BiznewsColumnist

เซเล็บแห่งทะเลไทย ถึงกำพร้าแต่น่ารัก …“มาเรียม”

เซเล็บแห่งทะเลไทย

ถึงกำพร้าแต่น่ารัก …“มาเรียม”

โดย…ธนก  บังผล

พะยูนน้อยอายุ เพียง 6 เดือน คาดว่าจะถูกแม่ทิ้งไว้กลางทะเลจนลอยหลงมาเกยตื้นบริเวณชายหาดธารานพรัตน์ จ.กระบี่ ถูกพบตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2562เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา -หมู่เกาะพีพี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบเจอพะยูนเกยตื้น บริเวณอ่าวทึง ม.ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ จ.กระบี่

 แล้วจึงส่งต่อให้เจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ พาตัวมาเรียมไปให้ทีมสัตวแพทย์คอยอนุบาลรักษาที่เกาะลิบง จ.ตรัง ก่อนจะกลายเป็นเซเล็บแห่งท้องทะเลไทย มีภาพน่ารักๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีคนคอยดูแลรักษา ป้อนนม ชวนว่ายน้ำ เผยแพร่ออกมาให้เราได้คอยติดตามเอาใจช่วย ถึงวันนี้ก็ 2 เดือนแล้วครับ

จากที่เราเอาใจช่วยให้ลูกพะยูนแข็งแรงเร็วๆ เพื่อจะได้กลับไปยังฝูงคืนสู่ธรรมชาติ มาถึงตอนนี้หลายคนกลายเป็น “ทาสมาเรียม” ไม่ทันรู้ตัว  

แน่นอนว่าอีกไม่นานจากนี้ น้องมาเรียมจะหย่านมแล้วและมีโอกาสเช่นกันที่สักวันหนึ่งเธอจะออกไปเจอกลุ่มพะยูนที่เข้ามาหากินอยู่ในละแวกนั้น ก่อนจะเจอเพื่อนในวัยเดียวกัน ทำความรู้จักกัน แล้วชวนกันไปว่ายน้ำเล่นจนไกลออกไปเรื่อยๆ

แต่ก่อนจะถึงวันนั้น หลายคนที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับทะเลคงเคยตั้งคำถามขึ้นมาเมื่อวันที่เราได้เจอกับน้องมาเรียม ว่าทำไมเธอจึงมาเกยตื้นอยู่เพียงลำพัง การที่มาเรียมถูกแม่ทิ้งเป็นเรื่องที่ไม่ปกติของพะยูนเพราะพะยูนใช้เวลาตั้งท้องนานถึงปี และสามารถมีลูกได้ครั้งละตัว หรือไม่เกิน 2 ตัวเท่านั้น

พอแรกเกิดมาพะยูนก็จะยาวถึง เมตร น้ำหนักอยู่ที่ 15-20 กิโลกรัม เนื่องจากเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมดังนั้นแม่จะคอยเลี้ยงคอยว่ายน้ำอยุ่ใกล้ๆตลอดเวลาไม่ไปไหน แม้กระทั่งหย่านมในช่วงอายุ 8 เดือนแล้ว แม่ก็จะเลี้ยงไปจนประมาณเกือบ ปี

จำนวนประชากรพะยูนในน่านน้ำประเทศไทยมีทั้งหมดราวๆ 200 ตัว และในจำนวนนี้อยู่ที่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง มากถึงเกือบๆ 180 ตัว เพราะอุดมไปด้วยหญ้าทะเลพื้นที่กว่า 2 หมื่นไร่ ซึ่งเป็นอาหารสำคัญจนทำให้เหล่าพะยูนพากันมาตั้งรกรากอยู่ที่เกาะลิบง

ส่วนน้องมาเรียมเป็นเด็กต่างจังหวัด 2 สัปดาห์หลังจากทีมแพทย์คอยรักษาอย่างเต็มที่จนมั่นใจว่าสภาพร่างกายสามารถกลับไปใช้ชีวิตในธรรมชาติได้แล้ว ก็นำเธอไปปล่อยลงทะเลแต่พะยูนน้อยก็กลับมาเกยตื้นในตอนกลางคืนอยู่เสมอ ซึ่งการที่มาเรียมไม่ลงทะเลนั้นก็อาจขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจของตัวพะยูนเองด้วย

เมื่อลูกพะยูนอาจจะยังไม่พร้อมหรือมีอารมณ์ห่วงหาไม่ว่าอย่างไรทีมแพทย์ก็ต้องเข้าไปดูแลต่อ และอย่างที่เราเคยเข้าใจนั่นละครับ หน่วยงานในประเทศไทยที่มีคนเก่งๆ มีจิตใจเมตตตากรุณา ทุ่มเทให้กับการทำงาน มักจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล อยู่ในฝ่ายที่ต้องเงียบให้มากที่สุด อยู่ในกรมที่ไม่เคยมีผู้ใหญ่ในกระทรวงหรือในรัฐบาลรู้จักเท่าไร

การกลับมานอนเกยตื้นก็ทำให้ทีมงานหลายคนต้องสะอื้นเพราะควักกระเป๋ากันเองลงไปจะหมดแล้ว เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เหตุการณ์ต่างๆมันเกินกว่าที่ทีมงานจะแบกค่าใช้จ่ายด้วยเงินเดือนของตัวเองได้อีกแล้ว กระเป๋าตังค์เล็กๆของทีมแพทย์ ทีมอาสา ซึ่งเล็กกว่าบรรดารัฐมนตรี ต้องฉีกสะบั้นไปพร้อมๆกับภาพความน่าเอ็นดูของมาเรียม  

ซึ่ง รศ.สพ.ญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ทีมสัตว์แพทย์ที่ทำการดูแลปฐมพยาบาลลูกพะยูน ที่อ่าวดูหยง คงคิดมาแล้วว่าถ้าน้องมาเรียมยังรักษาตัวอยู่ คนดูแลก็ควรจะมีชีวิตอยู่ได้เช่นกัน 19 มิถุนายน คุณหมอโพสต์เฟซบุ๊กว่า

“ขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ ในนามของทีมที่ประกอบด้วยชาว ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ กรม ทช กรม อส และ ชาวเกาะลิบง และอาสาสมัครทั้งหลาย แจ้งว่าเรามีค่าใช้จ่ายแต่ละวัน คร่าวๆ คือ ค่านม (เดือนนี้มีสปอนเซอร์) วิตามิน ยา ถุงมือ อุปกรณ์ทำหัวนม ค่าน้ำจืดใช้และน้ำกิน (เดือนหน้าอาจได้น้ำกินจากกรมน้ำ) ค่าไฟฟ้า… ค่าอาหาร (ออกเอง) ค่าที่พัก ค่ารถบนเกาะ ค่าเรือ และอื่นๆ ตกประมาณวันละไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท ไม่นับค่าเดินทางจากภูเก็ตและ กทม. และค่าก่อสร้างบ่อป้องกันการเกยตื้นและมรสุม”

ซึ่งกระแสของมาเรียมก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพียง 2 วัน ยอดโอนเงินก็มากพอที่คุณหมอขอปิดรับบริจาคทันทีเลย เรียกได้ว่าทำให้ทีมงานหลายๆคนถึงกับซึ้งเพราะคนทำงานก็อยากทุ่มเทเต็มที่ไม่ต้องมาอึดอัดเรื่องเงิน และที่สำคัญคือมันยังสามารถต่อยอดให้การช่วยเหลือในเคสต่อไปได้อย่างเร็วเช่นกัน

นั่นจึงทำให้เรายังได้เห็นมาเรียมนอน “ดูดครีบ” แบบรัวๆ เหมือนรู้แล้วว่ามีนมให้กินชัวร์ พร้อมทั้งยังมีลูกพะยูนเกยตื้นตัวใหม่รอเตรียมส่งตัวเข้ามาให้ทีมแพทย์อนุบาลรักษา

กรณีล่าสุดจีงเป็นอีกครั้งที่บางคนคงมีคำถามเช่นเดียวกับมาเรียมเลยครับ ว่าทำไมถึงมีพะยูนเกยตื้นเพิ่มขึ้นอีก 1 ตัว ที่ผมเริ่มต้นเอาไว้ตั้งแต่แรกคือสงสัยว่าในท้องทะเลไทยตอนนี้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เพราะแม่พะยูนเองก็มักจะเลี้ยงลูกใกล้ชิดตลอดเวลา

อาจมีอะไรบางอย่างอยู่กลางทะเลจนทำให้ลูกพะยูนต้องพลัดหลงเกยตื้นในสภาพที่บอบช้ำ

 

  

 

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: