Biznews

“เซ็นทรัลเวิลด์”มัดรวม 215 ร้านดัง เปิดแคมเปญอาหารใหญ่ที่สุดในเอเชีย

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สร้างปรากฏการณ์โลกแห่งอาหารครั้งยิ่งใหญ่ เปิดตัวคอนเซ็ปต์ “centralwOrld endless discovery wOrld of food” ชู The Biggest Food destination ที่รวบรวมร้านอาหารชื่อดังทุกรูปแบบไว้มากที่สุดในโลกถึง 215 ร้านมากกว่า 10 สัญชาติทั่วโลกไว้ในศูนย์การค้า รวมทั้งร้านดังมิชลิน, ร้านในตำนานหาทานยาก และร้านเปิดใหม่ครั้งแรก และแห่งเดียวในไทยมารวมไว้ในที่เดียว

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ประเทศไทยถือได้ว่าเป็น Food heaven ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ดังนั้นการมี Food destination ในศูนย์การค้าที่ยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย และถือเป็นหนึ่งในอันดับต้นๆ ของโลก จะเป็น Impactful magnet ที่สำคัญของประเทศไทย อีกทั้งประเทศไทยยังมีร้านอาหารขายตลอด 24 ชั่วโมง มี Street food ชื่อดังมากมายให้ทานได้ตลอดเวลา เฉลี่ยแล้วใน 1 วัน คนไทยบริโภคมากถึง 7 มื้อ

 

ดังนั้น เซ็นทรัลเวิลด์ในฐานะการเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ เราจึงรวบรวมร้านอาหารอร่อยทุกรูปแบบมาไว้ในที่เดียวมากถึง 215 ร้านซึ่งมากที่สุดในโลก และครบทุกประเภท เพราะเราให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์ด้านอาหาร” (Food Experience) ที่จะหาไม่ได้จากโลกออนไลน์ เพื่อเป็นเดสติเนชั่นให้ผู้บริโภคได้มาสร้าง Personalize experience ด้านอาหารได้ทุกรูปแบบ ไร้ข้อจำกัด เพราะไลฟ์สไตล์การทานอาหารเป็นเรื่องที่ไม่ตายตัว เปลี่ยนได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละโอกาส (Occasion) ทั้งสังสรรค์กับเพื่อน, ทานข้าวกับครอบครัว, Business Hangout หรือแม้แต่หาร้านอร่อยทานเร็วๆ ช่วงพักเที่ยง

โดยตั้งเป้าเจาะกลุ่ม ‘Food Tribes’ หรือคนที่มีความหลงใหลในเรื่องอาหาร โดยแบ่งตาม Lifestyle insight คือ 1) Hunger filler คนที่สนุกกับการตระเวนหาของอร่อยทาน 2) Heart & Soul filler คนที่มีมุมมองว่าอาหารคือศิลปะ ชอบดื่มด่ำอาหารในรูปแบบต่างๆ ให้ความสำคัญในทุกรายละเอียด ทั้งรูป-รส-กลิ่น-เสียง หรือแม้แต่การตกแต่งและ Ambience ของร้านอาหาร และ 3) Skill filler คนที่ชอบพัฒนาทักษะการทำอาหาร สนุกกับการคิดค้นเมนูใหม่ๆ ซึ่งที่เซ็นทรัลเวิลด์ได้ตอบโจทย์ทั้ง 3 กลุ่มนี้ครบทุกรูปแบบ

นอกจากนี้ ภายในเดือนธันวาคม 2563 – มกราคม 2564 จะมีร้านอาหารใหม่กว่า 10 ร้านที่เป็นร้านดังจากต่างประเทศและร้านอาหารที่คว้าดาวมิชลินมาเปิดให้บริการที่เซ็นทรัลเวิลด์เพิ่มเติม อาทิ  Tsuta ร้านราเมนร้านแรกของโลกและร้านแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับ 1 Michelin Star เมื่อปี 2015 และร้าน Kam’s Roast Goose ร้านห่านย่างเจ้าดังจากฮ่องกง การันตีความอร่อยระดับ 1 ดาวมิชลินถึง 5 ปีซ้อนที่จะมาเดือน ม.ค. 64, TP Tea by Chun Shui Tang ต้นตำรับชานมไข่มุกเจ้าแรกของโลก, The Cassette Music Bar เตรียมยกบรรยากาศยุค 90’ และเพลงดังสุดฮิตให้มาย้อนเวลาไปพร้อมกัน, ร้าน Seoul Garden ปิ้งย่างชื่อดังสุดฮิตจากเกาหลีที่แรกในไทย เป็นต้น”

 

อิศเรศ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขาย บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลเวิลด์เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกที่รวมร้านอาหารชื่อดังทุกรูปแบบไว้มากที่สุด โดยแต่ละร้านถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อให้มีความหลากหลาย และตอบโจทย์ Passion การทานอาหารให้มากที่สุด ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ออกไปท่องเที่ยวและ Explore ร้านอาหารต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เห็นถึงวัฒนธรรมการทานอาหารหลากหลายรูปแบบ และเป็นแรงบันดาลใจในการเลือกร้านใหม่ๆ ที่มีคอนเซ็ปต์น่าสนใจมาเปิดที่เซ็นทรัลเวิลด์เพื่อให้คนไทยได้ลิ้มรสความอร่อยจากร้านอาหารดังทั่วโลก

นอกจากนี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกับคำถาม ‘วันนี้จะกินอะไรดี?’ ทุกครั้งที่มาที่เซ็นทรัลเวิลด์ หลายคนรู้ว่ามีร้านอาหารเยอะ แต่ไม่รู้ว่ามีร้านอะไรบ้าง และอยู่ตรงไหน เราจึงได้นำจุดนี้มาสร้างเป็น Food Bible ที่จะตอบทุกคำถามเรื่องร้านอาหารที่เซ็นทรัลเวิลด์  โดยเราได้ข้อมูลเจาะลึกมาจาก Lifestyle Insight ในการทานอาหารของคนในปัจจุบัน จากร้านอาหารทั้งหมด 215 ร้าน แบ่งออกได้เป็น 8 สายความอร่อย ได้แก่

  1. สายแข็งชาบู-ปิ้งย่าง จำนวน 14 ร้าน แบ่งเป็น ชาบู-สุกี้ยากี้ 9 ร้าน และปิ้งย่าง 5 ร้าน

ชาบู สุกี้ ปิ้งย่างหลากหลายสัญชาติ เหมาะกับทั้งครอบครัว, สายสุขภาพ, Meat lover อาทิ Shabushi, Charna, MK Live, Momo paradise Gold, Tajimaya Yakiniku, Nice Two Meat U Haidilao หม้อไฟชื่อดังที่มาเปิดสาขาแรกในไทย และล่าสุด Sukishi Prime ที่เปิดตัว Korean Omakase ครั้งแรก

  1. สายมิชลิน (Michelin Star & Michelin Guide) 9 ร้าน โดยมีร้านมิชลินเปิดใหม่แห่งแรกในไทย 2 ร้าน ได้แก่ Tsuta, Kam’s Roast Goose และ มิชลินไกด์อีก 7 ร้าน
  2. สายคาเฟ่ของหวาน (Café society & wOrld of dessert) ที่นี่เป็น Café society ที่มี Café เยอะที่สุด ถึง 100 ร้าน แบ่งเป็น ร้านชานมไข่มุก 18 ร้าน, คาเฟ่เบเกอรี่ 23 ร้าน, ของหวาน 59 ร้าน
  • ร้านกาแฟชื่อดัง อาทิ The Coffee Academics, Host & Amber, Roast, Pacamara, Red diamond และ มี Starbuckถึง 4 สาขา รวมถึง Starbuck Reserve Café สาขาที่ใหญ่ที่สุดของไทย ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากจีน
  • ร้านของหวาน ขนมและชาไข่มุก อาทิ TP Tea ต้นตำรับชานมไข่มุกเจ้าแรกของโลกจากไต้หวัน, Xing Fu Tang ชานมไข่มุกอันดับหนึ่งของไต้หวัน, Anri bakery พายแอปเปิ้ลชื่อดังของญี่ปุ่น, After You, Yomie’s rice, Zakuzaku, Paris Mikki, Paul, Eric Kayser
  1. สายอินเตอร์ (Asian Lifestyle & Inter’ Food) รวม 45 ร้านดัง 10 สัญชาติไว้ในที่เดียว แบ่งเป็น อาหารจีน 5 ร้าน, มาเลเซีย สิงคโปร์ 2 ร้าน, ญี่ปุ่น 24 ร้าน, เกาหลี 3 ร้าน, ตะวันตก 11 ร้าน, อินเดีย 1 ร้าน, สเปน 2 ร้าน, อิตาลี 4 ร้าน, เวียดนาม 1 ร้าน
  2. สาย Thai Taste 16 ร้าน มีตั้งแต่อาหารไทยต้นตำรับ เมนูหาทานยาก ไปจนถึงอาหารไทยฟิวชั่น แบ่งเป็น อาหารไทย 9 ร้าน, อาหารไทยอีสาน 3 ร้าน, ซีฟู้ด 4 ร้าน
  3. สายกินง่ายๆ กินเร็ว เน้นจานเดียว (Quick Service Restaurant, Food World, Live House) จำนวน 14 ร้าน แบ่งเป็น ร้านอาหารจานเดียว 8 ร้าน, ร้านก๋วยเตี๋ยว 3 ร้าน และฟาสต์ฟู้ด 3 อาทิ ร้าน Easy Buddy ร้านกะเพราสูตรเด็ดของเชฟบัดดี้, ฉัน (Chunn), บุญปาก&เฮือนนูน่า, ทองสมิทธิ์ เป็นต้น
  4. สายปาร์ตี้แฮงค์เอ้าท์ (Everyday Hangout & Exquisite Bar) รวม 15 ร้านกินดื่มยอดฮิตจากหลายสัญชาติไว้ในที่เดียว ตอกย้ำการเป็น Hangout Destination Landmark ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพ อาทิ Brangus by Bluegold, Kenshin Izakaya, HOBS, ชงเจริญ, Greyhound Café, กินเฮ Wine Connection, Wine I Love You, Italian Osteria, Hyde & Seek Peek-A-Boo, Everseoul OT, Hiyaku และ Coming soon กับ The Cassette Music Bar, โค อันลิมิเต็ด และ Spanish Tapas Bar
  5. สายครีเอทีฟคุ้กกิ้ง (Creative Cooking) 2 แห่ง ได้แก่ ABC Cooking Studio สตูดิโอสอนทำอาหารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และ Le Cordon Bleu Dusit สถาบันสอนทำอาหารระดับโลกระดับไอวี่ลีกของสายอาหาร เปิดสอน 20 ประเทศทั่วโลก โดยในเอเชียมี 9 สาขา ใน 8 ประเทศ และมีสาขาหนึ่งเดียวในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: