Columnist

แฉมารศาสนาตั้งธุรกิจกินหัวคิวงานบวช

แฉมารศาสนาตั้งธุรกิจกินหัวคิวงานบวช

โดย…ธนก บังผล

อาชีพที่ไม่ต้องทำงาน แต่มีรายได้ อีกทั้งรายได้ที่มีนั้นไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย ก็เห็นจะเป็นอาชีพห่มผ้าเหลือง ซึ่งบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ ค่าน้ำค่าไฟจะใช้กันเท่าไรก็ได้ เพราะสุดท้ายแล้วญาติโยมก็ต้องจ่ายอยู่ดี

เพจ “สำนักข่าวเจริญพวง” ซึ่งเป็นเพจที่มักจะนำข้อมูลเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลในวงการสงฆ์มาเปิดเผยให้สาธารณะได้รับรู้ ล่าสุด ได้มีการโพสต์กรณีพฤติกรรมของพระสงฆ์วัดแห่งหนึ่ง เรียกเก็บเงินจากผู้ที่จะบวช มีเอกสารเป็นเรื่องเป็นราว

โดยระบุไว้ดังนี้ เงินที่จะต้องใส่ซองให้กับพระอุปัชฌาย์ 1 รูป จำนวน 2,000 บาท ,พระคู่สวด 2 รูป รูปละ 1,000 บาท รวม 2,000 บาท ,พระอันดับ อีกรูปละ 200 บาท ทั้งนี้ต้องมีของชำร่วยเลือกได้ 1 อย่าง ได้แก่ น้ำอัดลม (โค้ก หรือ เป๊ปซี่) กับ น้ำหวาน

ของที่นาคจะต้องเตรียมมา สำคัญเลยคือ เงินถวายเพื่อบำรุงวัด และเงินให้มัคทายกเวลานำแห่ หรือนำนาคเข้าโบสถ์ ตรงนี้แล้วแต่ศรัทธา

ยังไม่พอแค่นี้ เมื่อบวชแล้วก็ยังต้องมีชุดที่ทางวัดจัดให้ อาทิ ไตรครอง ไตรอาศัย ตาลปัตร ย่าม เครื่องนอนต่างๆ รวมเป็นเงิน 4,000 บาท

ระหว่างนั้น ก็ต้องฉลองเพลพระใหม่ คือ พระ 9 รูป กับข้าวจะเป็นอะไรบ้างนั้นจัดมาได้ตามอัธยาศัย แต่ย้ำว่าต้องมีข้าวเปล่า 1 โถ ไข่เค็ม 10 ฟอง ขนมถ้วยฟู 10 อัน หรือจะเป็นขนมเปี๊ยะ 10 อันก็ได้

พร้อมกันนั้นก็จะต้องมีเงินถวายพระอีก 10 ซอง ต่ำสุด 200-300 บาทต่อซอง

สรุปแล้วการบวชที่วัดนี้จะต้องเสียเงินอย่างน้อยที่สุด 11,200 บาท ต่อ 1 คน โดยพระอุปัชฌาย์รับไปเน้นๆ อย่างต่ำ 2,200 บาท เพราะฉะนั้น หากวันหนึ่งมีคนบวช 3 คน ก็จะได้เนื้อๆ 6,600 บาท ไม่รวมอาหารกลางวันฟรีกับค่า “แล้วแต่ศรัทธา” ที่จะนำมาจ่ายเป็นค่าน้ำค่าไฟ

มันจึงเกิดคำถามว่า ใครเป็นคนตั้งกฎเกณฑ์ราคาเงินบวชขึ้นมา ทั้งๆที่ต้นปีที่ผ่านมา สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 รับสั่งกับประชาชนที่มาสักการะบูชาท่านว่า “อย่าเอาเงินมาถวาย” พระรับเงินรับทองเป็นอาบัติที่รุนแรงมาก พุทธศาสนาของเราเสื่อมลงถึงวันนี้ คิดให้ดี เป็นเพราะโยมไม่ศึกษาพระธรรมวินัย เอาเงินไปถวายพระ เมื่อไหร่พวกเราจะเลิกทำบาปกันเสียที หยุดเอาเงินให้พระ หยุดทำร้ายพระศาสนา หยุดสร้างกลุ่ม “เบญจราคี” ที่โสโครกโสมมเพิ่มขึ้น

การห่มเหลืองทุกวันนี้จึงการเป็นธุรกิจที่สกปรกที่สุด หากินกับความยากจนของชาวบ้าน โดยมีแก๊งพระที่อยู่มานานเป็นตัวตั้งตัวตี เรียกจำนวนเงินขั้นต่ำขึ้นมา

คนที่บวชมานาน บวชมาตั้งแต่เป็นเณรส่วนใหญ่นั้น ก็มาจากฐานะทางบ้านที่ยากจน ไม่ได้เรียนหนังสือ จึงต้องมาอาศัยวัด ให้เจ้าอาวาสคอยดูแล เมื่อบวชเณรครบอายุก็บวชพระต่อ อยู่วัดนี้ไม่ได้ก็ย้ายวัด บางทีก็ย้ายกันไปตั้งกลุ่มแก๊ง มีพรรคมีพวก และแก๊งหัวโล้นกลุ่มนี้จะออกมาใช้ชีวิตแบบคนภายนอกก็ไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้ใดๆจะไปประกอบอาชีพ เมื่ออยู่ในผ้าเหลืองก็ยึดเป็นอาชีพหากิน เงินส่วนใหญ่ที่ได้มาก็เอาไปฟุ่มเฟือย ปรนเปรอทั้งสีกา ทั้งมั่วผู้ชายให้เละเทะไปหมด

แล้วพระประเทศไทยนี่แปลกมากครับ ด่าไม่ได้ ใครด่าจะแช่งให้บาปกินหัว เวลาทำชั่วก็ห้ามประจาน เพราะจะโยงแพะมาชนแกะว่าเป็นพวกอิสลามต้องการล้มล้างศาสนาพุทธ

ผมถามสักคำเถอะครับ แชทหลุดซื้อขายบริการชายหนุ่ม โชว์อวัยวะเพศส่งในไลน์ ขายยาบ้าบ้าง โพสต์รูปคู่ทำนองรักร่วมเพศ ถ้าพระไม่ทำมันจะหลุดมาได้อย่างไร ใครจะไปบังคับให้พระถ่าย พระโพสต์ ก็ตัวเองนั่นละครับที่ทำเองทั้งนั้น พอเขาจะมาจัดระเบียบพระ จัดระเบียบเงิน ก็กลัวว่าจะเข้ามาทำลายผลประโยชน์ที่เคยได้มาตลอด

ถามจริงๆเถอะครับ คนพวกนี้จะอยู่ในพุทธศาสนาอาศัยผ้าเหลืองไปเพื่ออะไร

หลายคนที่โดนจับคาผ้าเหลือง ติดคุกแล้วก็กลับมาบวชใหม่ เพราะไปไหนไม่ได้ แล้วก็อยู่ในวังวนอุบาทว์สร้างแต่ความเสื่อมเสียไม่มีที่สิ้นสุด

ที่เคยบอกว่า พระส่วนใหญ่นั้นดี แต่มีบางคนเท่านั้นที่เป็นมารศาสนา ผมว่าควรจะคิดใหม่ได้แล้วนะครับว่าพระดีที่สามารถกราบไหว้ได้แบบสนิทใจนั้นเหลือน้อยเต็มทน เพราะมีคนประเภทมารเข้าไปทำลายพุทธศาสนาจนป่นปี้

Tags

Related Articles

Close