BiznewsProperty

“เมืองไทย”ปัดฝุ่นอสังหา ลุยออฟฟิศให้เช่า เจาะสตาร์ทอัพ – องค์กรใหญ่

จากแนวโน้มนักธุรกิจหน้าใหม่ โดยเฉพาะวงการสตาร์ทอัพที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเวลานี้ บวกกับเทรนด์ออฟฟิศให้เช่าที่กำลังมาแรง กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งเร้าให้ยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจประกันภัยอย่างค่ายเมืองไทยประกันชีวิต ที่บริหารงานดดยตระกูลล่ำซำ สนใจสยายปีกซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกหากแต่ค่ายนี้เคยลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ คิดเป็นสัดส่วน 1% ซึ่งยังเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 15% ของการลงทุนในสินทรัพย์ หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 70,000 ล้านบาท ในการเข้าซื้อกิจการอาคารเมืองไทยภัทร คอมเพล็กซ์ เมื่อ 9 ปีที่แล้วจึงไม่ถือเป็นหน้าใหม่ในวงการแต่อย่างใด  และล่าสุดเมืองไทยเตรียมเผยโฉมอาคารที่มีชื่อว่า  66 Tower ออฟฟิศให้เช่าที่ลงทุนเองทั้งหมดรองรับผู้ใช้งาน โดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ทอัพและองค์กรขนาดใหญ่ 

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) เปิดเผยว่า ได้ใช้เม็ดเงินสูงถึง 3,800 ล้านบาท เปิดโครงการอาคารสำนักงานให้เช่า “66 Tower” The Living Workplace Solution บนถนนสุขุมวิท ใกล้ซอยสุขุมวิท 66 ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ Human Centric Living Workplace โดยเน้นผู้ใช้งานอาคารเป็นศูนย์กลาง ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ประมาณไตรมาสที่ 2/64 โดยมีบริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CBRE เป็นตัวแทนในการปล่อยเช่าพื้นที่สำนักงานแต่เพียงผู้เดียว

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ คิดเป็นสัดส่วน 1% ซึ่งยังเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 15% ของการลงทุนในสินทรัพย์ หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 70,000 ล้านบาท ได้แก่ อาคารเมืองไทยภัทร คอมเพล็กซ์ ที่ได้มีการเข้าซื้อมาบริหารต่อตั้งแต่ 9 ปีที่แล้วจึงไม่ถือเป็นหน้าใหม่ในวงการแต่อย่างใด  และล่าสุดอาคาร 66 Tower ที่ลงทุนเองทั้งหมด

อาคาร 66 Tower มีพื้นที่ทั้งหมด 35,000 ตารางเมตร ขณะที่ความต้องการออฟฟิศให้เช่าต่อปี จะอยู่ที่ 150,000-200,000 ตารางเมตร ซึ่งถือว่ายังมีความต้องการอีกมาก จึงมองว่าออฟฟิศให้เช่าน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีและตอบโจทย์ให้กับผู้เช่าทั้งในและต่างประเทศ หรือบริษัทขนาดเล็กถึงบริษัทขนาดใหญ่ได้

จุดเด่นของโครงการอยู่ที่โถงล็อบบี้ (Main Office Lobby) ที่ออกแบบมาให้มีความ Grand and Welcoming ด้วยความสูงโปร่งถึง 10 เมตร เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับผู้เช่าทุกรายที่มาเช่าพื้นที่ในอาคาร ส่วนภายในพื้นที่เช่าออกแบบให้มีความสูงโปร่งถึง 3 เมตรมากกว่ามาตรฐานอาคารสำนักงานทั่วไปพร้อมระยะจาก Core to Window กว้างถึง 15 เมตรโดยไม่มีเสากั้นตรงกลางพื้นที่หรือที่เรียกว่า Column Free Design ช่วยให้ผู้เช่าสามารถออกแบบพื้นที่ได้หลากหลายฟังก์ชันและใช้สอยพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดขนาดพื้นที่เช่าของอาคารสามารถรองรับผู้เช่าได้ตั้งแต่ 100 ตารางเมตรขึ้นไปและยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าพื้นที่ขนาดใหญ่ด้วยการรองรับการเชื่อมต่อระหว่างชั้นในพื้นที่เช่าได้ (Private Inter-Floor Access)

 

โครงการมีห้องประชุมส่วนกลางให้เช่าหลากหลายฟังก์ชัน รองรับการจัดประชุมหรือจัดสัมมนาของผู้เช่าได้ จุดนี้ช่วยให้ผู้เช่าประหยัดพื้นที่เช่าและลดค่าใช้จ่ายในการตกแต่งพื้นที่เพื่อทำเป็นห้องประชุมของผู้เช่าเอง และประหยัดเวลาในการจัดประชุมหรือจัดสัมมนาภายนอกอาคาร โครงการมีพื้นที่ร้านค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เช่าและผู้มาติดต่อ อีกทั้งมีพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนให้กับผู้เช่า นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการมากมาย ได้แก่ คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านอาหารและร้านค้า โรงแรม โรงพยาบาล และไปรษณีย์

ตัวอาคารถูกออกแบบตามมาตรฐานอาคารสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและประหยัดพลังงาน อาทิ เลือกใช้ระบบการปรับแสงไฟอัตโนมัติภายในอาคาร Daylight Dimmer และไฟระบบ LED เพื่อประหยัดพลังงานเลือก Façade ที่เป็น กระจก Insulated Low-E Glass ซึ่งมีคุณสมบัติลดความร้อนจากภายนอกอาคาร ทำให้ภายในพื้นที่เช่ามีอุณหภูมิที่ลดลง นอกจากนี้โครงการจัดเตรียมพื้นที่จอดรถเพื่อรองรับผู้คนใช้รถเข็น และสนับสนุนผู้ใช้รถที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยช่องจอดพิเศษเช่น ที่จอดรถจักรยาน ที่จอดรถ Green Vehicle Parking และ ช่องจอดรถ Car Pool Parking รวมถึงมีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Charging Station

และไม่นานมานี้ “66 Tower” ได้รับรางวัลจากงาน Asia Pacific Property Awards ปี 2019-2020 รวม 2 รางวัล ได้แก่ Award Winner Office Development Thailand และ รางวัล Best Office Architecture Thailand นอกจากนี้อาคารออกแบบตามมาตรฐานอาคารสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตั้งเป้าหมายที่จะได้ LEED Green Building Certification Gold Version 4 ภายหลังที่มีการเปิดใช้อาคารในปี 2021 (Aims to achieve LEED Green Building Certification)

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ ง่ายต่อการเชื่อมต่อเศรษฐกิจชั้นในและโซนธุรกิจอุตสาหกรรม รวมถึงพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC: Eastern Economic Corridor) และอาคารตั้งอยู่ใกล้ BTS สถานีอุดมสุขเพียง 150 เมตร สะดวกต่อการเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้ารถโดยสารประจำทาง อีกทั้งยังใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนทั้ง 3 สาย (ทางด่วนเฉลิมมหานคร ทางด่วนฉลองรัช และทางด่วนบูรพาวิถี) รวมถึงสามารถเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: