Biznews

เปิดภารกิจ MD ป้ายแดง “โรบินสัน”

หลังเข้ารับหน้าที่ในฐานะผู้นำคนใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสานต่อการบริหารธุรกิจทั้งหมดของบริษัท โรบินสัน จำกัด(มหาชน) ทั้งในสว่นของธุรกิจห้างสรรพสินค้า จำนวน 25 สาขา และธุรกิจศูนย์การค้า จำนวน 19 สาขา รวมทั้งการผลักดันธุกิจให้เข้าสู่ OMNI CHANNEL ด้วยทเคโนโลยีด้านออนไลน์ เพื่อให้สอดรับกับกระแสยุคดิจิตอลที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในธุรกิจค้าปลีกในอนาคต

วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ นับเป็นหนึ่งในบุคคลากรที่เคยร่วมงานในธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ โดยก่อนหน้านี้เขาผ่านงานที่เทสโก้ โลตัสมากว่า 10 ปี โดยมีประสบการณ์ทั้งในด้าน Store Operations, Marketing และ Property Management อีกทั้งยังเคยร่วมงานกับซีพีเอฟเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะเข้ามาร่วมงานกับโรบินสันในปี 2557 ในตำแหน่ง Head of Leasing for Robinson Lifestyle Malls ต่อมาได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานทางด้าน Business Development and Property Management เพิ่มเติม จนได้รับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560

วุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ ในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ป้ายแดง โรบินสัน ฉายวิสัยทัศน์นับจากนี้ว่า จะทำให้โรบินสันสามารถเติบโตต่อไปได้ในอนาคตระยะยาว โดยใช้ความหลากหลายของธุรกิจเป็นหัวหอกในการดำเนินธุรกิจได้แก่ โรบินสันดีพาร์ทเม้นสโตร์ โรบินสันไลฟ์สไตล์และแบรนด์แมนเนจเม้นท์ ซึ่งต้องมีการปรับตัวที่รวดเร็วให้ทันกับตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ยังคงนโยบายเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างจังหวัดซึ่งเป็นเมืองรองที่มีศักยภาพภายใต้ 3 รูปแบบของศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ดังนี้ รูปแบบเอส หรือคอมแพ็ค ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 2.8-3 หมื่นตร.ม. รูปแบบเอ็ม หรือมิกซ์ไซต์ ขนาดพื้นที่ 3.3-3.5 หมื่นตร.ม. และรูปแบบแอล หรือขนาดใหญ่ ขนาดพื้นที่ 3.7 หมื่นตร.ม. เฉลี่ยขยายสาขาปีละ 2-3 สาขาเป็นอย่างน้อยตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป โดยจะเน้นรูปแบบเอสและแอลเป็นหลักในการขยายสาขาเข้าไปยังจังหวัดเมืองรองของประเทศ เนื่องจากมีความคล่องตัวมากกว่าอีกทั้งการแข่งขันไม่รุนแรงเหมือนกับจังหวัดใหญ่ๆ

ในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี 2560 มีแผนขยายสาขาในต่างจังหวัด จำนวน 2 สาขา ทั้งในรูปแบบโรบินสัน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ และศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ในงบประมาณการลงทุนราว 1,400 ล้านบาท โดยมีขนาดพื้นที่รวมประมาณ 43,000 ตารางเมตร ซึ่งส่งผลให้ในปัจจุบันโรบินสันนับเป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีสาขามากที่สุด จำนวน 46 สาขา ซึ่งครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีพื้นที่การให้บริการรวมมากกว่า 1,200,000 ตารางเมตร ในปลายปี 2560

ขณะที่โรบินสัน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ สาขาเซ็นทรัลพลาซา มหาชัย ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 45 ด้วยงบประมาณการลงทุน 600 ล้านบาท บนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร ชูไฮไลท์ด้วยการปรับโฉมร้านมัลติแบรนด์เครื่องสำอางขายดีอย่าง ‘HELLO BEAUTY’ (เฮลโล บิวตี้) สู่การเป็น Multi-Brands Store 360° (มัลติแบรนด์ สโตร์ 360 องศา) บนพื้นที่ 900 ตารางเมตร ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อตอกย้ำการเป็นบิวตี้ เดสติเนชั่น และตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปใน ปัจจุบันของกลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียล ซึ่งนับเป็น Flagship Store (แฟลคชิป สโตร์) ของ ‘HELLO BEAUTY’ ที่ครบวงจรแบบ One Stop Service

ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สาขากำแพงเพชร ที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ธันวาคม 2560 ซึ่งเป็นสาขาลำดับที่ 46 และเป็นสาขาลำดับที่ 20 ในรูปแบบศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ด้วยงบประมาณการลงทุน 800 ล้านบาท บนพื้นที่ 28,000 ตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์‘EAT SHOP PLAY’ (อีท ช้อป เพลย์) ในรูปแบบการจัดพื้นที่ Integrated Layout (อินทเกรทเต็ด เลย์เอ้าท์) เพื่อเป็น Center of Community หรือศูนย์กลางของจังหวัดกำแพงเพชรต่อไปในอนาคต สำหรับในปี 2561 โรบินสัน มีแผนขยายสาขาเพิ่มในต่างจังหวัดอีกจำนวน 2 สาขา ได้แก่ชลบุรี 1 สาขา และอีก 1 สาขาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 4

นอกจากการเดินหน้าขยายสาขาในต่างจังหวัดที่เป็นเมืองรองแล้ว โรบินสันยังมีไพรเวทแบรนด์จำนวน 6 แบรนด์ ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2560 มีแผนรุกตลาดเพื่อสร้างความแตกต่างให้แก่ธุรกิจ โดยชู ‘4 กลุ่มสินค้าไพรเวทแบรนด์’ ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ Just Buy (จัสท์ บาย) สินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ช้อปราคาเดียวของโรบินสัน ซึ่งมีความเคลื่อนไหวของแบรนด์ที่สำคัญ คือ การขยายสาขาในรูปแบบช็อปสแตนด์อโลนในไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นแห่งแรก ที่สาขาบางใหญ่ โดยกลุ่มสินค้ามีความหลากหลายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มประเภทสินค้าที่มีราคามากกว่า 60 บาท เพื่อเพิ่มทางเลือกในเรื่องคุณภาพแก่ลูกค้าอีกด้วย โดยจะมีสาขาของ Just Buy เปิดให้บริการในปลายปี 2560 รวมเป็น 45 สาขา

– Great Value (เกรท แวลู) อีกหนึ่งสินค้าไพรเวทแบรนด์ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘365 วันราคาเดียว’ ที่มียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ มีแผนที่จะเพิ่มประเภทกลุ่มสินค้าให้มีความหลากลายมากขึ้น ได้แก่ กลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน, เอ้าท์ดอร์ลีฟวิ่ง และโฮมออฟฟิศ รวมทั้งขยายพื้นที่การให้บริการของร้านเป็น 1,000 ตารางเมตรที่โรบินสัน ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ เป็นที่แรก ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ รวมทั้งตั้งเป้าที่จะขยายสาขาเพิ่มอีก 10 สาขา ในโรบินสัน รวมเป็น 30 สาขา ในปลายปี 2560 นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับสินค้ากลุ่มโฮม โดยการผนึกกำลังระหว่างแบรนด์ Great Value และ Cuizimate (คุยซิเมท) เข้าด้วยกันเพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำของ ‘โฮม เดสติเนชั่น’

– Payless ShoeSource (เพย์เลส ชูซอร์ส) ร้านรองเท้ามัลติแบรนด์ โดยสินค้าที่วางจำหน่ายจะเน้นกลุ่มสินค้ารองเท้าสนิกเกอร์ที่ใน 2 ปี ที่ผ่านมาได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีสาขาของ Payless Shoesource เปิดให้บริการในปลายปี 2560 รวมเป็น 41 สาขา

– Baby shop (เบบี้ช็อป) ร้านสินค้าแฟชั่นสำหรับเด็ก ซึ่งมีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจนี้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต โดยในปลายปี 2560 Baby shop จะมีสาขารวมเป็น 9 สาขา

สำหรับผลประกอบการล่าสุดในไตรมาสที่ 3 และผลประกอบการรวมในช่วง 9 เดือนของปีนี้ มีภาพรวมผลประกอบการเป็นไปในทิศทางบวก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยในไตรมาสที่สาม มีรายได้รวม เพิ่มขึ้น 4.2% รวมทั้งมีกำไรสุทธิ เติบโตถึง 19.8% ส่งผลให้ผลประกอบการรวมในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 1.3% และมีกำไรสุทธิโต 6.4%

บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกประเภทห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า ปัจจุบันมีสาขาให้บริการทั้งหมด 44 สาขา โดยแบ่งเป็นรูปแบบห้างสรรพสินค้า หรือ ดีพาร์ทเม้นท์ สโตร์ จำนวน 44 สาขา สิ้นปีอยู่ที่ 46 สาขา และเพิ่มเป็น 55 สาขาในปี 2020 ในจำนวนสาขาทั้งหมดแบ่งเป็นรูปแบบศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ จำนวน 25 สาขา จากสิ้นปีนี้ที่ 20 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ที่มีศักยภาพทั่วประเทศ

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: