Eat & Travel

เที่ยวสุดชิคเช็คอินที่ “อยุธยา”

นาทีนี้จังหวัดที่ฮอตฮิตที่สุดจากกระแสละครบุพเพสันนิวาสคงไม่มีที่ไหนร้อนแรงเท่ากับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดินแดนแห่งออเจ้าที่เหล่าผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชนกันอย่างเนืองแน่นแม้ว่าละครจะลาจอไปนานแล้วก็ตาม

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน เคยมีชื่อเสียงในฐานะเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่ไม่มีอำเภอเมือง มีอำเภอพระนครศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ ชาวบ้านโดยทั่วไปนิยมเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “กรุงเก่า” หรือ “เมืองกรุงเก่า”

เพื่อหลีกเลี่ยงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แน่นอนจังหวัดแห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คน แอดมินขอพาไปชมบรรยากาศเมืองกรุงเก่าแห่งนี้ในวันธรรมดาที่วันนี้เริ่มบางตาลงไปบ้าง ด้วยการแนะนำทริปแบบง่ายๆ ชิลๆ สไตล์ BIZpromptINFO

หลังจากพาตัวเองออกจากเมืองแห่งความวุ่นวายอย่างกรุงเทพมหานครแล้วและเลือกปักหมุดที่อยุธยาเพราะเดินทางไม่ไกลมากขับรถชิลๆ ชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงที่หมาย อันดับแรกต้องหาที่ซุกหัวนอนก่อนโดยเราเลือก “บ้านบัวเฮ้าส์2” โฮมสเตย์สุดแสนอบอุ่นบรรยากาศที่เป็นมิตรในราคาที่ถูกแสนถูกแถมวิวหลักล้านก็ว่าได้เพราะตั้งอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับวัดพุทไธศวรรย์ หนึ่งในพระรามหลวงที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียงวัดหนึ่ง

บ้านบัวเฮ้าส์2 แห่งนี้ มีห้องให้เลือกหลายรูปแบบสนนราคาคืนละ 700 บาท เงียบสงบ บรรยากาศส่วนตัว มองเห็นวิวทิวทัศน์กว้างไกล แถมมีลมเย็นๆ พัดโชยมาให้เย็นใจอยู่ตลอดเวลา เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง

หลังได้ที่ซุกหัวนอนเรียบร้อยแล้ว ต่อไปต้องหาของกินใส่ท้อง มาอยุธยาไม่กินก๋วยเตี๋ยวเรือก็มาไม่ถึงอยุธยาเป็นแน่ เราเลือกร้านที่ชื่อเตะตาว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือห้อยขา ซึ่งก็ไม่สร้างความผิดหวังในเรื่องของรสชาติและบรรยากาศเพราะติดแม่น้ำเช่นกัน ซึ่งในวันที่เราไปแม้จะเป็นวันธรรมดาแต่ลูกค้าก็ทะยอยมาฝากท้องกันอยู่ตลอดเวลา

อิ่มท้องเรียบร้อย จุดหมายต่อไปคือเข้าวัด ฟังไม่ผิดค่ะ เข้าได้ ไม่ร้อน 555 โดยวัดที่เราตั้งใจมานานว่าต้องไปเยือนคือวัดมเหยงคณ์ ดินแดนแห่งการปฏิบัติธรรมที่คนส่วนใหญ่นิยมมาปฏิบัติธรรมจำนวนมาก วัดแห่งนี้ในอดดีตเคยเป็นวัดร้างเมื่อครั้งกรุงแตกกลับรุ่งเรืองอีกครั้งในฐานะสำนักปฏิบัติกรรมฐานอันสงบร่มเย็นในบรรยากาศกรุงเก่า

มเหยงคณ์ มีรากศัพท์ภาษาบาลีว่า มหิยังคณ์ แปลว่า ภูเขาหรือเนินดิน ตรงกับเขตพุทธาวาสของวัดที่ตั้งอยู่บนเนินดินสูง ตามหลักฐานที่ปรากฏในพงศาวดารเหนือบันทึกไว้ว่า พระนางกัลยาณี มเหสีของพระเจ้าธรรมราชา (พ.ศ.1844 – 1853) กษัตริย์องค์ที่ 8 แห่งกรุงอโยธยาเป็นผู้สร้างวัดมเหยงคณ์ขึ้นก่อนจะสถาปนากรุงศรีอยุธยาราว 40 ปี แต่ในพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขากล่าวว่าเมื่อ พ.ศ.1967 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยาแห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้สร้างวัดมเหยงคณ์ ตรงกับพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติแต่ผิดกันที่บันทึกว่าสร้างวัดใน พ.ศ.1981

แต่ประวัติศาสตร์ที่ตรงกันคือวัดมเหยงคณ์คือวัดสำคัญแห่งหนึ่งในสมัยอยุธยา มีพระอุโบสถที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด กว้าง 18 เมตร ยาว 36 เมตร ภายในมีแท่นฐานชุกชี 2 แท่น พระพุทธรูปประธานเป็นหินทรายแต่พังทลายลงแล้ว ส่วนผนังอุโบสถซึ่งก่อด้วยอิฐสีแดงเป็นจุดสังเกตเห็นได้ในระยะไกล รอบพระอุโบสถมีกำแพงแก้ว 2 ชั้นและมีใบเสมาทำจากหินสีเขียว หลังพระอุโบสถคือพระเจดีย์ประธานฐานช้างล้อม ฐานทักษิณสี่เหลี่ยมจตุรัส ประดับช้างปูนปั้นตามซุ้มรอบฐานรวม 80 เชือก และยังมีลานธรรมจักษุหรือโคกต้นโพธิ์ เนินดินรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสยาว 58 เมตร กว้าง 50 เมตร สันนิษฐานว่าอาจเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับของพระเจ้าหงสาวดีตะเบ็งชะเวตี้ ด้านตะวันออกของพระวิหารเป็นที่ตั้งของเจดีย์ทรงลังกา 2 องค์

สภาพโดยรวมของวัดเป็นซากปรักหักพังเนื่องจากร้างมานานตั้งแต่หลังเสียกรุงครั้งที่ 2 แต่เมื่อ พ.ศ.2527 พระครูเกษมธรรมทัต หรือปัจจุบันคือพระภาวนาเขมคุณ วิ.เข้ามาตั้งสำนักกรรมฐานขึ้นในบริเวณวัดมเหยงคณ์ ทำให้โบราณสถานเก่าแก่ได้รับการดูแล กรมศิลปากรที่ขึ้นทะเบียนวัดมเหยงคณ์เป็นโบราณสถานของชาติตั้งแต่ พ.ศ.2484 ก็ได้เข้ามาช่วยบูรณะ ทำให้ทุกวันนี้วัดมเหยงคณ์กลายเป็นสถานปฏิบัติธรรม จัดบวชเนกขัมมภาวนาประจำเดือน จัดบวชถือศีล 8 ประจำวัน ตลอดจนจัดบวชพระสงฆ์ประจำเดือนและพระสงฆ์จำพรรษา สมกับเป็นแหล่งเผยแผ่พระธรรมที่เคยรุ่งเรืองมาช้านานตั้งแต่สมัยอโยธยาและอยุธยา เปิดให้เข้านมัสการ หรือติดต่อปฏิบัติธรรมได้ทุกวัน

เป็นอันจบทริปแบบไม่มีพิธีรีตองมากนัก เน้นความสะดวกแบบเรียบง่าย ไม่ต้องมีหมายกำหนดการล่วงหน้า อยากมาก็มาเลย ไม่มีการวางแผน สไตล์ฉุกละหุกทริป

คุณก็อิ่มกาย สุขใจแบบชิลๆ แบบนี้ได้ เพียงหาเวลาให้ความสุขกับตัวเองแบบเราบ้าง

ชีวิตของเรา ใช้ซะ

Tags

Related Articles

Close
%d bloggers like this: