Biznews

เทหมดหน้าตัก!รัฐอัด 6 หมื่นล้านดัน 3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงเงินเข้าระบบกว่า 2 แสนล้าน!

ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา(โควิด-19) (ศบศ.)เปิดเผยว่า  ได้พิจารณาใช้งบ 60,000 ล้านบาท อัดฉีด 3 มาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจประกอบด้วย ได้แก่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน, คนละครึ่ง และช้อปดีมีคืน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเงินเข้าสู่ระบบกว่า 200,000 ล้านบาท

สำหรับรายละเอียดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ 3 กลุ่มดังกล่าว มีดังนี้

-การเพิ่มวงเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน 14 ล้านคน คนละ 500 บาท เป็นเวลา 3 เดือน (เดือน ต.ค.-ธ.ค. 63) วงเงินกว่า 21,000 ล้านบาท

-โครงการคนละครึ่ง (Co-Pay) กำหนดโควตา 10 ล้านคน คนละ 3,000 บาท ใช้จ่าย 3 เดือน (เดือน ต.ค.-ธ.ค. 63) รัฐออกให้วงเงินกว่า 30,000 ล้านบาท ประชาชนร่วมจ่าย 30,000 ล้านบาท คาดมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 60,000 ล้านบาท

-ช้อปดีมีคืน ช่วยผู้ประกอบการในระบบภาษี โดยให้ประชาชนซื้อของแล้วสามารถนำมาขอคืนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาท (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, บุหรี่, สลากกินแบ่งรัฐบาล, น้ำมัน, ค่าที่พัก และตั๋วเครื่องบิน) นำไปลดหย่อนภาษีได้ในช่วงเดือน มี.ค. 64 เริ่มใช้จ่าย 23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 63 โดยคาดว่าจะมีคนใช้สิทธิ์ราว 4 ล้านคน เป็นวงเงินใช้จ่าย 120,000 ล้านบาท โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม. ในวันที่ 12 ต.ค.นี้

ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศทั้ง 3 กลุ่มนี้ รัฐบาลจะใช้งบประมาณราว 60,000 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 200,000 ล้านบาท ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้  เพื่อประคับประคองให้สามารถอยู่รอดได้ ขณะที่ยังเปิดประเทศไม่เต็มที่นัก  

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: