Biznews

เตรียมตัวให้พร้อม!’ศบศ.’เคาะ ‘ช้อปดีมีคืน’ อัดฉีดเงินเข้าระบบปลายปี 1.2 แสนล้าน!

ที่ประชุม ศบศ. หรือศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) วันนี้ เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ชอปดีมีคืน” และปรับปรุงมาตรการเราเที่ยวด้วยกันและมาตรการกำลังใจ

1) มาตรการ “ชอปดีมีคืน”
• ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษี 2563 สำหรับค่าซื้อสินค้าและบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงหนังสือ และสินค้า OTOP ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 30,000 บาท (ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ สลากกินแบ่งรัฐบาล น้ำมัน ค่าที่พัก และค่าตั๋วเครื่องบิน) เริ่ม 23 ต.ค. – 31 ธ.ค. 63
**เงื่อนไข : หากประชาชนได้ใช้สิทธิ์ตาม 1) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ 2) โครงการคนละครึ่ง แล้ว จะไม่สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้
.
2) ปรับปรุงมาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน” และ “กำลังใจ”
• เพิ่มสิทธิ์ให้เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จำนวน 570 คน และเจ้าหน้าที่หัวหน้างานสาธารณสุขมูลฐานและงานสุขภาพภาคประชาชนระดับจังหวัดและระดับอำเภอ กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 2,615 คน สามารถเข้าร่วมโครงการกำลังใจได้
• ผู้ที่เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันสามารถใช้บริการโรงแรมที่พัก และใช้ E-Voucher สำหรับค่าสนับสนุนอาหาร ค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว ค่าสินค้า OTOP ในจังหวัดภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านได้
• ขยายระยะเวลาโครงการกำลังใจ และเราเที่ยวด้วยกัน ถึงวันที่ 31 ม.ค. 64
• อนุมัติการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการกำลังใจ และเราเที่ยวด้วยกัน ถึงวันที่ 31 มี.ค. 64

โดยจะนำเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาในวันจันทร์นี้

 

ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของโครงการดังกล่าว คือ กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กลุ่มผู้ประกอบการประเภทผู้ค้าสินค้าและบริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการขายหนังสือและสินค้า OTOP  รวมจำนวน 4 ล้านคน  ซึ่งหากมีการจับจ่ายคนละ 3 หมื่นก็จะเกิดเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง  1.2 แสนล้านบาท

สำหรับมาตรการดังกล่าวกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.-31 ธ.ค.2563 เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีในปีภาษี 2563 ณ เดือน มี.ค.64 คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเนื่องจากการดำเนินมาตรการทั้งหมด 55,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากประชาชนได้ใช้สิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือโครงการคนละครึ่งแล้วจะไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้  รวมทั้งพิจารณาขยายเวลาโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ไปจนถึงเดือนมกราคม 2564  โดยจะทำการปรับเงื่อนไขให้ใช้สิทธิได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม  จากมาตรการของทางภาครัฐที่ผ่านมาจนถึงสิ้นปีเพื่อกระตุ้นการบริโภคมี 3 กลุ่มด้วยกันคือ  บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่ง และล่าสุดคือ ช้อปดีมีคืน รวมวงเงินทั้งสิ้น 60,000 ล้านบาทและคาดว่าจะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศจนถึงสิ้นปีที่ 200,000 ล้านบาท 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: