Eat & Travel

“แสนสิริ” ชู Brand Experience จับเทรนด์นักท่องเที่ยว

ปักหลักดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนานสำหรับบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ชื่อย่อ:SIRI เริ่มก่อตั้งขื้นในปี 2527 ประกอบธุรกิจหลักประเภทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเมื่อปี 2538 และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2539 จนปัจจุบัน

นอกเหนือจากประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักแล้ว แสนสิริ ยังได้แตกไลน์ธุรกิจไปยังธุรกิจโรงแรมโดยเปิดตัวโรงแรม เอสเคป (ESCAPE) ซึ่งเป็นรีสอร์ทระดับกลาง รวมมูลค่าการลงทุน 370 ล้านบาท ใน 2 พื้นที่คือหัวหินและเขาใหญ่ เพื่อต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่

เอสเคป หัวหิน ประกอบด้วยห้องพัก 46 ห้อง แบ่งเป็น 3 แบบ 3 สไตล์ ในรูปแบบ Sea Sand Sun ส่วน เอสเคป เขาใหญ่ประกอบด้วยห้องพักแบบดีลักซ์ 48 ห้อง ห้องพักแบบ Pool Villa 6 ห้อง รวมทั้ง Escape Pool Villa อีก 1 หลัง ภายใต้ 4 ธีมให้เลือกพักผ่อน ได้แก่ Wood Earth Floral และ Forest เปิดให้บริการต้ังแต่ปี 2557

อุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรงแรมเอสเคป เป็นธุรกิจที่สนับสนุนธุรกิจหลักของแสนสิริในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในหัวเมืองตากอากาศ โดยมุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์ใหม่ที่หลากหลายอย่างมีเอกลักษณ์หรือการสร้าง Brand Experience เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ซึ่งลูกค้าโรงแรมจะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษเช่นเดียวกับลูกบ้านแสนสิริ ทั้งด้านดีไซน์ ไลฟ์สไตล์และการบริการ (Customer Journey) ตลอดการดำเนินงานในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา (ปี 2557-2560) ในทำเลหัวหินและเขาใหญ่ เอสเคปสามารถแสดงให้เห็นศักยภาพการเติบโตและก้าวขึ้นมาอยู่ในกลุ่มผู้นำในเซ็กเมนต์เดียวกันได้ภายในระยะเวลาอันสั้น โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยรวมสูงขึ้น 66% หรือคิดเป็นรายได้รวม 340 ล้านบาท

สำหรับปี 2560 คาดการณ์รายได้รวมทั้งสิ้นจากทั้งสองสาขาเกือบ 100 ล้านบาท ปัจจุบันมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย (OCC) สูงเกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ และคาดการณ์สิ้นปีจะสูงขึ้นถึง 70% แม้ว่าในไตรมาสที่ 1-3 จะได้รับผลกระทบจากบรรยากาศการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ไม่ค่อยคึกคักมากนัก แต่ในไตรมาสที่ 4 พบว่ามีอัตราการจองห้องพักเฉลี่ยสูงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้คาดว่าเมื่อสิ้นสุดเดือนธันวาคม อัตราการเข้าพักที่เขาใหญ่จะสูงถึง 80% และที่หัวหิน 70%

เมื่อวิเคราะห์สัดส่วนตลาดในปีที่ผ่านมาพบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าที่สำคัญ ซึ่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากความสำเร็จของการทำ Digital Marketing และ Online Influencer Engagement ตลอดจนการใช้สื่อบนแพลตฟอร์มใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งนี้ยังมีการใช้กลยุทธ์ราคาโดยการออกแบบแพ็คเกจที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าในแต่ละกลุ่ม รวมทั้งการทำ Hot Deal Promotion ที่เน้นการจองห้องพักตรงกับโรงแรมมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอกิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่เข้ามาพักที่โรงแรม ตอบสนองเทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ ‘Vacation with an Artist’ ซึ่งเป็นครั้งแรกของเอสเคป ที่ร่วมมือกับศิลปินและนักออกแบบชื่อดัง เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านสีสันบรรยากาศของโรงแรมเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับลูกค้าในช่วงต้อนรับเทศกาลเฉลิมฉลอง ‘Escape Journey’ (เอสเคป เจอร์นี่) กิจกรรมท่องเที่ยวแบบท้องถิ่นเพื่อสัมผัสวิถีธรรมชาติโดยร่วมมือกับพันธมิตรในย่านรายรอบโรงแรม ทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัยที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวไทยให้การตอบรับเอสเคปเป็นอย่างดี จนสามารถทำยอดขายจากการออกบู๊ทในงานไทยเที่ยวไทยได้สูงถึง 8 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่สูงสุดที่เคยมีมา

นอกจากรายได้ในส่วนของห้องพัก ธุรกิจการบริการอาหารและเครื่องดื่มของโรงแรมทั้งสองแห่งก็มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสูงขึ้นถึง 92% ภายในระยะเวลา 4 ปี ด้วยกลยุทธ์การนำเสนอเมนูอาหารใหม่ๆอยู่เสมอ ซึ่งในไตรมาส 4 นี้ เอสเคป นำเสนอเมนูอาหารรสชาติถูกปากคนไทยและต่างชาติมากขึ้นในแบบต้นตำรับไทย รวมถึงการสร้างจุดเด่นของร้านอาหารให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมเอสเคป ทั้งนี้ สัดส่วนของนักท่องเที่ยวแบบ หมู่คณะและบริการจัดสัมมนาปีในนี้ ยังเพิ่มสูงขึ้นโดยคิดเป็น 15% ของสัดส่วนรายได้ทั้งหมด

เป้าหมายและทิศทางของเอสเคปในปี 2561 นักท่องเที่ยวในประเทศยังคงเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเอสเคป โดยในปีหน้าจะเน้นทำ Loyalty Program มากขึ้น หรือโปรแกรม Escape Club (เอสเคป คลับ) โดยการมอบสิทธิพิเศษ หรือกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ ในขณะเดียวกัน ยังต้องทำการตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อดึงโอกาสจากความนิยมของทำเลทั้งสองแห่ง โดยเฉพาะตลาดเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นจีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และเกาหลี ผ่านความร่วมมือกับ OTA หรือการพัฒนาช่องทางการชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ เช่น Alipay WeChat Pay รวมไปถึงการทำ Online Influencer Engagement ในตลาดต่างประเทศ และพัฒนาเว็บไซต์ภาษาจีน โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโตเฉลี่ยในปีหน้าไว้ที่ 7% โดยมีสัดส่วนตลาดต่างประเทศ 20% และตลาดในประเทศ 20%

แสนสิริ เชื่อมั่นว่า เอสเคป จะช่วยสนับสนุนธุรกิจคอนโดและบ้านพักของแสนสิริในหัวเมือง ตากอากาศที่มีชื่อเสียงได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งจะมีการตอบรับด้านการจองห้องพักได้เป็นไปตามเป้าหมาย

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: