Bizlifestyle

แพ็คเกจ “กักตัว 14 วัน” “รพ.สนาม” – “แอมบาสซาเดอร์”

จากแคมเปญ “Stay Home” เมื่อครั้งที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่วโลกช่วงต้นปี 2563 ในประเทศไทยระหว่างมาตรการล็อคดาวน์ก็มีการรณรงค์ให้ทุกคน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” มาถึงการระบาดระลอกสองขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อแต่ละวันมีมากกว่า 100 ราย ทำให้การกักตัวกลายเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคนที่ต้องออกนอกบ้านแล้วสัมผัสกับผู้ติดเชื้ออย่างไม่ตั้งใจ

ดังนั้น เราลองมาดูกันครับว่าเวลาที่ต้องใช้กักตัวนานถึง 14 วัน ใน สถานที่แต่ละแห่ง ผู้ป่วยทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง

หลายคนบอกว่า การกักตัวไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก เพราะเมื่อครบ 5-7 วัน หลังการกักตัว จะได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในกรณีที่มีการพบเชื้อโควิด-19 จะได้รับการส่งตัวไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล ถ้าไม่มีการพบเชื้อโรคโควิด-19 จะถูกกักตัวต่อ จนครบระยะเวลา 14 วัน จากนั้นก็จะกลับบ้านได้

 

ที่ยุ่งยากคือจะกักตัวที่ไหน? และจะทำอะไร?

ถ้าเป็น “ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ” กักตัวเพื่อรอดูว่าจะมีการติดเชื้อหรือไม่ สามารถอยู่ที่บ้านเพื่อสังเกตอาการได้เอง เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างจะมีอิสระมากพอสมควร เหมือน “แต้ว” ณฐพร เตมีรักษ์ นางเอกสาวชื่อดังที่เริ่มต้นปีนี้มาเดือนเดียวก็ต้องเข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 และกักตัวมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งกิจกรรมที่เธอทำแก้เบื่อคือการเต้นในแอพ TikTok

กลุ่มนี้มักไม่มีอาการ ซึ่งมีราว 20% ของผู้พบเชื้อ จะต้องรับไว้สังเกตอาการในโรงพยาบาล 2-7 วัน หากไม่มีอาการ จะส่งเข้ารับการสังเกตอาการต่อในหอผู้ป่วยเฉพาะ หรือโรงพยาบาลเฉพาะกิจ เช่น โรงแรมที่เรียกว่า ฮอสพิเทล (Hospitel) จนครบอย่างน้อย 14 วันนับจากตรวจพบเชื้อ เมื่อหายกลับบ้าน สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ แต่จะต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกไปนอกบ้าน แยกตัวเองจากบุคคลอี่นอยู่ห่าง 2 เมตร แยกห้องทำงาน ไม่กินอาหารร่วมกัน จนครบ 1 เดือน

Home Quarantine หรือผู้ที่กักตัวอยู่แต่ในบ้าน ในอพาร์ตเมนท์ หรือในห้องพักคอนโดมีเนียม เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบุคคลอื่นนั้น หากจำเป็นต้องออกมาซื้อข้าวของจำเป็นต่อชีวิตประจำวันหน้าที่เดียวที่มีคือใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ แต่เมื่ออยู่คนเดียวในห้องหรือในบ้าน จะ Work From Home อ่านหนังสือ ดูซีรีย์ภาพยนตร์ ทำความสะอาดบ้าน ทำสวน เล่นโซเชียลมีเดีย ทำอาหาร ออกกำลังกาย ฯลฯ ก็ทำได้

 

ซี่งในยุค New Normal ก็อาจจะหาความรู้จาก Youtube หรือลงเรียนคอร์สออนไลน์ มีตารางสอนในแต่ละวันเป็นเรื่องเป็นราวผ่านเว็บไซต์ หรือเพจไลฟ์ของสถาบันต่างๆ บางหลักสูตรใช้ระยะเวลาไม่นานนอกจากจะได้ความรู้เพิ่มเติมแล้วอาจได้เกียรติบัตรส่งมาให้ที่บ้านด้วย

ทั้งนี้ โดยหลักการแล้วแพทย์ได้มีคำแนะนำสำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพื่อสังเกตอาการ ณ ที่พักอาศัย (Home quarantine) ผู้ควรปฏิบัติ มีดังนี้

ควรหยุดเรียน หยุดงาน และพักอยู่บ้านจนกว่าจะครบ 14 วันหลังการสัมผัส ,ควรสวมหน้ากากอนามัย ให้เปรียบเสมือนว่าเป็นผู้ติดเชื้อและอาจสามารถแพร่เชื้อได้ ,ควรนอนแยกห้อง ไม่ออกไปนอกบ้าน ไม่เดินทางไปที่ชุมชนหรือที่สาธารณะ ,รับประทานอาหารแยกจากผู้อื่น,ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ร่วมกับผู้อื่น ,หากมีอาการไอให้สวมหน้ากากอนามัย ,ปิดปาก จมูก ด้วยกระดาษทิชชู่ทุกครั้งที่ไอจาม โดยปิดถึงคาง แล้วทิ้งทิชชูลงในถุงพลาสติก และปิดปากถุงให้สนิทก่อนทิ้ง ,ใช้แขนเสื้อปิดปากจมูกเมื่อไอหรือจาม ,ทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์เจล หรือน้ำและสบู่ทันที

ควรเว้นระยะห่าง หรืออยู่ห่างจากคนในบ้าน หรือคนในครอบครัวประมาณ 1 – 2 เมตร หรืออย่างน้อยประมาณหนึ่งช่วงแขน หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดบุคคลอื่นในที่พักอาศัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ สมาชิกทุกคนในบ้านควรล้างมือบ่อยครั้งที่สุดเพื่อลดการรับและแพร่เชื้อ ,ห้ามอยู่ใกล้เด็กรวมถึงไม่ควรเข้าไปกอดเด็กๆ ไม่ว่าเด็กจะเป็นลูกหรือหลาน เพราะอาจจะเพิ่มโอกาสแพร่เชื้อโรคไปสู่ตัวเด็กได้

ควรทำความสะอาดห้องรับแขก ห้องน้ำ หรือห้องที่คนในบ้านมีการใช้บ่อยๆ โดยเฉพาะห้องน้ำ พื้น ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ เป็นต้น ,เฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยของผู้สัมผัสใกล้ชิดหรือสมาชิกภายในบ้าน

 

ส่วนกลุ่มที่ต้องเข้ารับการสังเกตอาการใน “ฮอสพิเทล” กลุ่มนี้มีสำหรับคนไทยมีสถานที่กักตัว 2 ระดับ ขึ้นอยู่กับ “ค่าใช้จ่าย” ในการเลือกสถานที่กักตัวและการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์

สำหรับผู้ที่ต้องสังเกตอาการ บางคนเลือกที่จะกักตัว “หอผู้ป่วย” ในโรงพยาบาลที่ใกล้บ้าน ในจังหวัดนั้นๆ หรือโรงพยาบาลที่มีแผนกรักษาโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันเป็นการเฉพาะ ซึ่งถ้าเป็นโรงพยาบาลแล้วค่าใช้จ่ายระหว่างรัฐกับเอกชนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละแห่ง

ในขณะที่บางจังหวัด ผู้เข้ารับการสังเกตอาการอาจต้องเข้ารับการกักตัวในสถานที่ซึ่งรัฐจัดหาไว้ให้ หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า “โรงพยาบาลสนาม” เนื่องจากผู้ป่วยมีจำนวนมากกว่าบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่นั้น

ล่าสุด โรงพยาบาลสนาม 4 จังหวัด “สมุทรสาคร ชลบุรี ระยอง จันทบุรี” รวม 1,316 เตียง มีผู้ป่วยไม่มีอาการนอน 686 เตียง

นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างโรงพยาบาลสนาม และ Hospitel (ฮอสพิเทล) ว่า ในส่วนโรงพยาบาลสนาม เป็นการนำผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ ไม่มีโรคไปดูแลเฉพาะ แต่คนไข้ที่อยู่ในรพ.แล้วอาการดีขึ้น 5-7 วันแล้วก็จะให้มาอยู่ที่หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ หรือฮอสพิเทล ซึ่งเป็นการระบายคนไข้ที่อาการดีขึ้นแล้วมาอยู่ในพื้นที่เฉพาะ เพื่อเปิดพื้นที่ใน รพ.หลัก และจะได้รับผู้ป่วยที่อาการหนักกว่าได้ ซึ่งตรงนี้มีความพยายามขยายทั้งสองส่วน คือ ทั้งโรงพยาบาลสนามและฮอสพิเทล ไม่ได้เน้นแต่โรงพยาบาลสนามอย่างเดียว

นั่นคือแบบที่ไม่เสียเงินและรัฐจัดหาให้ ซึ่งโอกาสในการกักตัวไปด้วยแล้วทำกับข้าว เรียนผ่านออนไลน์ ดูซีรีย์ และทำสวนไปด้วยนั้น แทบไม่มีเลย

ส่วนโรงแรมกักตัว State Quarantine Hotel (SQ) ที่ได้รับการตรวจประเมินเพื่อเป็น SQ (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2563) ในพื้นที่ กทม.16 แห่ง , จ.ชลบุรี 13 แห่ง , 5 แห่ง ใน จ.นนทบุรีและ จ.สมุทรปราการ รวมทั้งหมด 34 แห่ง ราคาเริ่มต้นของคนไทย อยู่ที่ 27,000-45,000 บาท ต่อคน /14 วัน ด้วยแพคเกจที่เน้นสร้างความประทับใจไม่เน้นการรักษา

เป็นการจับมือผู้ประกอบการโรงแรมเพื่อที่จะฝ่าวิกฤตการแพร่ระบาดนี้ไปให้ได้ หลังจากที่โรงแรมหลายแห่งไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่าย มีข่าวทยอยปิดตัวไปแทบทุกเดือน และหลายแห่งที่ไม่เข้าร่วมเป็น SQ ก็พยายามลดกระหน่ำค่าที่พักลงมาให้ประชาชนเอื้อมถึงมากขึ้น

ในส่วนของชาวต่างชาติที่ติดโควิดแล้วต้องการเข้ามารักษาในประเทศไทย หรือเดินทางมาจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดเป็นอย่างมากมีความเสี่ยงสูง รัฐจับมือกับผู้ประกอบกิจการโรงแรมและ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำ Alternative State Quarantine (ASQ) เป็นสถานที่กักตัวทางเลือกแห่งรัฐสำหรับชาวต่างชาติ (ASQ Paradise) สร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางจากต่างประเทศ สามารถค้นหาโรงแรมที่ผ่านมาตรฐานโรงแรมกักตัวทางเลือกแห่งรัฐสำหรับชาวต่างชาติ (Alternative State Quarantine : ASQ) การกักตัวก็เลยมีกลิ่นไอของการท่องเที่ยวอยู่ด้วย

 

โดย ททท.สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวได้ผ่อนคลายระหว่างการกักตัว เช่น กิจกรรมนันทนาการ ช็อปปิ้งออนไลน์ระหว่างกักตัว กิจกรรมแฮปปี้ ดีไอวาย เซ็ท ซึ่งจะเป็นสินค้าพรีเมียมจากชุมชนท่องเที่ยวของประเทศไทย แจกจ่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่ทำการจองและเข้าพักใน ASQ ให้นักท่องเที่ยวได้ทำกิจกรรมระหว่างกักตัว

ASQ ทั้งหมดในประเทศไทยกว่า 100 แห่ง ตั้งแต่ 3-5 ดาว ราคาตั้งแต่ 27,000-220,000 บาท ทั้งยังมีกลุ่มห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เซ็นทรัล เดอะมอลล์ คิง เพาเวอร์ ค่ายมือถือดีแทคเสนอบริการพิเศษในการช็อปปิ้งออนไลน์และแพ็กเกจประกันภัย-ประกันสุขภาพจากทิพยประกันภัยด้วย

 

สรุปแล้วการกักตัว 14 วัน ของคนไทยอยู่ที่ว่าเป็นกลุ่มผู้สัมผัสโรคที่มีอาการป่วยหรือไม่ เมื่อต้องเข้าสู่ขั้นตอนการเฝ้าสังเกตอาการแล้ว จะถูกส่งต่อไปยังที่ไหน บางคนเลือกไม่ได้ต้องไปกักตัวที่โรงพยาบาลสนาม บางคนอาจเลือกได้ว่ากักตัวครบแล้ว SQ ตรงไหนเดินทางสะดวก

แม้จะกักตัว 14 วันเท่ากัน แต่สำหรับบางคน บรรยากาศอาจไม่เหมือนกันนะครับ

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: