Biznews

เปิดที่มา “ดองกิโฮเต้” ร้านดังขายดีเพราะความเข้าใจผิดของลูกค้า

ชั่วโมงนี้คนไทยโดยเฉพาะขาช้อปตัวยงคงจะคุ้นเคยกับชื่อร้านสัญชาติญี่ปุ่นชื่อดังอย่างร้านดองกิโฮเต้ (Don Quijote) หรือที่เรียกกันติดปากว่า ร้านดองกิ หรือดองกี้ ที่มีสัญลักษณ์เป็นเจ้าเพนกวินสีฟ้า ยืนเด่นอยู่ด้านหน้า ปัจจุบันเปิดให้บริการ 1 สาขาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในย่านทองหล่อและกำลังจะเปิดสาขาที่ 2 ต้นปีหน้า ในโครงการเดอะมาร์เก็ต ย่านราชประสงค์

เพื่อทำความรู้จักร้านดองกิให้มากขึ้น เว็ปไซต์ Anngle.org ได้นำเสนอเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่มาที่ไปของการทำธุรกิจจากร้านขายของชำธรรมดา จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ยาสุดะ ทาคาโอะ (Yasuda Takao) ผู้เริ่มธุรกิจดองกิโฮเต้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคโอ (慶応大学) และทำงานในบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง แต่ด้วยวิกฤติการณ์น้ำมันปี ค.ศ. 1973 บริษัทนั้นก็ปิดตัวลง และยาสุดะก็ใช้ชีวิตช่วงวัย 20 เป็นมนุษย์ฟรีแลนซ์ จนกระทั่งล่วงเข้าอายุ 29 ยาสุดะจึงเริ่มคิดทำธุรกิจอย่างจริงจัง

แต่ตัวยาสุดะเองที่ไม่ได้มีความรู้เฉพาะทางเป็นพิเศษ ไม่มีคุณสมบัติใดๆ และไม่ได้สื่อสารกับคนเก่งอะไรนัก ดังนั้น สิ่งเดียวที่เขาคิดว่าจะทำได้ก็คือการเปิดร้านขายของชำ และในปีค.ศ. 1978 ยาสุดะได้เปิดร้านขายของชำเล็กๆ แถวสุงินามิ (杉並) กรุงโตเกียว (東京都) เป็นร้านขายของชำที่ขายข้าวของเครื่องใช้ประจำวันในราคาถูก และมีสินค้าเรียงกันแน่นขนัดราวกับป่าดงดิบ แต่ถึงอย่างนั้น ร้านก็เปิดกิจการโดยแทบไม่มีลูกค้า จนล่วงไปสามเดือนและร้านใกล้จะต้องปิดกิจการเต็มที แม้ว่ายาสุดะจะลองวิธีเช่นติดป้าย “ขายดี” ไว้ที่กล่องสินค้าก็ตาม

กลางดึกวันหนึ่ง ยาสุดะกำลังปิดร้านโดยที่ไฟหน้าร้านยังเปิดสว่างและประตูม้วนก็ยังแง้มไว้ ลูกค้าคนหนึ่งที่ออกมาซื้อของเห็นดังนั้นจึงเดินเข้ามาโดยเข้าใจผิดว่าร้านยังเปิดอยู่ แม้ยาสุดะจะกำลังปิดร้าน แต่ในเมื่อลูกค้าเข้ามาซื้อของทั้งที เขาจึงขายของด้วยความยินดี ตอนนั้นเองที่ยาสุดะเห็นว่าแม้จะกลางดึก แต่ก็ยังมีลูกค้าที่อยากซื้อของอยู่ ประกอบกับที่สมัยนั้น 7-ELEVEN ยังเปิดให้บริการจนถึง 5 ทุ่มอยู่ ยาสุดะจึงเปิดร้านจนถึงกลางดึก และคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมาของลูกค้าก็ชวนให้ลูกค้าใหม่มาซื้อของเรื่อยๆ

 

จากร้านที่ใกล้ปิดกิจการ ร้านขายของชำของยาสุดะก็สามารถทำรายได้ถึง 2 ร้อยล้านเยน และเปิดร้านดองกิโฮเต้สาขาแรกที่ฟุจุ (府中) ได้ในปีค.ศ. 1988

ถึงจะเป็นร้านที่ได้รับความนิยมและขยายสาขาไปยังต่างประเทศได้อย่างที่เห็น แต่ดองกิโฮเต้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมจากตอนที่ยังเป็นร้านขายของชำ นั่นคือการจัดร้านให้มีสินค้าวางแน่นเต็มไปหมด แทนที่จะจัดสินค้าให้ดูง่าย หยิบง่าย ซื้อง่ายอย่างร้านทั่วไป แต่ไอเดียการจัดร้านแบบนี้ของยาสุดะนั่นเองที่ทำให้ดองกิโฮเต้ต่างจากร้านทั่วไป และทำให้ลูกค้าที่มาซื้อของได้ความรู้สึกเหมือนกำลัง ล่าสมบัติ เพื่อหาของถูกที่ถูกใจกลับบ้านไปด้วย

ที่มา : https://anngle.org/th/business/donquijotestory.html

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: