Biznews

เปิดใจ ‘ชยพัทธ์ ตันติสุข’ อาร์เอสโฮลเซลล์ ขอนแก่น ทายาทค้าส่งรุ่นใหม่ผู้ไม่ยอมแพ้!!!

ทุกวันนี้ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิที่สำคัญ มีสัดส่วนถึง 16% ของจีดีพี โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2551- 61) เติบโตเฉลี่ยกว่า 6.8% ต่อปี และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 15 ปีหลังจากมีการใช้อินเตอร์เน็ตในภาคธุรกิจ ทำให้การแข่งขันทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้โมเดลการค้าแบบดั้งเดิมเริ่มเปลี่ยนแปลงไป

 

แม้ว่าตลาดโดยรวมจะไม่ค่อยเป็นใจสักเท่าไหร่ แต่ทว่าในมุมหนึ่งของเมืองไทยอย่างจังหวัดขอนแก่น อีกหนึ่งจังหวัดที่มีอุณภูมิการแข่งขันค้าปลีกร้อนแรงไม่แพ้จังหวัดอื่นเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการเติบโตจากโครงสร้างสาธารณูปโภคหลากหลายช่องทางที่กำลังพลิกฟื้นให้เมืองหมอแคนแก่นนครแห่งนี้เจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น   กลายเป็นที่ตั้งของค้าปลีกค้าส่งหรือที่เรียกว่าโฮลเซลส์แห่งหนึ่งที่ยืนหยัดคู่ชาวขอนแก่นมายาวนานท่ามกลางวงล้อมค้าปลีกยักษ์ใหญ่ที่ตีโอบรอบทิศทาง

“อาร์เอสโฮลเซลล์ ขอนแก่น” คืออีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจถึงย่างก้าวทางเดินของบริษัทแห่งนี้ที่นอกจากเน้นค้าส่งแล้ว อาร์เอสยังมีช่องทางร้านค้าปลีกเสริมทัพอีกด้วย   ปัจจุบัน อาร์เอสโฮลเซลส์อยู่ภายใต้การบริหารของเจน 2 ที่ต่อยอดมาจากรุ่นแรกและกำลังเดินไปบนเส้นทางอย่างมั่นคงและพร้อมที่จะขยายกิจการออกไปในอนาคต

“ชยพัทธ์ ตันติสุข” หรือน้องแอมป์  ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัทอาร์เอส โฮลเซลส์ จำกัด  คือผู้สืบทอดกิจการในฐานะพี่ชายคนโตจากพี่น้องรวม 3 คน คนหนุ่มไฟแรงทายาทค้าส่งรุ่นใหม่ผู้ไม่ยอมแพ้แม้ว่าตลาดโดยรวมจะไม่ค่อยเป็นใจมากนัก แต่เขาก็เพียรพยายามเฟ้นหากลยุทธ์และหมากเกมส์ต่างๆ  เพื่อกระตุ้นการซื้อของลุูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านโชห่วยในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง

น้องแอมป์ เล่าว่า  อาร์เอสฯ เปิดดำเนินการมาแล้วเกือบ 10 ปี สมัยคุณพ่อ คุณแม่เคยใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ จนตัดสินใจย้ายมาปักหลักที่ขอนแก่น เมื่อ 20 ปีที่แล้วด้วยการเปิดร้านโชห่วยห้องเดียว รับสินค้ามาขาย มีหน่วยรถเข้ามาติดต่อ พอมีลูกค้าร้านค้าต่างอำเภอมาซื้อมากขึ้นก็ขยายเป็นตึกแถว หลังจากนั้นกิจการใหญ่ขึ้นจึงขยายเรื่อยมา จนซื้อที่มาเปิด ณ ที่แห่งนี้เต็มรูปแบบ ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ และเป็นการตัดสินใจที่ไม่พลาดเพราะได้รับความนิยมจากลุูกค้าเป็นอย่างมากตั้งแต่วันแรกที่เปิดจนถึงปัจจุบัน

กลยุทธ์ของอาร์เอสโฮลเซลส์ น้องแอมป์ บอกว่า ต้องยอมรับว่าการแข่งขันหนักมาก ดังนั้นเราจะไม่แข็งด้านราคา แต่จะใช้กลยุทธ์ที่คนไทยชื่นชอบนั่นคือ การแจกของแถมเป็นสินค้าพรีเมี่ยม ตลอดจนการให้ทริปท่องเที่ยว ซึ่งได้รับการตอบรับค่อนข้างดี

ปัจจุบันค้าส่ง รายใหญ่ในขอนแก่น ประกอบด้วย  4 รายหลัก จุดขายที่แตกต่างกันออกไป เช่นสินไทย ชนิดเครื่องดื่มชูกำลัง เกียรติสิน เน้นสินค้าทั่วไป เจ๊จู เน้นสินค้าเหล้าเบียร์ ส่วนเรามีจุดแข็งที่เครื่องสำอางและสินค้าอุปโภคบริโภค

“การทำธุรกิจค้าส่งสิ่งสำคัญอยู่ที่การเก็งตลาดให้ถูกและปรับตัวให้ทัน การต่อรองเป็นเรื่องสำคัญ เพราะบริษัทซัพพลายเออร์นโยบายจะเปลี่ยนตามผู้บริหาร ขนาด Big C มายังปิดไปแล้ว 1 สาขา คนที่เจ็บตัวคือคนที่ซื้อแฟรนไชส์”

นอกจากนี้ยังต้องคิดเผื่อลูกค้า แล้วทำรายการให้ลูกค้าจัดรายการสินค้าให้เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องสต๊อกสินค้ามากเกินไป

ปัจจุบัน อาร์เอสโฮลเซลส์มีสมาชิกกว่า 1 หมื่นราย น้องแอมป์ต่อยอดด้วยการเปิดรูปแบบซุปเปอร์มาร์เก็ตเสริมทัพ โดยใช้ชื่อว่า ไทยรุ่งโรจน์ ปัจจุบันมี 4 สาขา จุดประสงค์เพื่อเป็นสถานที่สำหรับขายปลีก และมีแผนที่จะขยายสาขาต่อไป โดยเน้นทำเลที่ตั้งหากอยู่ติดกับเจ้าใหญ่ร้านสะดวกซื้อจะพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะเป็นโลเกชั่นที่ดีอยู่แล้ว โดยชูจุดเด่นคือเน้นของใช้ ในขณะที่เจ้าใหญ่เน้นของกิน

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายในฐานะ เจน 2  น้องแอมป์ บอกว่า กว่าเขาจะมายืนตรงจุดนี้ได้ ผ่านการอบรมบ่มนิสัยจากผู้เป็นพ่ออย่างหนัก ด้วยความที่ยังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนใช้ชีวิตแบบลุยๆ  ตามประสาลูกผู้ชายที่บางครั้งอาจมีเกเรนอกลู่นอกทางไปบ้าง จนพ่อต้องจับส่งไปเรียนต่างประเทศ

ซึ่งในขณะนั้นเขาได้แต่ครุ่นคิดว่าพ่อไม่รักจึงส่งไปเรียนไกลๆ  แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เขาได้รู้ซึ้งแล้วว่าพ่อรักเขามากแค่ไหน  ทุกสิ่งที่ทำเพื่อหวังให้เขาเป็นคนดี สานต่อกิจการของครอบครัวต่อไปในฐานะลูกชายคนโต จนเขาแปลงพลังเหล่านั้นเป็นบวกฮึดสู้เพื่อให้ผู้เป็นพ่อภูมิใจในตัวเขาและไม่ผิดหวังที่ฝากกิจการให้อยู่ในการดูแลของเขา

หลังจากผ่านการเคี่ยวทุกรูปแบบจากบิดาที่คลุกคลีในวงการค้าปลีกค้าส่งมาทั้งชีวิต ในฐานะลูกชายคนโต  น้องแอมป์ บอกว่า ทุกวันนี้เขาบอกกับตัวเองว่า เขาจะต้องทำมันให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ  นั่นคือ การทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด ในทุกๆ  เดือน ในครอบครัวเราจะมานั่งพูดคุยบนโต๊ะอาหารกันว่าจะทำอะไรเพิ่มเติมหรือปรับปรุงอะไร  เช่น ปรับปรุงโรงแรมซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของครอบครัวในชื่อ เดอะเลค โฮเทล ขอนแก่น เปิดให้บริการมาแล้ว 2-3 ปี เปิดตอนแรกไม่มีลูกค้า แต่ด้วยสนนราคาบวกการบริการที่ดี หลังจากนั้น เกิดการบอกปากต่อปาก ทำให้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ  รวมทั้งปรับปรุงธุรกิจค้าส่งให้มีคุณภาพที่ดีอยู่เสมอ

 

หลังจากนี้มองว่า อยากต่อยอดขยายธุรกิจร้านอาหาร และขยายโกดังจัดเก็บสินค้าเพื่อซัพพอร์ตสาขาใหม่ๆ ที่จะเกิดตามมา อีกทั้งรองรับการเติบโตต่อไป  ปีนี้ตั้งเป้าโต 10%  จากรายได้ทั้งกลุ่มประมาณ 1,000 ถึง 1,500 ล้านบาท

ถือเป็นการฮึดสู้แบบฉบับคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่พยายามปรับปรุงและประคับประคองธุรกิจครอบครัวพร้อมทั้งต่อยอดไปเรื่อยๆ  เมื่อมีโอกาส ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ค่อยสดใสมากนักในเวลานี้….

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: