Biznews

เปิดมุมมอง‘เสี่ยบุณยสิทธิ์’ ประธานเครือสหพัฒน์ กับเหตุผล ทำไมขอปรับราคา ‘มาม่า’

เป็นประจำของทุกปีที่งาน ‘สหกรุ๊ปแฟร์’  ที่เครือสหพัฒน์ขนสินค้าในเครือมาลดกระหน่ำ ซึ่งปีนี้งานสหกรุ๊ปแฟร์จัดขึ้นครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 26 มิ.ย.-3 ก.ค.2565  ที่จะถึงนี้   

และหนึ่งในธรรมเนียมปฏิบัติภายในงานสหกรุ๊ปแฟร์  ‘เสี่ยบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา’ ประธานเครือสหพัฒน์ จะให้ทรรศนะตลอดจนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง เศรษฐกิจ กำลังซื้อ รวมถึงทิศทางธุรกิจในเครือด้วย

เสี่ยบุณยสิทธิ์ วันนี้ในวัย  85 ปีแต่ยังคงกระฉับกระเฉง เปิดมุมมองเหตุการณ์ในต่างประเทศว่า จากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกิดภาวะน้ำมันแพง ประกอบกับราคาวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสินค้าหลายประเภท เพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว จากความกังวลเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าหลายรายการ จนต้องมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้า
สำหรับสินค้ากลุ่มแรก ๆ ที่ได้ยื่นขอปรับราคาแล้ว ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตามด้วยผงซักฟอก  เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนได้อีกต่อไป  หากไม่ปรับขึ้นราคาก็คงอยู่ไม่ได้
อย่างไรก็ตาม เสี่ยยังบอกอีกว่า ต้องคำนึงถึงผู้บริโภคด้วยว่าจะยอมรับได้หรือไม่ อาจต้องใช้วิธีทยอยปรับขึ้นราคา และต้องดูว่าจะขึ้นอย่างไรเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อน ต้องมีเวลาให้เตรียมตัวเตรียมใจก่อน พร้อมย้ำว่าตอนนี้หลายประเทศมีปรับขึ้นราคาสินค้ากันหมดแล้ว  ไทยจะไม่ขึ้นราคาคงไม่ได้
ทั้งนี้ ประธานเครือสหพัฒน์ ยังระบุด้วยว่า เคยเจอวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ถือว่าเป็นวิกฤตที่รุนแรงกว่าต้มยำกุ้งเมื่อ 26 ปีที่ผ่านมา  เพราะส่งผลต่อต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง แต่ยังมองในแง่ดีว่าภาพรวมเศรษฐกิจของไทย จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าประเทศอื่น และได้เปรียบกว่า เพราะเป็นประเทศผลิตและส่งออกอาหาร หากขึ้นราคาในประเทศไม่ได้ ก็อาจโฟกัสที่การส่งออกสินค้าแทน และยังเชื่อว่ากำลังซื้อของไทยในช่วงครึ่งปีหลัง จะฟื้นตัวเร็วกว่าประเทศใกล้เคียง

ขณะที่มุมมองเศรษฐกิจปี 2565  เสี่ยมองว่า อาจจะเห็นการเติบโต 2-3%  ส่วนกำลังซื้อ หากทุกอย่างคลี่คลาย เชื่อว่าผู้บริโภคชาวไทยจะฟื้นตัวจับจ่ายใช้สอยเร็วเทียบกับประเทศอื่น ที่มีปัจจัยลบมากกว่าไทย

ส่วนปัจจัยที่น่าห่วง นอกจากสินค้าแพง ค่าครองชีพพุ่ง เงินเฟ้อสูงแล้ว  ‘รายรับ’ ประชาชนที่ควรปรับขึ้น ขณะที่ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล มองว่ามาตรการต่างๆที่ทำอยู่ดีแล้ว แม้เด็กรุ่นใหม่อาจเห็นต่างก็ตาม

ขณะที่การขับเคลื่อนอาณาจักรสหพัฒน์ ซึ่งก้าวสู่ปีที่ 80 ยังคงให้ความสำคัญกับการ ‘ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง’ โดยเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

“สหพัฒน์อยู่มา 80 ปี ฉันทำงานมา 60 กว่าปี ติดตามนายห้าง(นายห้างเทียม โชควัฒนา บิดา และผู้ก่อตั้งเครือสหพัฒน์) 40 ปี ดูแลธุรกิจต่อ 30 ปี เห็นการเปลี่ยนแปลงตลอด การทำธุรกิจจากนี้แนะให้คนทำงานเปลี่ยนให้ทันสถานการณ์”

 

 

งานแสดงสินค้าของเครือสหพัฒน์ ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ตั้งแต่ปี 2541 ได้ย้ายสถานที่จัดงานไปที่ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ และจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีๆละครั้งภายใต้ชื่องาน ‘สหกรุ๊ปแฟร์’ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นงานแสดงสินค้าเพื่อการส่งออก ยังเป็นงานขายสินค้าสำหรับคู่ค้าและผู้บริโภคในประเทศอีกด้วย

‘งานสหกรุ๊ปแฟร์ เป็นงานประจำปีที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งพนักงาน ผู้บริหาร กิจการทั้งเครือสหพัฒน์เข้าร่วม และเป็นงานที่ลูกค้าเรารอคอย จะจัดขึ้นประมาณวันที่ 29 มิถุนายนของทุกปี ซึ่งเป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของพ่อฉัน นายเทียม โชควัฒนา และเราได้จัดงานนี้ต่อเนื่องมาสม่ำเสมอ จนกลายเป็นประเพณีของเครือสหพัฒน์’

เสี่ยบุณยสิทธิ์ เจ้าสัวสหพัฒน์ ได้ขีดเส้นในปฏิทินไว้ว่า วันที่อายุ 88 ปี วันที่ 8 เดือน 8 จะก้าวสู่การเกษียณจากการทำงานด้วยความภาคภูมิ และในปีนี้ 2565 เสี่ยอายุครบ 85 ปีแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนมานานหลายสิบปี

 

เริ่มจากตื่นนอนตอนตี 4 ดูข่าวจากทีวี ระยะหลังมานี้มักจะดูข่าวสารผ่านแอพพลิเคนชั่น LINE บนโทรศัพท์มือถือ เพื่อติดตามเหตุการณ์ ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จากนั้นจะเดินเล่นรอบบ้านให้ได้ประมาณ 5,000 ก้าวต่อวัน

กินอาหารเพียงวันละมื้อเท่านั้น คืออาหารมื้อเช้า ไม่ใช่เพราะหมอสั่ง แต่เพราะความดันในเลือดสูงและมีอาการเบาหวาน ถ้ากินอาหารครบ 3 มื้อต่อวันตัวเลขความดันและน้ำตาลจะเพิ่มขึ้นมาก

และนี่คือ บุรุษที่ชื่อ นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา  ตำแหน่งปัจจุบัน : ประธานบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)ในวัย  85  ปีที่ยังคงแข็งแรงเป็นไม้ใหญ่ที่สำคัญของเครือสหพัฒน์ในวันนี้ 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: