BiznewsEat & Travel

เที่ยวบ้านใร่กาแฟ แลพิพิธภัณฑ์ บุกฐานที่มั่นสุดท้าย “สายชล เพยาว์น้อย”

เอ่ยชื่อ “บ้านใร่กาแฟ” รับประกันซ่อมฟรีว่าคนที่อายุ 30 ปีขึ้นไปต้องรู้จักและคุ้นเคยกับแบรนด์นี้เป็นอย่างดี เนื่องจากเมื่อ 20 ปีที่แล้วแบรนด์นี้เคยโชติช่วงชัชวาลในธุรกิจร้านกาแฟเป็นอย่างมาก มียอดขายหลักร้อยล้านพันล้านเลยก็ว่าได้ แต่ต่อมาประสบปัญหาที่หลายคนคงทราบข้อมูลดีอยู่แล้ว

บ้านใร่กาแฟ ก่อตั้งโดย “สายชล เพยาว์น้อย” ผู้ชายหัวใจไม่แพ้ หลังจากที่ตัดสินใจหันหลังให้กับกรุงเทพฯอย่างเด็ดขาด เขาหอบหัวใจอันบอบช้ำกลับมาพำนักที่บ้านเกิดอำเภอหนองแซง จังหวัดสระบุรี มาพลิกฟื้นและปลุกตำนานบ้านใร่กาแฟที่เขารักขึ้นมาอีกครั้งด้วยการเปิดพิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟที่เขาเปิดไว้เมื่อปีพ.ศ. 2540  โดยขนทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นบ้านใร่กาแฟที่เหลืออยู่ให้มารวบรวมไว้ ณ ที่แห่งนี้เพื่อเปิดให้บุคคลที่สนใจเข้ามาศึกษาหาข้อมูลและยังเป็นจุดนัดพบสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเดินทางชิล ๆ เที่ยวสนุกใช้เวลาความสุขกับครอบครัวอีกหนึ่งแห่งในสระบุรี

อาณาจักรนอกปั้มน้ำมันของสายชลแห่งนี้ ไม่ได้มีดีแค่กาแฟเท่านั้น เพราะที่นี่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 8 ไร่เศษ มีจุดท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะ พิพิธภัณฑ์บ้านใร่กาแฟ สถานที่รวบรวมวัตถุจัดแสดงที่เกี่ยวข้องกับกิจการบ้านใร่กาแฟตั้งแต่เริ่มต้น เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องคิดเลข ใบเสร็จ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ รวมถึงกิจกรรมที่เคยจัดร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นมาและวิวัฒนาการของกิจการบ้านใร่กาแฟตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ภายในพื้นที่แห่งนี้ ถูกแบ่งโซนไว้อย่างชัดเจนมีทั้งส่วนการจัดแสดง ประกอบด้วย โซนจัดแสดงชีวประวัติบุคคล ผู้ก่อตั้งและบุคคลสำคัญที่ก่อให้เกิดตำนานบ้านใร่กาแฟ ส่วนของการจัดแสดงประวัติและวิวัฒนาการการเกิดบ้านใร่กาแฟ จัดแสดงวัตถุที่เกี่ยวข้องกับกิจการ อาทิ ตู้จัดแสดงของประดับร้าน, ตู้ตำนานที่เก็บของประดับตกแต่งบ้านสาขาแรก, ตู้เก็บบรรจุภัณฑ์รุ่นต่าง ๆ, เครื่องชงทดลอง, เครื่องปั่นกาแฟ, สินค้าเตรียมพัฒนา, สินค้าตัวอย่าง, สินค้าพิเศษ เป็นต้น

ที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ ยังมีอดีต โรงคั่วกาแฟ ที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่นี่ ซึ่งมีการจัดส่งกาแฟไปยังสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศและเกิดเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561 ขณะที่สายชลกำลังควบคุมคนงานคั่วกาแฟ และไฟได้ลุกลามไปติดสิ่งของและตัวอาคารอย่างรวดเร็ว แม้จะช่วยกันใช้น้ำดับเพลิงแต่ก็ไม่ทันส่งผลให้สูญเสียสิ่งของเครื่องใช้และตัวอาคารทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าไม่น่าจะต่ำกว่า 30 ล้านบาท ถือเป็นการปิดตำนานโรงคั่วภูมิปัญญาบรรชนไทย ซึ่งเหตุการณ์นี้สายชลจำได้ขึ้นใจเพราะแทบจะดับฝันอีกครั้งแต่เขาก็ผ่านมาได้

หลังจากเปิดพิพิธภัณฑ์แล้ว สายชลต่อยอดอีกขั้นเพราะต้องหารายได้มาหล่อเลี้ยงทั้งตนเองและพนักงานที่เรียกเขาว่า “พ่อ”ฝากชีวิตกับเขาอีกหลายสิบชีวิตด้วยการเป็นตลาด ใช้ชื่อว่า ตลาดโรงคั่ว หรือ ตลาดประชารัฐวัฒนธรรมโบราณลาวเวียง ตลาดที่รวบรวมวัฒนธรรมความเป็นอยู่และการกินเอาไว้แบบพร้อมสรรพ ด้วยบรรยากาศตลาดแบบย้อนยุค เน้นการตกแต่งตลาดด้วยของเก่าสไตล์วินเทจไปจนถึงแม่ค้าที่แต่งกายด้วยผ้าไทย ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาและอากาศที่เย็นสบาย มีที่ให้นั่งชิลมากมายตลอดทั้งวัน

เริ่มตั้งแต่ เมื่อเดินเข้ามา จะพบกับจุดถ่ายรูปเก็บความประทับใจได้หลากหลาย เลยไปอีกหน่อยเจอกับสนามเด็กเล่นบนพื้นหญ้าเขียวขจี มีเครื่องเล่นให้เด็ก ๆ ได้เลือกเล่นได้อย่างสมใจอยาก ชนิดที่ว่าตอบโจทย์ครอบครัวที่มากันหลากหลายเจนเนอเรชั่นเลยทีเดียว

ที่สะดุดตาสายกินต้องไม่พลาดของที่นี่คือ ขนมจีนเส้นสดที่ทำมาจากกาแฟโดยใช้แป้งจากข้าวเจ็กเชย ซึ่งเป็นพันธ์ข้าวพื้นเมืองของสระบุรีที่มีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น นำมาผสมกับผงกาแฟของบ้านใร่กาแฟที่นำไปปรุงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนูทั้ง ผัดไทย, ขนมจีนราดน้ำยาซึ่งแอดพิสูจน์มาแล้ว เผ็ดได้ใจคนชอบสายโหด

นอกจากนี้ ยังมีเมนูเด็ดน่าลองอีกหลายรายการ ทั้ง ผัดไทย-หอยทอดไร้น้ำตาล , หอยครก เมนูดัดแปลงจากขนมครก,ส้มตำ ส่วนของหวานก็มีให้เลือกไม่แพ้กัน เช่น ขนมไทยๆ  อย่างขนมตาล ขนมกล้วน , ขนมไข่ ที่ทำจากเตาทองเหลืองโบราณ อบบนเตาถ่านได้ความหอมแตกต่างจากขนมไข่เดิม ๆ ขนมดอกจอก  เรียกได้ว่ารวบรวมของกินแบบโบราณที่หลายคนถวิลหาไว้ที่นี้แบบครบวงจร

ใครที่กำลังมองหาอีกหนึ่งสถานที่ชิคๆ  สำหรับเช็คอินไว้กินไว้เที่ยวแถมได้ความรู้ แอดขอแนะนำที่นี่เลย ผ่านไปผ่านมาอย่าลืมแวะเวียน นอกจากจะอิ่มท้องแล้ว เชื่อว่าต้องอิ่มใจ กับสถานที่อันเปรียบเสมือนหัวใจที่หล่อเลี้ยงให้สายชล เพยาว์น้อยยืนอยู่ต่อไปได้แม้จะยังแบกหนี้ไว้มากมายก็ตาม แต่ผู้ชายคนนี้ยังยิ้มได้เสมอ…

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: