Biznews

เปิด 9 เทรนด์ผู้บริโภคหลังวิกฤตโควิด-19 ‘Back สู่ Old Normal’

เอ็นไวโร ไทยแลนด์ บริษัทวิจัยระดับโลก เผย 9 เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงหลังเกิดวิกฤต  โควิด-19 ที่จะเข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้นจนไปสู่การเกิดมาตรฐานใหม่ New Normal ทั้งการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน การติดต่อสื่อสาร การเข้าสังคม การตลาด วิธีคิดและความเชื่อของผู้คน รวมทั้งช่องทางในการซื้อขายสินค้าต่างๆ ให้เปลี่ยนแปลงไป หลังพบผู้บริโภคพร้อม         Back สู่ Old Normal ชี้ชัดเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทน Experience ได้ โดยกิจกรรมอีเวนต์ ยังไม่พร้อม    เข้าทันที ขอรอดูอย่างน้อย 6 เดือน

สรินพร จิวานันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโร ประเทศไทย จำกัด บริษัทวิจัยยักษ์ใหญ่ระดับโลก ในเครือบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ COVID-19  ที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลายคนมักจะเรียกกันว่า New Normal” แม้บางพฤติกรรมผู้บริโภคกลับมาสู่สภาวะปกติเช่นเดิมแล้ว โดยแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น แต่ขณะ   ที่บางพฤติกรรมก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จนทำให้หลายธุรกิจต้องปรับตัว เพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้น จึงได้ทำการสำรวจกับกลุ่มผู้บริโภคทั่วประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักการตลาด เจ้าของธุรกิจ ผู้บริโภค นักจัดกิจกรรมอีเวนต์  เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

 โดยเอ็นไวโร ไทยแลนด์ สรุปผลวิจัย 9 เทรนด์ผู้บริโภคหลังวิกฤตโควิด-19 ที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคจากนี้ ประกอบด้วย

 

  1. เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทน experience หรือ ประสบการณ์ที่ผู้บริโภคต้องการสัมผั

มีผู้บริโภคเพียง15% ที่ได้เข้าร่วมงานอีเวนต์ online ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y ส่วน85%    ที่ไม่เข้าร่วมเพราะไม่เชื่อว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ทดแทนอีเวนต์ onground ได้ โดยผู้บริโภคกว่า 93% คิดว่าอีเวนต์ online ทดแทนอีเวนต์ onground ไม่ได้

 

  1. Online มีศักยภาพ แต่ก็ไม่ใช่แค่ยกกิจกรรมอีเวนต์ มาทำบน ออนไลน์

12% ของผู้ที่เข้าร่วมอีเวนต์ online กล่าวว่าชอบอีเวนต์ online โดย 88% ไม่ชอบ ซึ่งทำให้เกิดประเด็นที่น่าสนใจว่า ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการ Event Onground มาเป็น online กิจกรรมอีเวนต์ไม่เหมือนการช้อปปิ้งที่ถูก Disrupt ด้วยความสะดวกจาก online เพราะประสบการณ์เป็นสิ่งที่ทดแทนไม่ได้ จึงไม่ได้แปลว่าคอนเสิร์ต on ground จะถูกทดแทนด้วย คอนเสิร์ต online แต่อาจจะถูกทดแทนด้วยกิจกรรมรูปแบบอื่นไปเลย เพราะโควิได้ผันผู้บริโภคไปเสพ Entertainment แบบใหม่ เช่นเกมส์ E-Sport ในอนาคตผู้บริโภคอาจไม่ออกไปคอนเสิร์ตไม่ว่าจะ Online หรือ Onground แต่กลับใช้เวลาบนโลกออนไลน์ แบบ Second Life ดังนั้นต้องคิดใหม่ทำใหม่ ให้เป็น Online Entertainment / Online Activity เพื่อสร้างประสบการณ์ Virtual ในรูปแบบใหม่ไปเลยไม่ใช่ทดแทนเพื่อสร้างประสบการณ์แบบ onground เพราะในเรื่องของ 5 senses มันทดแทนกันไม่ได้

 

  1. 70% ยังกังวลระลอก 2 จึงยังไม่พร้อมเข้ากิจกรรมอีเวนต์ทันที ขอรออย่างน้อย 6 เดือน

มีเพียงการท่องเที่ยวในประเทศ และการกินอาหารนอกบ้านที่ผู้บริโภคพร้อมทำกิจกรรม และ back สู่ old normal ทันที รองลงมาเป็นงานแฟร์ต่างๆ ส่วนกิจกรรมอื่น เช่น การเข้าร่วมชมกีฬา การชมคอนเสิร์ต การไปผับ บาร์ ใช้เวลาอย่างต่ำ 3-6 เดือนขึ้นอยู่กับการกระตุ้นกิจกรรมของธุรกิจอีเวนต์ ที่ใช้เวลานานสุดคือการท่องเที่ยวต่างประเทศ จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับการโปรโมตการท่องเที่ยวในประเทศ ส่วนกิจกรรมอีเวนต์ ควรซอยย่อยอีเวนต์ในช่วงแรก เช่นจัดถี่ขึ้น ในจำนวนคนที่น้อยลงต่อรอบหรือสร้างOnline Entertainment/ Online Activity ในรูปแบบใหม่ไว้รองรับ

 

  1. จะทำการค้าขาย หรือ กิจกรรมอีเวนต์ ให้พุ่งเป้าไปที่ Gen Z, Gen Y เป็นคนนำ

กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่กังวลโควิดระลอก 2 น้อยกว่ากลุ่มอื่น และพร้อมออกมาโลดแล่น ถึงแม้มีสัดส่วนในการออมมากขึ้น ใช้ของฟุ่มเฟือยน้อยลง แต่เป็นกลุ่มที่ไม่ยอมลด ค่าใช้จ่าย ในการกินเที่ยว  เพราะเป็นGenerationที่ต้องการใช้ชีวิตมากกว่าการเก็บออมกลุ่มGen Z, Gen Y เป็นกลุ่มที่มีความยืดหยุ่นและปรับตัวเร็ว มีการเรียนรู้เสริมทักษะตัวเอง เพื่อให้มีความสามารถหลายด้าน มีแนวโน้มหารายได้ทางออนไลน์มากขึ้น และพร้อมรับความเสี่ยงมากกว่ากลุ่ม Gen X, Babyboomer ที่ไม่ต้องการความเสี่ยง จึงทั้งเก็บออม และลดค่าใช้จ่าย

 

  1. ขาย Gen X Babyboomer ให้เน้นเรื่องความปลอดภัยและมั่นคง

กลุ่มนี้มีความกังวล และไม่ต้องการความเสี่ยง มีสัดส่วนการออมเพื่อสุขภาพ และประกันชีวิตมากขึ้น ดังนั้นการขายเรื่อง ความมั่นคง ความปลอดภัย ไม่ว่าจะประกัน Medical Products (วิตามิน อาหารเสริม) สินค้าอุปโภคบริโภคที่ช่วยฆ่าเชื้อได้หมด ถ้าทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้รู้สึกว่าจำเป็นต้องใช้ เพื่อสร้างความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย ของตนเองละครอบครัว

 

  1. ต้องทำให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกผิดที่จะใช้เงิน

86% ของผู้บริโภคจะซื้อของตามความจำเป็น และประโยชน์การใช้งานมากขึ้น สินค้าฟุ่มเฟือยจึงเป็นสินค้าที่โดนผลกระทบอันดับต้นๆ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคอยู่ในช่วงรู้สึกผิดที่จะใช้จ่าย ดังนั้นต้องทำให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกผิดที่ใช้เงิน ซึ่งการทำ Promotion ส่งผลให้ผู้บริโภครู้สึกประหยัดจากการซื้อสินค้า ทำให้รู้สึกดีจากการได้ประหยัดแทน ที่จะรู้สึกผิดที่ใช้เงิน นักการตลาดควรพิจารณางบการตลาดจากการสร้าง Demand มาทำ Below the Line กระตุ้นให้เกิดการซื้อมากที่สุด ตอนนี้ให้คิดเรื่องกำเงิน มากกว่า กำไร

 

  1. อย่า มัวแต่ Focus Online จับตามอง Community Marketplace และ TV Direct

เราอาจจะเห็นคนเดินห้างน้อยลง เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้อมากขึ้น จากเดิมก่อนโควิดซื้อหลักๆ อยู่ 5 ช่องทาง เพิ่มมาเป็น 7 ช่องทาง หลังโควิดโดย Community/Marketplace และ TV Direct เป็นช่องทางใหม่มาแรง เพราะ Marketplace สร้างความรู้สึกปลอดภัย มั่นคง ในการซื้อสินค้า เนื่องจากซื้อขายกันใน Community ที่คัดกรองมาแล้ว ขณะที่TV Direct ทำให้ผู้บริโภครู้สึกประหยัด จากส่วนลดมากมาย จึงทำให้ผู้บริโภคซื้อด้วยความไม่รู้สึกผิด ห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เกต ตลาด เป็นช่องทางที่ได้รับผลกระทบ

และมีแนวโน้มที่คนจะมาเดินน้อยลง ควรจัดกิจกรรมงานแฟร์ ที่มีสินค้าดี ราคาดี หรือร่วมกับทุกๆ ร้านค้า ในห้าง พร้อมใจกันลดราคา เพื่อกระตุ้นให้คนมาเดินมากขึ้น

 

  1. ทัศนคติในการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง และ ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น.

ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น ขณะที่มีความอยากรวย และท่องเที่ยวรอบโลกน้อยลง รวมทั้ง มีแนวโน้มที่จะทำอาชีพเสริม และลงทุนมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยกลุ่ม Gen X,  Babyboomer เริ่มหันมาพึ่งพาตัวเองโดยทำกับข้าวมากขึ้น ปลูกผักสวนครัวมากขึ้น  และทำขายใน Community Marketplace มากขึ้น ซึ่งพฤติกรรมนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อร้านอาหารแบบมีหน้าร้าน และการมาเดินห้างที่ลดน้อยลง

 

  1. Master Class ไม่ได้ Boom อย่างที่คาด

มีเพียง 16% ที่ซื้อคลาส กลุ่ม Gen Y, Gen X เป็นกลุ่มลูกค้าหลัก สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่รู้สึกคุ้มค่า หรือ ไม่รู้สึกเติมเต็มที่จะต้องจ่ายการเรียนออนไลน์

 

หมายเหตุ: จำนวนตัวอย่างใช้วิธีการ weighted ทางสถิติ 1,160 ในกลุ่มประชากร ชาย หญิง เพศทางเลือก อายุ 18-65 ปี มีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาท ในกรุงเทพ ภาคกลาง ตะวันออก อีสาน เหนือ และ ใต้

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: