Biznews

เปิดเส้นทาง(ล้มลุกคลุกคลาน) “โดมิโน่ส์ พิซซ่า” ในไทยก่อนอยู่ในเงื้อมมือ ‘วาว แฟคเตอร์’

‘โดมิโน่พิซซ่า’ แบรนด์พิซซ่าสัญชาติอเมริกาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1960 เส้นทางการทำธุรกิจเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันมีสาขามากกว่า 17,000 สาขาทั่วโลกและยังเติบโตต่อไปไม่หยุด ถือเป็นเชนร้านพิซซ่าที่มียอดขายมากที่สุดในโลกอีกแบรนด์หนึ่ง 

จุดเด่นของ โดมิโน พิซซ่า  คือการนนวัตกรรมมาใช้ในการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อาทิ การใช้โดรน เดลิเวอรี่พิซซ่า ถึงบ้านลูกค้า รวมถึงการใช้หุ่นยนต์ให้บริการพิซซ่า เดลิเวอรี่ในรัศมี 1 ไมล์ของร้าน

“โดมิโน่ส์พิซซ่า” ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา และเริ่มมาเป็นที่รู้จักของคนไทยในฐานะที่เป็นพิซซ่าถาดที่ 2 ในปี 2537 เป็นรองจากพิซซ่าฮัท ที่เข้ามาบุกเบิกตลาดตั้งแต่ปี 2527

เส้นทางเดินของโดมิโนในไทยค่อนข้างไปได้สวย โดยเฉพาะกลยุทธ์การขายแบบจัดส่งถึงที่หรือ delivery service ซึ่งฟาสต์ฟู้ดหลายรายต่างเลียนแบบ

แต่แล้วเส้นทางเดินที่ดูสดใสของ ‘มอนเทอเรย์ พิซซ่า’ บริษัทในเครือมอนเทอเรย์กรุ๊ป ที่มีธุรกิจหลักด้าน อสังหาริมทรัพย์ ที่ซื้อแฟรนไชส์ หรือสิทธิทางการตลาด “โดมิโนพิซซ่า” จากกลุ่มโดมิโนพิซซ่าที่ไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ครองสิทธิทางการตลาดในเอเชีย เพื่อนำ“โดมิโนพิซซ่า” มาทำตลาดในไทยต้องเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียเมื่อปลายปี 2539 ทำให้ “โดมิโนพิซซ่า” ปิดฉากไปเมื่อปี 2542 พร้อมๆ กับบทเรียนของนักธุรกิจกลุ่มนี้ นั่นคือ การทำธุรกิจที่ผิดพลาดในธุรกิจที่ตนเองไม่ถนัด

 

หลังจากเงียบหายจากตลาดไปนาน  ปี 2017 โดมิโน่ส์ พิซซ่า ประกาศยกเครื่องผู้บริหารใหม่ยกชุดหลังพบว่าการดำเนินธุรกิจในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีความผิดพลาดหลายจุด ถือเป็นการกลับมาบุกเบิกตลาดใหม่อีกครั้งของโดมิโน่ส์พิซซ่าหลังจากที่บอบช้ำมานาน

โดยผู้ที่อาสาเข้ามาพลิกฟื้นหรือชุบชีวิตโดมิโน่ส์พิซซ่าอีกครั้งก็คือ “ปรมินทร์ ศรีชวาลา” หนึ่งในทายาทตระกูลดังผู้มีธุรกิจหลากหลาย ในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โดมิโน่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารภายใต้ชื่อ “โดมิโน่ส์ พิซซ่า” เปิดฉากเล่าวว่า หลังจากได้ทำเปิดให้บริการร้านโดมิโน่ส์ พิซซ่า ในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 5 ปี พบว่ามีจุดบอดและปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไขหลายประการ จึงต้องปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารใหม่ ซึ่งตนได้เข้ามาเริ่มดูแล ได้ 2 เดือนแล้ว โดยแผนการดำเนินธุรกิจจะเริ่มอย่างจริงจังและเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป ภายใต้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เปิดฉากบุกตลาดพิซซ่าอย่างต่อเนื่อง ในทุกด้าน

 

ฟู้ด แคปปิตอล ในฐานะบริษัทแม่ หมายมั่นปั้นมือให้ Domino’s Pizza ในไทยกลับมาเติบโตเหมือนที่ทำได้ในประเทศอื่นอีกครั้งโดยทุ่มสรรพกำลังยกเครื่องธุรกิจทั้งหมด  ทั้งเรื่องการขยายสาขา การสรรค์สร้างเมนูใหม่ๆ  ที่ถึกปากคนไทย คงเรื่องการส่งสินค้าได้ภายใน 15-20 นาที เพื่อเหนือกว่าคู่แข่งที่ใช้เวลาราว 30 นาที ที่สำคัญคือการทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะซื้อ  1 แถม 1 ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวไทยชื่นชอบรวมทั้งมีนโยบายเปิดขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจ เพื่อขยายตลาดได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

หลังจากออกมาประกาศแผนไปเมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ข่าวคราวของ “โดมิโน พิซซ่าในไทยภายใต้เจ้าของใหม่กลับพลันเงียบหายไป ท่ามกลางการแข่งขันอันร้อนแรงของ 2 ผู้ประกอบการอย่างพิซซ่าฮัท และเดอะคอมปานีพิซซ่า

 

 

จนล่าสุด Domino’s Pizza แบรนด์พิซซ่าจานด่วนสัญชาติอเมริกาก็ถึงคราวเปลี่ยนเจ้าของกันอีกครั้ง เมื่อบริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ให้บริษัท โดมิโน่ เอเชีย แปซิฟิค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้รับโอนกิจการร้านพิซซ่าภายใต้ชื่อทางการค้า Domino’s Pizza ในประเทศไทยจากเจ้าของเดิมคือ บริษัท โดมิโน่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอฟซี คอมมิซซารี่ จำกัด 

โดยได้เข้าทำสัญญา Master Franchise Agreement กับ Domino’s Pizza International Franchising Inc. เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการเปิด บริหาร และพัฒนากิจการร้านพิซซ่าภายใต้ชื่อทางการค้า Domino’s Pizza ในประเทศไทย

ทั้งนี้  วาว แฟคเตอร์ ได้ใช้งบทั้งสิ้น 400 ล้านบาท สำหรับการเป็นเจ้าของร้าน Domino’s Pizza ที่พร้อมดำเนินการในทันทีจำนวน 27 สาขา โดยแบ่งเป็นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 26 สาขา และพัทยา 1 สาขา รวมไปถึงครัวกลาง ส่วนสิทธิ Master Franchise Agreement จะมีอายุสัญญาที่ไม่เกิน 10 ปี และระยะเวลาที่ต่ออายุสัญญาออกไปได้อีก 10 ปี

บริษัท โดมิโน่ส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจรร้านอาหารบริการด่วนที่มีเมนูหลากหลาย ทั้งพิซซ่า ขนมปัง พาสต้า เครื่องเคียงและของหวานต่าง ๆ ภายใต้ชื่อ “DOMINO’S PIZZA” ณ วันที่ 31 มี.ค.63 มีร้านพิซซ่าเป็นจำนวน 27 แห่ง และมีส่วนแบ่งตลาดพิซซ่าสูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ

 

 

ขณะที่  “บริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน)” หรือชื่อเดิม บริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 มีมติอนุมัติแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทฯ และชื่อย่อหลักทรัพย์จากชื่อเดิมเป็นชื่อใหม่ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์และโครงสร้างธุรกิจใหม่ที่ปัจจุบันมุ่งเน้นสู่การดำเนินกิจการด้านอุตสาหกรรมอาหารอย่างเต็มตัว โดยเริ่มใช้ชื่อ “บริษัท วาว แฟคเตอร์ จำกัด (มหาชน)” ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา ด้านชื่อย่อหลักทรัพย์ จะเปลี่ยนแปลงจากเดิม “EIC” เป็นชื่อย่อใหม่คือ “W” เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทฯ ข้างต้น โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

ถือเป็นการเข้าสู่การธุรกิจ Food and Beverage เต็มตัว โดยปัจจุบัน มีธุรกิจร้านอาหารและร้านขนมรวม 6 แบรนด์คือ 1.Bake Cheese Tart (เบค ชีส ทาร์ต) : ชีสทาร์ตสุดฮิตจากเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

2.Zaku Zaku (ซากุ ซากุ) : ชูครีม Croquant ต้นกำเนิดจากฮอกไกโด อบสดใหม่ตรงหน้าคุณ

3.RAPL (แรปเปิ้ล) : พายแอปเปิ้ลครีมคัสตาร์ดนำเข้าจากฮอกไกโด

4.Crépes & Co. (เครปส์ แอนด์ โค) : ร้านเครปสไตล์ฝรั่งเศสแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร

5.Kagonoya (คาโกะโนยะ) : ร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูระดับพรีเมี่ยมชื่อดังจากเมืองโอซาก้า ที่เปิดให้บริการในไทยมากว่า 8 ปี

6.Le Boeuf : ร้านอาหารแนว Fine Dining ภายใต้คอนเซ็ป Steak & Fries Bistro Le Boeuf เป็นร้านที่เสิร์ฟเมนูหลักเพียงเมนูเดียวคือสเต็ก ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่ซอสสูตรลับที่สืบทอดมารุ่นต่อรุ่น

 

และล่าสุดคือ แบรนด์น้องใหม่แกะกล่อง  “โดมิโน่ส์ พิซซ่า” 

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดทะเลแดงอย่างพิซซ่าที่ปัจจุบันคาดการณ์ว่าตลาดรวมพิซซ่าในไทยมีมูลค่ารวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการที่เป็นเชนใหญ่เพียง 3 รายเท่านั้น คือ เดอะพิซซ่าคอมปะนี ในเครือไมเนอร์กรุ๊ปที่เพิ่งซื้อบอนชอน , พิซซ่าฮัท และ นารายณ์พิซเซอเรีย นอกนั้นก็เป็นรายย่อยหรือที่ไม่ได้เป็นเชนใหญ่อีกมากมายหลายแบรนด์ 

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยเฉพาะ  2 ค่ายแรกต่างนำแคมเปญการตลาดในลักษณะที่ใกล้เคียงกันมาใช้ในการแข่งขันทำการตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทั้งกลยุทธ์ซื้อ 1 แถม 1 , ลดราคาเมื่อซื้อครบตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ ฯลฯ มาใช้แย่งส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่เสมอ ทำให้กลุ่มลูกค้าเกิดการสวิชชิ่งไปมาระหว่าง 2 แบรนด์หลักดังกล่าว ซึ่งทั้งสองแบรนด์ต่างยอมรับว่าการทุ่มสรรพกำลังเพื่อต่อสู้กันด้านสงครามราคาดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลดีต่อผลกำไรของบริษัทในระยะยาว

ที่สำคัญในยามที่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยกำลังเจอวิกฤตสาหัสอย่างไวรัสโควิด-19 ที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคทุกรูปแบบในเวลานี้  ยิ่งทำให้การทำตลาดยากขึ้นหลายเท่าตัว

ต้องจับตาว่า ศักยภาพของ W ในการซื้อกิจการร้านพิซซ่าจากเจ้าของเดิมในประเทศไทย และการเข้าทำสัญญาสิทธิการค้ากับ DOMINO’S PIZZA INTERNATIONAL FRANCHISING INC. หรือ “DPI” เพื่อให้ได้สิทธิในการเปิดร้าน “โดมิโน่ส์ พิซซ่า” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจะสามารถฝ่าด่านอรหันต์ไปได้หรือไม่….

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: