุณ” ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราว ของการแต่งเติมบ้านให้ยังคงความสวยสด งดงาม แม้เวลาจะผ่านไป โดยประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์เป็นหลัก

สำหรับแคมเปญ “เครื่องสำอางเพื่อบ้านคุณ” มีแนวคิดที่ว่า บ้านเปรียบเสมือนใบหน้าของผู้หญิงที่รอการแต่งเติมโดยผู้สร้างสรรค์ความงามเพื่อความสมบูรณ์แบบ ส่วนสีทาบ้านผลิตภัณฑ์เพื่อพื้นผิวเปรียบเสมือนเครื่องสำอางบนใบหน้า ที่ดึงความสวยงามของบ้านที่ต้องการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญด้านสีเช่นกัน

วิธีการสื่อสารของแคมเปญเลือกที่จะหยิบยกประเด็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันเพื่อสร้างความเข้าใจขั้นตอนการทำงานและผลิตภัณฑ์ได้เข้าใจง่ายขึ้น พร้อมสร้างความคุ้นเคย รวมถึงความเข้าใจที่ถูกต้องและรวดเร็ว

 

นายวัชระ  กล่าวอีกว่า ด้วยประสบการณ์ที่สะสมมายาวนานกว่า 140 ปี ของนิปปอนเพนต์.บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนา (R&D) ผ่าน R&D Center ที่มีอยู่หลายประเทศในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น  สิงคโปร์ และจีน ทำให้นิปปอนเพนต์มีความโดดเด่นในด้านนวัตกรรมสีและวัสดุเคลือบผิวที่มีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็ว เช่น นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์ ด้วยเทคโนโลยีซิลเวอร์ไอออน (Silver Ion Technology)เป็นประจุเงินที่ได้จากธรรมชาติที่มีความปลอดภัย มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อไวรัสโคโรนา 99.96% และกำจัดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ถึง 99.99% เพื่อให้ห่างไกลจากไวรัสและเชื้อโรคต่างๆ ตอบรับไลฟ์สไตล์ยุค New Normal ที่มีความใส่ใจสุขภาพ หรือ Professional Series นวัตกรรมระบบสีคุณภาพสูงสำหรับงานโครงการคุณภาพและช่างสีมืออาชีพ (Professional Series) ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการโครงการ (B2B) ได้อย่างลงตัว  ซึ่งในปีนี้จะมีการนำนวัตกรรมต่างๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ปลอดภัยในยุค Covid-19 ที่กำลังระบาด ระลอกใหม่ในขณะนี้

 

ทั้งนี้พบว่า การแพร่ระบาดของ Covid-19 ในปีที่ผ่านมาส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดสีและวัสดุเคลือบผิวอย่างมาก โดยพบว่าตลาดสีทาบ้านและสีทาอาคารซึ่งมีมูลค่าราว 25,000 ล้านบาท มีการเติบโตลดลงประมาณ 10- 15%  ปัจจัยหลักเกิดจากการลดการใช้จ่ายของผู้บริโภค ที่ขาดความมั่นใจต่อสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ลดหรือชะลอการปรับปรุงบ้าน อาคาร โรงงาน สำนักงานต่าง ๆ เป็นต้น

ขณะที่โครงการขนาดใหญ่ทั้งแนวราบ และอาคารสูงต่างชะลอหรือยกเลิกการขึ้นโครงการใหม่ รวมถึงการล็อกดาวน์ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ทำให้ต้องปิดร้านค้าในช่องทางโมเดิร์นเทรดเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือน จึงส่งผลกระทบในวงกว้าง

“แม้วิกฤติโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อตลาดรวมสีทาบ้านและอาคาร แต่ก็พบว่า กลุ่มสีเพื่อสุขภาพ กลับมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 1,000-1,500 ล้านบาท รวมทั้งยังพบว่า ผู้ประกอบการสีหันไปลงทุนในธุรกิจอื่น เช่น เคมีภัณฑ์ ผนังบ้าน เป็นต้น ส่งผลให้ภาพรวมของธุรกิจยังคงเดินหน้าและมีการเติบโตต่อไป”

ขณะที่ในปีนี้เบื้องต้นประเมินว่า การแพร่ระบาดของ Covid-19 ระลอกใหม่ อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดรวมสีทาบ้านและอาคารบ้างหากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ เชื่อว่าตลาดจะกลับมาคึกคักขึ้นส่งผลให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน หลังจากที่พบว่าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ธุรกิจเริ่มขยับตัวเดินหน้ามากขึ้น ขณะเดียวกันพบว่า กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการโครงการต่างมุ่งที่จะเดินหน้าให้โครงการสำเร็จต่อเนื่อง การมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเป็นตัวช่วยเสริมให้การทำงานเร็วขึ้น ลดการใช้แรงงานคน ลดต้นทุน  ขณะเดียวกันยังคงประสิทธิภาพของงานได้ดี ทำให้ส่งมอบงานได้เร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสของนิปปอนเพนต์ที่โฟกัสกลุ่มลูกค้า B2B มาต่อเนื่อง

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: