Biznews

เปิด 5 ปัญหา’ชำระเงิน’ ผ่านเน็ต’ระบบล่ม-ใช้งานยาก-โดนแฮกข้อมูล’

สวนดุสิตโพล‘มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,047 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2564 หัวข้อ “การชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ตของคนไทย” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนกรณีโควิด-19 ส่งผลให้รูปแบบการใช้จ่ายเงินของคนไทยเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน คนไทยหันมาใช้บริการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ทั้งในการทำธุรกรรมทางการเงิน ชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ สรุปผล ได้ดังนี้

1. ประชาชนเคยชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น โอนเงิน ซื้อของออนไลน์ ชำระค่าสินค้าและบริการ ฯลฯ หรือไม่

อันดับ 1 เคย 87.11%

อันดับ 2 ไม่เคย 12.89%

2. สาเหตุที่ไม่เคยใช้บริการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต

อันดับ 1 ใช้งานไม่สะดวก สะดวกชำระเงินสดมากกว่า 71.85%

อันดับ 2 ทำไม่เป็น กลัวโอนผิด 57.04%

อันดับ 3 กลัวโดนหลอก 35.56%

อันดับ 4 ไม่มีแอปพลิเคชั่น 31.85%

อันดับ 5 ไม่มีสมาร์ทโฟน/ไม่มีอินเทอร์เน็ต 11.85%

3. เหตุผลที่เลือกใช้บริการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต

อันดับ 1 สะดวก สบาย ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก ใช้บริการที่ใดก็ได้ 93.51%

อันดับ 2 ลดการใช้เงินสด ป้องกันการสัมผัสและเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 81.52%

อันดับ 3 มีการสรุปยอด สรุปบัญชีชัดเจน 48.73%

อันดับ 4 ต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง 44.44%

อันดับ 5 ไม่มีค่าธรรมเนียม 40.92%

4. ประชาชนใช้บริการใดบ้างในการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต

อันดับ 1 ซื้อของออนไลน์ 78.88%

อันดับ 2 ชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต 76.46%

อันดับ 3 ทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น โอนเงิน ตัดบัญชี 73.16%

อันดับ 4 สั่งอาหารออนไลน์ 66.01%

อันดับ 5 ผ่อนชำระค่าบ้าน ค่ารถ 42.13%

5. เปรียบเทียบก่อนและเมื่อมีโควิด-19 ประชาชนชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ตมากน้อยเพียงใด

เพิ่มขึ้น 80.81%

เท่าเดิม 17.32%

ลดลง 1.87%

6. ปัญหาที่พบจากการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต คือ

อันดับ 1 ระบบล่ม 64.28%

อันดับ 2 ระบบแต่ละธนาคารไม่เหมือนกัน ใช้งานยาก ขั้นตอนเยอะ 47.98%

อันดับ 3 ใช้เงินเกินกว่าแผนที่กำหนดไว้ 43.82%

อันดับ 4 โดนแฮกข้อมูล นำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต 27.40%

อันดับ 5 ชำระเงินผิด โอนเงินผิด 22.43%

7. โดยภาพรวม ประชาชนเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ตมากน้อยเพียงใด

ค่อนข้างเชื่อมั่น 60.65%

ไม่ค่อยเชื่อมั่น 17.29%

เชื่อมั่นมาก 15.47%

ไม่เชื่อมั่นเลย 6.59%

 

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศต่อกรณี “การชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ตของคนไทย” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,047 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน –2 ธันวาคม 2564 พบว่า ประชาชนเคยชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 87.11 เพราะสะดวก ใช้งานง่าย ร้อยละ 93.51 ลดการใช้เงินสด ป้องกันโควิด-19 ร้อยละ 81.52 ส่วนใหญ่ใช้บริการซื้อของออนไลน์ ร้อยละ 78.88 รองลงมาคือ ชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ร้อยละ 76.46 เปรียบเทียบก่อนและเมื่อมีโควิด-19 ประชาชนชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 80.81 ปัญหาที่พบบ่อย คือ ระบบล่ม ร้อยละ 64.28 โดยภาพรวมประชาชนค่อนข้างเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต ร้อยละ 60.65

“โควิด-19 ดันให้คนไทยใช้จ่ายผ่านระบบออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ทั้งการทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่มีค่าธรรมเนียม การช้อปปิ้งแก้เครียด การใช้กระเป๋าเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ทั้งนี้ผลสำรวจยังพบว่า กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มที่ไม่เคยใช้บริการจ่ายเงินออนไลน์มากที่สุด เพราะรู้สึกว่าไม่สะดวก และใช้งานไม่เป็น ดังนั้นการที่รัฐบาลจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) และการใช้เงินดิจิทัล จึงต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างช่วงวัย อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกกลุ่ม และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของระบบให้มากขึ้นด้วย”

ด้าน ผศ.ศุภวรรณ อภิชาติไตรสรณ์ ประธานหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการตลาด คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า การชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต (e-Payment) มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น การโอนเงินผ่าน Mobile Banking บัตรเครดิต และระบบ e-Wallet ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการใช้บริการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ตที่มากขึ้นคือ ความสะดวก ใช้ง่าย ปลอดภัยจากการลดการสัมผัส และปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือ กลยุทธ์การตลาดที่กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์และการชำระเงินออนไลน์แบบไร้รอยต่อ (Seamless) ส่งผลให้ไทยมีอัตราการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพัฒนาระบบการชำระเงินที่เชื่อมโยงบริการและสวัสดิการต่าง ๆ เช่น โครงการคนละครึ่ง และการคืนภาษีของกรมสรรพากร จึงทำให้ผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์ที่ดีในการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต

ขณะเดียวกันผู้ให้บริการระบบชำระเงินจำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีและระบบให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ ก้าวไปสู่ “สังคมไร้เงินสด” ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยในระยะเวลาอันใกล้นี้

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: