Columnist

เหตุเกิดจาก “วิคตอเรียซีเคร็ท”

ดีเอสไอยุคใหม่จับ “โสเภณี”

เหตุเกิดจากวิคตอเรียซีเคร็ท

โดย..ธนก บังผล

หากอยากจะจับอะไรสักคดีให้เป็นที่ฮือฮา ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ไม่ต้องใช้ความสามารถ และประสบความสำเร็จมากที่สุด ต้องจับ “อาบ อบ นวด”

นี่ไม่ใช่คำพูดที่เกินเลย เพราะมีสถานที่ตั้งอยู่ชัดเจน นวลนางต้องมาลงอ่างอยู่แล้วแทบทุกวัน ส่วนจะได้หญิงสาวอายุต่ำกว่า 18 และชาติใดบ้างนั้น แล้วแต่จะฟลุ๊คกี่มากน้อย

เมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่กรมการปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานอาบอบนวด วิคตอเรียซีเคร็ทว่า ซึ่งจากการตรวจค้นพบสถานบริการแห่งนี้มีการลักลอบค้าบริการทางเพศ

ผมจะแปลกใจมากหากเจ้าหน้าที่เข้าค้นแล้ว “ไม่พบ” การค้าบริการทางเพศ เพราะสถานบริการอาบอบนวด ได้รับอนุญาตและการพิจารณาจาก กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น) จากนั้นนำมาเข้าบอร์ดที่ประชุม โดยมีที่ปรึกษากฎหมายกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานร่วมพิจารณาว่าจะให้ต่อใบอนุญาตหรือไม่

ในส่วนของสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท ได้ขอใบอนุญาตสถานบริการประเภท 3 อย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีสถานบริการประเภท3 (3) อาบอบนวด ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ทั้งหมด 82 แห่ง แบ่งเป็นท้องที่ สน.มักกะสัน 21 แห่ง , สน.ห้วยขวาง 14 แห่ง , สน.สุทธิสาร 8 แห่ง , สน.บางยี่ขัน 7 แห่ง , สน.พญาไท 6 แห่ง , สน.วังทองหลาง 5 แห่ง

สน.ลุมพินี 4 แห่ง , สน.พลับพลาไชย2 มี 2 แห่ง , สน.ปทุมวัน 2 แห่ง , สน.คลองตัน 2 แห่ง , สน.บางรัก 2 แห่ง , สน.สำราญราษฎร์ 1 แห่ง , สน.ภาษีเจริญ 1 แห่ง , สน.พระราชวัง 1 แห่ง , สน.บางนา 1 แห่ง , สน.บุคคโล 1 แห่ง , สน.วัดพระยาไกร 1 แห่ง , สน.ทองหล่อ 1 แห่ง , สน.บางชัน 1 แห่ง และ สน.ตลิ่งชัน 1 แห่ง

นั่นจึงเป็นคำถามว่า การเข้าจับผู้ให้บริการทางเพศ เป็นเรื่องและหน้าที่ของดีเอสไอ หรือไม่ เพราะได้ส่งผลกระทบต่อคนอีกมากมาย โดยเฉพาะตำรวจเจ้าของพื้นที่ต้องถูกย้าย

ต่อไปนี้ดีเอสไอก็ไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ วันๆมีหน้าที่เข้าไปค้นอาบอบนวด ตำรวจในกรุงเทพก็เด้งกันหมด ทั้งๆที่สถานบริการนั้นได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

พลางทำให้นึกถึงตอนที่เป็นคดีพิเศษที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด อย่างจับธัมมชโย ซึ่งจนถึงป่านนี้ดีเอสไอยังงมโข่งกันอยู่เลย

เรามาดูเม็ดเงินในระบบที่น่าสนใจกันบ้างครับ คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้เคยทำภาคนิพนธ์ ปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง “ธุรกิจนอกระบบ : ศึกษากรณีการค้าบริการทางเพศในสังคมไทย” เมื่อปี 2551

ข้อมูลในภาคนิพนธ์ฉบับนี้ให้ภาพรวมว่า รายได้ที่เกิดจากธุรกิจให้บริการทางเพศทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2550 น่าจะมีมูลค่าถึง 163,839 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจที่ทำรายได้เป็นอันดับ 1 คือ สถานบริการประเภทนวดแผนโบราณ ที่มีมูลค่าสูงถึง 36,427 ล้านบาท หรือ 22% อันดับ 2 คือ สถานบริการประเภทบาร์เบียร์ มีมูลค่าประมาณ 26,402 ล้านบาท อาบอบนวด มีมูลค่าอยู่ที่ 23,803 ล้านบาท คาราโอเกะ 19,442 ล้านบาท และสำนักหรือซ่อง 17,650 ล้านบาท

หากอาบอบนวดเมื่อ 10 ปีที่แล้วมีมูลค่าอยู่ที่ 23,803 ล้านบาท ในวันนี้ปี 2561 คาดกันว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท

เพราะฉะนั้น แม้จะส่งผลกระทบเพียงระยะสั้นต่อผู้เข้าไปใช้บริการ โดยอาจจะเปลี่ยนสถานที่ แต่บางครั้งเราต้องลองนึกดูว่าดีเอสไอ เข้าค้นอาบอบนวดด้วยมีอะไรแอบแฝงหรือไม่

ถ้าพูดกันเรื่องส่วย จากภาพที่ถ่ายมาและเผยแพร่จากดีเอสไอเอง องค์กรดีเอสไอส่วนใหญ่ก็เป็นตำรวจเก่าทั้งนั้น จริงหรือไม่ที่รู้พื้นเพและจุดอ่อนของตำรวจด้วยกันเองเป็นอย่างดี

งานนี้ไม่มีโลกสวยนะครับ ยิ่งในพื้นที่ห้วยขวาง พระรามเก้า ตำรวจหลายท่านในพื้นที่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องลงพื้นที่ทั้งกลางวันและกลางคืน เหตุไม่มีหยุดหย่อน เพราะชีวิตคนกลางคืนในย่านนี้มากพอๆกับชีวิตคนกลางวัน

หากมองผ่านข่าวนี้แบบปกติที่ผ่านมา เราอาจจะยกย่องว่าดีเอสไอเข้าค้นโดยหวังดีต่อการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ตำรวจละเลยการทำงาน

แต่ถ้ามองเข้าไปลึกๆ ผมไม่คิดเช่นนั้นแน่นอน

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: