Columnist

เพจฉาวอ้างหมาแมว เรี่ยไรเงิน 6 ล้านบาทเย้ยกฎหมาย

เพจฉาวอ้างหมาแมว

เรี่ยไรเงิน 6 ล้านบาทเย้ยกฎหมาย

โดย…ธนก บังผล

กระแสดราม่าบนเฟซบุ๊กระหว่าง “แหม่มโพธิ์ดำ” กับ “หมามะเร็ง” กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เมื่อเพจหมามะเร็ง ประกาศเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เปิดระดมทุนขอรับบริจาคเงิน 6 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงเรือนถาวรให้กับสุนัขป่วย บนเนื้อที่ 2 ไร่ ใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยทางแอดมินระบุว่า สุนัขและแมวกว่า 60 ชีวิต จะต้องย้ายออกโดยด่วนภายในเดือนเมษายนนี้

นั่นหมายความว่า มีเวลาไม่ถึง 2 เดือน ในการสร้างโรงเรือนแห่งนี้ให้เสร็จ แม้ว่าแบบแปลนการก่อสร้างจะยังไม่สมบูรณ์ และยอดเงินจากผู้ใจบุญที่ถูกโอนเข้ามาแล้วมากกว่า 6 แสนบาท

ด้วยความที่ระยะเวลาบีบคั้นกระชั้นชิด ทำให้ “การถูกไล่ที่” ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ต้องหาที่สร้างโรงเรือนแห่งใหม่ มีคำถามตามมามากกมาย เช่น เป็นการไล่ที่หรือหมดสัญญาเช่า หากเป็นการไล่ที่ต้องมีหลักฐาน เอกสาร จากองค์การบริหารส่วนตำบลและปศุสัตว์ ในขณะเดียวกันโรงเรือนที่จะสร้างใหม่นั้นก็ยังต้องได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างจากปศุสัตว์ในพื้นที่เช่นเดียวกัน ระยะสัญญาในการเช่านานเท่าไร เช่าแบบรายเดือนหรือรายปี ซึ่งบางคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่ามีผู้ใจบุญพร้อมจะยกที่ให้ฟรีๆ ไม่ต้องเช่า แต่ทางเพจไม่เอา ต้องการจะไปใช้ที่ใน อ.สัตหีบ

ที่สำคัญคือการสร้างโรงเรือนนั้นต้องมี BOQ หรือเอกสารแสดงรายละเอียดของราคาค่าก่อสร้าง ค่าวัสดุ ค่าแรงงาน ซึ่งคำถามเหล่านี้ทางเพจหมามะเร็งไม่สามารถนำมาแสดงหรือตอบข้อสงสัยได้เลย

“แหม่มโพธิ์ดำ” ยังต้องการให้ “หมามะเร็ง” เปิดเผยยอดเงินในบัญชีที่ได้รับบริจาคมาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น เพราะสงสัยว่า เจ้าของชื่อบัญชีนำเงินที่ได้ไปใช้ไม่ตรงวัตถุประสงค์ อีกทั้งยังมีการเปิดบัญชีอื่นๆเพิ่ม เป็นเหตุให้เกิดความไม่โปร่งใส ประกอบกับทางเพจเคยมีกรณีเปิดระดมทุนช่วยสุนัขตัวหนึ่ง มีผู้โอนเงินเข้าไปจำนวนมาก แต่ปรากฏว่าสุนัขตัวนั้นไม่ได้ถูกนำตัวไปรักษาพยาบาล ก่อนความจะมาแตกในภายหลัง

ซึ่งรายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้ ได้สะสมเป็นความสงสัยจนทำให้เกิดดราม่าระหว่างทั้ง 2 เพจ

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การสร้างโรงเรือน หรือ สัญญาการเช่าพื้นที่ แต่เป็นเรื่องกฎหมายล้วนๆ เนื่องจากพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 มาตรา 6 ระบุว่า การเรี่ยไรซึ่งอ้างว่าเพื่อประโยชน์แก่ราชการ เทศบาล หรือสาธารณประโยชน์ จะจัดให้มีได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรแล้ว

แต่ที่ผ่านมาทางเพจหมามะเร็งได้ทำการเปิดระดมทุนอยู่บ่อยครั้ง โดยเป็นการทำผิดกฎหมายทุกครั้งเพราะเป็นการเรี่ยไรเงินรับบริจาคโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อได้เงินมาก็ไม่เคยเปิดเผยว่าเคสไหน จำนวนเท่าไร

เมื่อรับเงินบริจาคมาโดยไม่ได้รับอนุญาตตั้งแต่เริ่มต้น ก็ทำให้ขั้นตอนต่อไปผิดกฎหมายทั้งสิ้น มีโทษทั้งจำคุกและปรับเงิน

นอกจากนี้ การโพสต์รูปถ่ายสุนัขและแมวเพื่อเรี่ยไรขอเงินบริจาคผ่านเฟซบุ๊ก ไม่ว่าจะจริงหรือหลอกลวง จะต้องได้รับอนุญาตจากทางการตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ยิ่งถ้าเป็นการหลอกลวงไม่ได้นำเงินที่ได้รับบริจาคไปช่วยเหลือจริง ก็จะมีความผิดฐานฉ้อโกงด้วยการหลอกลวงผู้อื่น ด้วยการแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เพราะฉะนั้นการที่เพจหมามะเร็ง ประกาศระดมทุนรับบริจาคอย่างชัดเจน กรณีนี้ไม่ต้องถึง 6 ล้านบาทตามที่ต้องการ แค่รับเงินโอนเข้ามาแม้แต่บาทเดียวก็ถือว่าผิดกฎหมายแล้ว

ไม่ใช่ผิดแค่เพจหมามะเร็ง แต่ยังหมายความรวมถึงเพจต่างๆที่เปิดระดมทุน ขอรับบริจาคเงินด้วยการนำเอาสุนัขและแมวมาอ้างสร้างความสงสาร คนไทยควรหยุดทำบุญทำทานกับสิ่งที่ผิดกฎหมายและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฉ้อโกงได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม สุนัขที่ทางเพจไปรับมาดูแลกว่า 60 ตัว รวมที่ไปรักษาพยาบาล จนเป็นหนี้ ควรจะทำอย่างไรต่อไป

คำตอบมีทางเดียวคือ ทำให้ถูกกฎหมาย ขออนุญาตกับทางการ หรือจะตั้งเป็นมูลนิธิ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส สามารถตรวจสอบบัญชีการรับบริจาคได้

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: