Biznews

เดินหน้าลุยต่อ!’โอสถสภา’ แจงปมซื้อขายบิ๊กล็อต 4,000 ล้าน ไม่มีผลต่อโครงสร้างผู้ถือหุ้น

สะเทือนวงการตลาดหุ้นและการเงิน เมื่อยักษ์ใหญ่สินค้าอุปโภคบริโภคอายุกว่า 100 ปีในประเทศไทยอย่างบริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ได้แจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีการทำรายการซื้อขายหลักทรัพย์ Big Lot จำนวน 762,718,000 หุ้น คิดเป็น 25.39% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ

โดยพบว่าการซื้อขายหุ้นในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากผู้ถือหุ้น 2 คนในกลุ่ม Orizon ซึ่งได้แก่ 1) Orizon Limited 2) นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ได้เข้าทำรายการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทฯ ที่ถืออยู่โดยรวมจำนวน 381,359,000 หุ้น คิดเป็น 12.69% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ ให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะเจาะจง (Private Placement)โดยได้ทำการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564

ล่าสุด  OSP ได้ชี้แจงถึงเหตุผลในการซื้อขายบิ๊กล็อตในคร้ังนี้ เพื่อทำการปรับสัดส่วนผู้ถือหุ้นและทุ่มให้กับโครงการศิลปะวัฒนธรรม และการศึกษา

นางวรรณิภา ภักดีบุตร กรรมการผู้จัดการใหญ่   บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (OSP)​ เปิดเผยว่า  ตามที่ตลท.ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลกรณีที่มีการซื้อขายบิ๊กล็อต จำนวน 762,718,000 หุ้น คิดเป็น 25.39% นั้น บริษัทได้รับแจ้งจากผู้ถือหุ้นใหญ่ว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 คนในกลุ่ม Orizon คือ 1. Orizon Limited และ 2. นายเพชร โอสถานุเคราะห์ ได้เข้าทํารายการจําหน่ายหุ้นสามัญของบริษัทที่ถืออยู่โดยรวมจํานวน 381,359,000 หุ้น คิดเป็น 12.69% ให้แก่ผู้ถือหุ้นโดยเฉพาะเจาะจง (Private Placement) โดยได้ทําการซื้อขายผ่านตลท. เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564

 

 

อย่างไรก็ตาม Orizon Limited จำหน่ายหุ้นสามัญจำนวน 261,060,475 หุ้น คิดเป็น 8.69% และนายเพชร โอสถานุเคราะห์ จําหน่ายหุ้นสามัญ จํานวน 120,298,525 หุ้น คิดเป็น 4.00%

นอกจากนี้ ได้รับแจ้งจากนายนิติ โอสถานุเคราะห์ ว่าได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ เพิ่มเติมเป็นจํานวน 215,000,000 หุ้น คิดเป็น 7.16% ขณะที่ นักลงทุนรายอื่น ๆ ได้ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทเป็นจํานวน 166,359,000 หุ้น คิดเป็น 5.53%

สำหรับกลุ่ม Orizon เป็นกลุ่มบุคคลที่กระทำการร่วมกัน หรือ Acting in Concert ประกอบด้วยผู้ถือหุ้น 7 คน ได้แก่ 1. Orizon Limited 2. รัตน์ โอสถานุเคราะห์ 3. เพชร โอสถานุเคราะห์ 4. ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ 5. ภูรี โอสถานุเคราะห์ 6. คฑา โอสถานุเคราะห์​ และ 7. นาฑี โอสถานุเคราะห์

 

 

ทั้งนี้ ภายหลังการทำรายการดังกล่าว ทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป โดยกลุ่ม Orizon ถือหุ้นลดลงเหลือ 452,336,700 หุ้น หรือ 15.06% จากเดิมถือหุ้นจำนวน 833,695,700 หุ้น หรือ 27.75% ส่วน นิติ โอสถานุเคราะห์ มีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 715,030,000 หุ้น หรือ 23.80% จากเดิมถือหุ้น 500,030,000 หุ้น หรือ 16.65%

 

นอกจากนี้  OSP ได้ชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ เนื่องจากบริษัทมีความสนใจที่จะอุทิศทรัพยากรของตนไปใช้ในโครงการอื่นๆ ซึ่งมุ่งหมายไปที่โครงการด้านศิลปะวัฒนธรรมและการศึกษาให้มากขึ้น เพื่อจะได้ช่วยวางรากฐานของวงการศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษาของประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า จึงมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการสนับสนุน

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท โครงสร้างการจัดการ และนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด บริษัทยังคงดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อขยายธุรกิจให้แข็งแกร่งและมั่นคงในประเทศไทยและในภูมิภาค สร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: