Biznews

เสี่ยตันเลิกซ่าส์!!!! รื้อโครงสร้างครั้งใหญ่ทิ้งT247-ไบเล่

สะเทือนวงการเครื่องดื่มเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่ในตลาดชาเขียวอย่างเสี่ยตัน ภาสกรนที เจ้าของอาณาจักร “อิชิตัน”  ประกาศรื้อโครงสร้างครั้งใหญ่ด้วยการตัดใจไม่ไปต่อสินค้าที่ไม่ทำกำไรนำโดยเครื่องดื่มชูกำลัง T247 หลังเปิดตัวมาได้ 2 ปี และไบเล่ หันมาโฟกัสเทรดดิ้งและโออีเอ็มเพื่อบาลานซ์ความเสี่ยงด้านรายได้ หลังจากที่ตัวเลขผลประกอบการของเสี่ยตันเริ่มตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ   รวมทั้งยังสั่งยกเลิกแผนลงทุนตั้งโรงงานต่างประเทศทั้งหมด เน้นส่งออกเพียงอย่างเดียว 

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เริ่มเห็นสัญญาณของการฟื้นตัวในตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด และแคมเปญการตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ รวมถึงกระแสสุขภาพเข้ามาช่วยหนุนกลุ่มชาพรีเมี่ยม-ไร้น้ำตาล ผลักดันมูลค่าตลาดชาพร้อมดื่มเติบโต 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 เป็น 6,439 ล้านบาท และคาดว่าจะโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลังเช่นกัน ทำให้มีโอกาสที่ตลาดรวมจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง

เมื่อเห็นความหวังดังกล่าว เสี่ยตันไม่รอช้า ประกาศปรับแผนการทำตลาดครั้งใหญ่ ภายใต้กลยุทธ์ 3N คือ  New Product, New Market และ New Business ประการสำคัญคือการลดพอร์ตโฟลิโอ เลิกทำสินค้าที่ไม่ทำกำไร ทั้งเครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์ T247 ที่ไม่เปรียงอย่างที่คิดเนื่องจากตลาดชุกำลังมีผู้เล่นที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว และน้ำอัดลมไบเล่ที่เสี่ยตันทุ่มทุนซื้อมาด้วยวงเงินลงทุนทั้งสิ้น 1,780 ล้านบาทเมื่อปี 2557 ภายในสิ้นปีนี้ ถือเป็นการยอมรับในความพ่ายแพ้อย่างดุษฏี

นอกจากการตัดสินค้าที่ไม่ทำกำไรแล้ว เสี่ยตันก็เลิกหว่านด้วยการเลือกทำตลาดสินค้าในกลุ่มชาพร้อมดื่มที่มีศักยภาพเท่านั้น เหลือเพียงชาเขียวรสต้นตำรับ, รสน้ำผึ้งมะนาว, รสจมูกข้าวญี่ปุ่น, ชิวชิวและเย็นเย็น ในขวดขนาดเล็กและกลาง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการผลิตและลดต้นทุนไปในตัว  โดยหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดชาพรีเมี่ยมที่มีการเติบโต

ส่วนการทำตลาด ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่เลิกทำแคมเปญหน้าร้อนเปลี่ยนมาเป็นการทำแคมเปญกับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม  อาทิ กลุ่มยี่ปั๊วซาปั๊วด้วยแคมเปญชิงโชคทอง-รถยนต์ครั้งที่ 2 ช่วงเดือนกันยายนนี้ เพื่อกระตุ้นยอดและเพิ่มช่องทางขายแบบเทรดิชั่นนอลเทรดไปพร้อมกัน

นอกจากการปรับโครงสรา้งครั้งใหญ่ดังกล่าวแล้ว เสี่ยตัน ยังมองหาธุรกิจใหม่ ๆ โดยไม่จำกัดอยู่แค่เครื่องดื่มและชาเขียวเท่านั้น ทั้งธุรกิจเทรดดิ้ง หรือซื้อมาขายไปของสินค้าที่นอกเหนือจากเครื่องดื่ม รวมถึงการรับจ้างผลิตเครื่องดื่ม ซึ่งปัจจุบันรับจ้างผลิตน้ำมะพร้าวผสมเนื้อมะพร้าว เพื่อสร้างรายได้จากกำลังผลิตส่วนเกิน และเตรียมเปิดตัวธุรกิจใหม่อีก 1 ธุรกิจภายใน 2 ปีนี้

ที่สำคัญ เสี่ยตันยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ใช้ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์สร้างการรับรู้แบรนด์ซึ่งบัดนี้เสื่อมมนต์ขลังแล้ว  จากนี้ไปจะใช้พรีเซ็นเตอร์ในการทำตลาดพร้อมทั้งเตรียมส่งไม้ต่อให้กับทีมผู้บริหารใหม่ ๆ หลังจากบรรลุเป้าระยะกลางที่วางไว้นั่นคือ มียอดขาย 1 หมื่นล้านบาท และทำให้ราคาหุ้นกลับมามากกว่า 13 บาท

การปรับใหญ่ของเสี่ยตันในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่เสี่ยตันยอมรับสภาพความเป็นจริงว่าความสำเร็จในอดีตใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ในปัจจุบันอีกต่อไป …..

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: