BiznewsTravel

“เซ็นทารา”หอบหมื่นล้าน ! ปักธงญี่ปุ่น

ขึ้นชื่อว่ายืนหนึ่งในธุรกิจโรงแรมมายาวนานสำหรับ เซ็นทารา ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ปทีททำรายเป็นกอบเป็นกำให้กลุ่มไม่น้อย การขยับขยายธุรกิจดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทั้งการลงทุนในและต่างประเทศ โดยแผนล่าสุด เซ็นทาราวาดแผน 5  ปี (2561-2565) เตรียมปักหมุดขยายสาขาโรงแรมทั้งในและต่างประเทศจำนวน 130 สาขา ภายใต้วงเงินลงทุนราว 27,000 ล้านบาท

ล่าสุด เซ็นทาราประกาศลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการหอบเม็ดเงิน 10,000 ล้านบาทเปิดโรงแรมแห่งแรกในญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ “เซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า” โรงแรมระดับ 5 ดาวสุดหรูสูง 34 ชั้น ขนาด 515 ห้องพัก ณ ใจกลางย่านนัมบะ ศูนย์กลางการท่องเที่ยวของเมืองโอซาก้าและภูมิภาคคันไซพร้อมเปิดให้บริการกลางปี 2566

เหตุผลที่เซ็นทาราหอบเงินก้อนโตปักธงแดนซามูไร ประเทศญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นก้าวแรกสำหรับประเทศนี้คือ จำนวนนักเดินทางท่งเที่ยวในแต่ละปีใกล้เคียงกับประเทศไทยคือกว่า 30 ล้านคน ในจำนวนดังกล่าวเป็นคนไทยถึงปีละกว่า 1 ล้านคน นอกจากนี้ ยังมองเห็นโอกาสจากการที่โอซาก้าจะเป็นเจ้าภาพการจัดงาน เวิลด์ เอ็กซ์โป ซึ่งเป็นงานแสดงนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานถึง 2.8 ล้านคนอีกด้วย ยังไม่รวมการที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิคในปี 2020

การบุกตลาดญี่ปุ่นครั้งนี้ของเซ็นทารา ถือเป็นกลยุทธ์การขยายธุรกิจและเป็นประเทศลำดับที่ 14 ของกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวโอซาก้า ประมาณ 80% ที่เหลือเป็นกลุ่มนักธุรกิจที่ไปทำธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา

ปัจจุบัน โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา มีโรงแรมและรีสอร์ทที่ลงทุนและบริหารเอง 17 แห่ง แบ่งเป็นในประเทศไทย 15 แห่ง โรงแรมแบรนด์โคซี่ 2 แห่ง และมัลดีฟส์ 2 แห่ง เซ็นทาราในอาหรับเอมิเรตส์ 1 แห่ง และในมัลดีฟส์อีก 2 แห่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ รวม 5,507 ห้อง และเป็นโรงแรมและรีสอร์ทที่รับบริหารจัดการและเปิดให้บริการแล้ว 22 แห่ง ในประเทศไทย เวียดนาม ศรีลังกา โอมาน และกาตาร์ นอกจากนี้ยังมีอีก 24 แห่งที่ได้ลงนามบริหารจัดการเพิ่มเติมในประเทศไทย อินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว จีน กาตาร์ มัลดีฟส์ และตุรกีรวม 7,970 ห้อง ทำให้รวมทั้งหมดมีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั้งสิ้น 68 แห่ง จำนวน 13,477 ห้อง

ขณะที่รายได้ของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราในปี 2561 ที่ผ่านมา มีรายได้รวม 9,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีรายได้รวม 9,358 ล้านบาท และหากดูผลประกอบการย้อนหลัง 5 ปี พบว่า มีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2557 มีรายได้ 8,316 ล้านบาท ปี 2558 อยู่ที่ 9,046 ล้านบาท และปี 2559 มีรายได้อยู่ที่ 9,309 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การลงทุนดังกล่าวเป็นการร่วมทุนระหว่างโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารากับสองบริษัทก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น Taisei Corporation และ Kanden Realty & Development นับเป็นการเปิดประตูให้แบรนด์เซ็นทาราได้เข้าถึงหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกอย่างเมืองโอซาก้า ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองหลักของประเทศญี่ปุ่นและเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสาม มีจำนวนประชากรถึง 2.7 ล้านคน

นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกรองจากเมืองโตเกียว โดยเมืองโอซาก้ายังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น สวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ รวมถึงตั้งอยู่ใกล้กับเมืองท่องเที่ยวสำคัญรอบข้างอย่างเกียวโต โกเบ และนารา ทั้งนี้ คาดว่าโอซาก้าจะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีกจากการเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ในปี 2568 ซึ่งเป็นงานแสดงนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดในโลก

“โรงแรมแห่งนี้จะสร้างขึ้นที่ย่านนัมบะ ซึ่งเป็นย่านหัวใจสำคัญของเมืองโอซาก้าและศูนย์กลางทางวัฒนธรรรมของญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีความสากลจากการที่มีที่ตั้งเชื่อมต่อโดยตรงกับสนามบินนานาชาติคันไซ อันเป็นประตูเชื่อมโยงทุกประเทศทั่วโลกมายังประเทศญี่ปุ่น” คัทสึยูกิ คาไน ประธานบริหารอาวุโส บริษัท Taisei Corporation กล่าว “นับเป็นความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์สำหรับทั้งประเทศญี่ปุ่นและบริษัท Taisei ที่ได้ร่วมกับเซ็นทาราในการพลิกโฉมการท่องเที่ยวด้วยการนำการบริการแบบไทยมาสู่ญี่ปุ่น ณ ย่านนัมบะ ซึ่งเป็นย่านที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสร้างโรงแรมสไตล์หรูหรา”

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า เป็นอาคารหรู 34 ชั้น มองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของสวนสาธารณะนัมบะได้เต็มวิสัยทัศน์ 360 องศา โดยชั้นบนสุดของโรงแรมจะมีทั้งเลานจ์และพื้นที่สำหรับจัดงานอีเว้นท์และการประชุมสัมมนา รวมถึงห้องอาหารและบาร์ชั้นดาดฟ้า เพื่อให้แขกได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์อันสวยงามทั่วทั้งเมืองโอซาก้า

นัมบะ

โรงแรมแห่งนี้ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งสปาเซ็นวารีที่ได้รับการการันตีด้วยรางวัลต่างๆ มากมาย ห้องออกกำลังกาย ห้องอาหารอันหลากหลาย และห้องจัดเลี้ยงสำหรับการจัดงาน อีเว้นท์และสัมมนาประเภทต่างๆ รวมถึงล็อบบี้ขนาดโอ่โถงเพื่อมอบการต้อนรับและบริการที่ผสานเอาวัฒนธรรมไทยและญี่ปุ่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัวมาไว้ต้อนรับแขกผู้เข้าพักจากทั่วทุกมุมโลก

 

โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า อยู่ใกล้กับแหล่งบันเทิง แหล่งช้อปปิ้ง และสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมมากมาย อาทิ สวนสาธารณะนัมบะ สวนสาธารณะสวยงามบนตึกช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่ ที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบสวนลอยฟ้าบนตึกที่มีทั้งหน้าผา บ่อน้ำ ลำธาร และน้ำตก ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนโอซาก้า นอกจากนั้น ยังมีย่านนัมบะหรือที่เรียกว่า มินามิ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านอาหารและบาร์ สถานที่ช้อปปิ้ง สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไอทีต่างๆ มากมาย รวมถึงศาลเจ้าชินโตอันเก่าแก่ที่ผู้คนในโอซาก้าให้ความศรัทธามากที่สุด

โรงแรมแห่งแรกของเซ็นทาราในญี่ปุ่นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเซ็นทาราในการดำเนินกลยุทธ์ขยายธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้และจำนวนโรงแรมของเครือเซ็นทาราให้เป็นสองเท่าภายในปี 2565 ตามที่องค์กรได้ตั้งเป้าไว้ ความเชี่ยวชาญของเซ็นทาราในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวผนวกกับความเป็นมืออาชีพของ Taisei Corporation และ Kanden Realty & Development Co.,Ltd. จะนำความสำเร็จสู่การเปิดตัวเซ็นทาราในตลาดญี่ปุ่นและการเติบโตทางธุรกิจของเซ็นทาราต่อไปอีกในอนาคตอย่างแน่นอน

 

เกี่ยวกับบริษัท Taisei Corporation
บริษัทไทเซอิก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1873 โดยท่านโอคุระ คิฮาชิโระ บริษัทไทเซอินั้นถือเป็นหนึ่งในบริษัทก่อสร้างที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำในระดับสากล ซึ่งมีธุรกิจหลักได้แก่ การก่อสร้างอาคาร วิศวกรรมโยธา และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มีพันธกิจขององค์กรคือการรังสรรค์บรรยากาศสภาพแวดล้อมอันมีชีวิตชีวาให้กับทุกคนในสังคม บริษัทไทเซอินั้นมุ่งมั่นในการช่วยพัฒนาสังคมด้วยสิ่งปลูกสร้างที่ปลอดภัยได้มาตรฐานและสะดวกสบาย ซึ่งดำเนินธุรกิจมายาวนานถึง 150 ปีทั้งภายในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะนี้บริษัทไทเซอิกำลังดำเนินการก่อสร้างสนามกีฬาแห่งชาติในเมืองโตเกียว ซึ่งจะเป็นสนามกีฬาหลักในงานแข่งกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่นในปีค.ศ. 2020

เกี่ยวกับบริษัท Kanden Realty & Development Co.,Ltd
บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คันเดน คือ บริษัทภายใต้เครือคันไซ อิเลกทริค เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการนำจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับเมืองสำคัญต่างๆ ในภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น อาทิ เมืองโอซาก้า เกียวโต โกเบ นารา และในพื้นที่ใกล้เคียง ภายใต้สโลแกน ”เพื่ออนาคตที่สว่างสดใสสำหรับทุกคนและทุกชุมชน” บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คันเดนก่อตั้งขึ้นอย่างมั่นคงยาวนานมากว่า 60 ปี เพื่อส่งมอบความพึงพอใจให้กับลูกค้าผ่านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจประเภทอื่นๆ เรื่อยมา โดยถือเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของญี่ปุ่นที่สามารถสร้างอาคารประเภทคอนโดมิเนียมและบ้านพักอาศัยที่ให้ความสะดวกสบาย อีกทั้งยังมีความสามารถในการสรรหา พัฒนา และปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ ที่มีมูลค่า อาทิ ตึกอาคาร พื้นที่เพื่อการพาณิชย์ โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง เป็นต้น

เกี่ยวกับเซ็นทารา
โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เครือโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย มีโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้การบริหารของ แบรนด์ซึ่งตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญรวมทั้งสิ้น 76 แห่งทั่วโลก ได้แก่ ไทย มัลดีฟส์ ศรีลังกา เวียดนาม ลาว เมียนมา จีน ญี่ปุ่น โอมาน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งใช้ชื่อ 6 แบรนด์ ประกอบด้วย Centara Grand Hotels & Resorts • Centara Hotels & Resorts • Centara Boutique Collection • Centra by Centara • Centara Residences & Suites และ COSI ครอบคลุมตั้งแต่โรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาวในใจกลางเมืองไปจนถึงที่ตั้งอยู่บนเกาะที่เงียบสงบ รวมทั้งคอนเซ็ปท์ รีสอร์ทสำหรับครอบครัว และไลฟ์สไตล์ในช่วงราคาที่จับต้องได้ซึ่งผสมผสานกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อการพักผ่อนที่ลงตัว รวมทั้งศูนย์การประชุมสัมมนา และแบรนด์ “สปาเซ็นวารี” สปาแบรนด์ไทยคุณภาพระดับรางวัลการันตี

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: