Biznews

เวนดิ้งแมชีนบูม “ไฮเออร์” ลุยร้านซักผ้าอัจฉริยะ 24 ชม.

“เวนดิ้งแมชีน” หรือตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ กลายเป็นเทรนด์มาแรงและได้รับความสนใจจากสินค้าต่าง ๆ ที่นำมาเป็นช่องทางในการขยายสินค้าเพื่อเสริมช่องทางหลัก เห็นได้จากจำนวนตู้ที่ผุดขึ้นมามกามายเพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กลุ่มลูกค้า ขณะเดียวกันแบรนด์ก็อยู่ใกล้ผู้บริโภคไปด้วย 

“ไฮเออร์” แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนที่เข้ามาเปิดตลาดในไทยมาหลายปีกลายเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นหน้าใหม่ในธุรกิจตู้หยอดเหรียญเมืองไทย โดยเล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตและยังมีช่องว่างในตลาดอยู่พอสมควรหลังจากเห็นแบรนด์อื่นๆ  เข้าในธุรกิจดังกล่าวแล้วหลายแบรนด์

มร. จาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ เปิดเผยว่า จากเทรนด์ผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก ไฮเออร์เองในฐานะเจ้าของสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลาย โดยเฉพาะเครื่องซักผ้าที่มีรุ่นบริการหลากหลายได้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตของธุรกิจตู้หยอดเหรียญเมืองไทยจึงมีแผนที่จะขยายไลน์ธุรกิจด้วยการเปิดสาขานำร่องแล้ว 1 แห่งที่ซอยลาดพร้าว 122 หรือซอยมหาดไทยซึ่งเป็นแหล่งชุมชนหนาแน่น เปิดให้บริการตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ จำนวน 10 เครื่อง และเครื่องอบผ้า 10 เครื่อง และจะขยายเพิ่มอีก 10 สาขาภายในปีนี้โดยช่วงแรกเป็นการลงทุนของบริษัททั้งหมด สาขาละ 1.8-2 ล้านบาท จากนั้นในปีตจ่อไปจะขยายให้ดีลเลอร์เป็นผู้ลงทุนซึ่งมีหลายขนาดให้เลือก ลงทุนตั้งแต่  500,000 บาท ไปจนถึง 2 ล้านบาท แล้วแต่ขนาดพื้นที่และจำนวนสินค้าคาดว่าจะเปิดได้อีก 30-50 แห่ง

“ช่องทางการตลาดใหม่ ๆ อย่างธุรกิจร้านซักผ้าอัจฉริยะ 24 ชม. Smart Plus by Haier และ Haier Brand Shop ที่นอกจากจะจัดแสดงและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แล้ว ยังเพื่อเป็น Experience Center ให้ลูกค้าได้เข้ามาทดลองสัมผัสผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมของเราอย่างใกล้ชิดอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายในปีนี้จะมีรายได้รวมตั้งอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเติบโตได้ตามเป้า โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ ที่ตลาดยังมีแนวโน้มขยายตัวอีกมาก” มร.จาง เจิ้งฮุ้ย กล่าว

ขณะเดียวกัน เพื่ออำนวยความสะดวกผู้บริโภคในยุค 4.0และสังคมไร้เงินสดที่กำลังมาแรง  ไฮเออร์กำหนดเปิดตัวแอพพลิเคชั่นภายในสิ้นเดือนกรกฏาคมนี้เพื่อให้ลูกค้าใช้บริการจ่ายเงินผ่านแอพได้เลย

ส่วนครึ่งปีแรกที่ผ่านมาไฮเออร์ มียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 40% หรือประมาณ 2,593 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวกจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้สินค้ากลุ่มทำความเย็นมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น อาทิ เครื่องปรับอากาศมีรายได้ประมาณ 1,544 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 50% ตู้เย็นมีรายได้ประมาณ 434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เครื่องซักผ้ามีรายได้ 323 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 38% รวมถึงตู้แช่มีรายได้ 209 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 19% และสินค้าชนิดอื่น ๆ มีรายได้กว่า 84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน

ด้วยปัจจุบันการแข่งขันทางการตลาดที่สูง ทำให้ผู้ผลิตมีการพัฒนาสินค้าต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด สำหรับในครึ่งปีหลังไฮเออร์ยังคงขยายฐานลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์มากขึ้น โดยสินค้าที่จะออกสู่ตลาดจะมีความหลากหลายได้แก่ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า ตู้แช่ เครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ โทรทัศน์ เครื่องน้ำอุ่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว อาทิ หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องดูดควัน เตาไฟฟ้า และเตาแก๊ส ด้วยการชูจุดขายด้านคุณภาพ ดีไซน์ และนวัตกรรมที่ล้ำสมัยซึ่งจะเป็นจุดแข็งของสินค้าไฮเออร์ ที่จะวางจำหน่ายต่อจากนี้ไป

สำหรับแผนการทำตลาดของไฮเออร์ปีนี้ วางงบลงทุนไว้ทั้งสิ้น 500-600 ล้านบาท ในการขยายไลน์สินค้ากลุ่มตู้แข่ ตู้เย็น แอร์คอมเมอร์เชียล รวมทั้งระบบโลจิสติกส์ทั้ง 2 สาขาคือกบินทร์บุรีและบางนา

ส่วนงบการตลาด ปีนี้วางไว้ที่ 300 ล้านบาทในการทำตลาดผ่านสินค้าเรือธงนับจากนี้คือ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้าโดยตั้งเป้าขึ้นท็อปทรีภายใน 3 ปีนี้ ขณะที่เครื่องปรับอากาศไฮเออร์ตอนนี้อยู่อันดับที่ 3

ทั้งนี้ สินค้าที่จะวางจำหน่ายล่าสุดได้แก่ผลิตภัณฑ์ตู้เย็นซีรีย์ Navi Cooling Plus ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตู้เย็นยุคใหม่ของตลาดประเทศไทย 3rd Generation หรือ GEN3 ซึ่งเป็นตู้เย็นที่ก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยนวัตกรรมที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้ดีที่สุดและเพื่อให้ตู้เย็นไฮเออร์ GEN3 เป็นมาตรฐานที่ตู้เย็นยุคใหม่ต้องมี ซึ่งเมื่อปีที่แล้วตู้เย็นซีรีย์ Navi Cooling รุ่นเดิมได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดีเยี่ยม จึงได้เกิดการต่อยอดเป็น Navi Cooling Plus ขึ้นซึ่งมีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ เรียบหรู มาพร้อม Smart Temp Control ควบคุมอุณหภูมิได้ง่าย ๆ ตามความต้องการด้วยหน้าจอระบบสัมผัส

และนอกจากเทคโนโลยีช่องแช่แข็งอัจฉริยะที่เปลี่ยนโหมดได้ 5 โหมดดั่งใจที่มีใน Navi Cooling รุ่นเดิมแล้ว ยังเพิ่มเติมด้วยช่องพิเศษ 3rd space ที่ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -18 ถึง 5 องศาเซลเซียส ใช้งานได้หลายหลายตามความต้องการไม่ว่าจะเป็น ช่วงอุณหภูมิ -7 องศา ซึ่งสามารถเป็นช่องแช่ Soft Frozen เหมาะสำหรับแช่ปลา หรือเนื้อสดต่าง ๆ ซึ่งจะคงคุณค่าของอาหารได้ยาวนานแต่ไม่ทำให้สูญเสียรสชาติและเนื้อสัมผัส

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: