Biznews

เปิดมุมมองปชช. ‘รับเงินรัฐ สนับสนุนรัฐบาลหรือเปล่า?’

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “รับเงินรัฐ สนับสนุนรัฐบาลหรือเปล่า?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,320 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับโครงการที่ให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ทางการเงิน จากรัฐบาลและการตัดสินใจของประชาชนเกี่ยวกับรัฐบาล การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 97.0

 
จากการสำรวจ เมื่อถามประชาชนถึงการเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.50 ระบุว่า ไม่เข้าร่วมโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน ขณะที่ ร้อยละ 12.50 ระบุว่า เข้าร่วมโครงการ เราเที่ยวด้วยกัน
 
 
ส่วนการเข้าร่วมโครงการที่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากรัฐบาล ในช่วงปี 2563 พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 38.26 ระบุว่า ไม่เคยเข้าร่วมโครงการใดๆ รองลงมา ร้อยละ 32.58 ระบุว่า เข้าร่วมโครงการ คนละครึ่ง , ร้อยละ 25.68 ระบุว่า เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และร้อยละ 3.48 ระบุว่า เข้าร่วมโครงการ ช้อปดีมีคืน เพื่อลดหย่อนภาษี
 
 
สำหรับการตัดสินใจของผู้ที่เข้าร่วมโครงการเกี่ยวกับรัฐบาล หลังเข้าร่วมโครงการที่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 38.76 ระบุว่า มีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล รองลงมา ร้อยละ 25.38 ระบุว่า สนับสนุนรัฐบาล แต่ไม่เกี่ยวกับโครงการที่ได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากรัฐบาล , ร้อยละ 22.12 ระบุว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว , ร้อยละ 12.34 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร และร้อยละ 1.40 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
 
ด้านความคิดเห็นต่อโครงการที่ให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ทางการเงินจากรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 49.32 ระบุว่า ประชาชนได้ประโยชน์จากโครงการนี้ รองลงมา ร้อยละ 35.45 ระบุว่า เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดี , ร้อยละ 17.80 ระบุว่า พ่อค้า นายทุนได้ประโยชน์จากโครงการนี้ , ร้อยละ 13.86 ระบุว่า เป็นมาตรการเลือกปฏิบัติเฉพาะกลุ่ม
 
ร้อยละ 10.15 ระบุว่า เปลืองงบประมาณ ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง , ร้อยละ 8.03 ระบุว่า ระบบและกติกาการใช้จ่ายยุ่งยากซับซ้อนเกินไป , ร้อยละ 4.02 ระบุว่า ระบบและกติกาการใช้จ่ายทำให้สามารถควบคุมการใช้จ่ายให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ , ร้อยละ 3.26 ระบุว่า สร้างความเท่าเทียมกัน , ร้อยละ 2.95 ระบุว่า เป็นโครงการประชานิยม , ร้อยละ 1.52 ระบุว่า ระบบของร้านค้า/ห้าง ยังไม่มีประสิทธิภาพทำให้เกิดปัญหาการใช้เงินจากโครงการ และร้อยละ 1.59 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
 
เมื่อถามถึงการรับเงินช่วยเหลือ/เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 37.35 ระบุว่า เคยรับเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท ผ่านโครงการเราไม่ทิ้งกัน รองลงมา ร้อยละ 29.92 ระบุว่า ไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลือ/เยียวยาใด ๆ , ร้อยละ 20.53 ระบุว่า เคยรับเงินรับเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท สำหรับกลุ่มเกษตรกร , ร้อยละ 6.44 ระบุว่า เคยรับเงินเยียวยาสำหรับกลุ่มคนที่มีความเปราะบางทางสังคม เช่น เด็กแรกเกิด ผู้พิการ และคนชรา และร้อยละ 5.76 ระบุว่า เคยรับเงินเยียวยาจากสำนักงานประกันสังคม
 
ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงการตัดสินใจของผู้ที่เคยรับเงินช่วยเหลือ/เยียวยาเกี่ยวกับรัฐบาล หลังรับเงินช่วยเหลือ/เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากรัฐบาล พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 35.03 ระบุว่า มีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล รองลงมา ร้อยละ 25.73 ระบุว่า สนับสนุนรัฐบาล แต่ไม่เกี่ยวกับเงินช่วยเหลือ/เยียวยา ของรัฐ , ร้อยละ 24.76 ระบุว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว , ร้อยละ 12.54 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร และร้อยละ 1.94 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: