Biznews

เช็กด่วน!มนุษย์เงินเดือน ‘ยื่นภาษี’ ปี 65 ใครบ้างถูก ‘หักภาษี ณ ที่จ่าย’

หลังจากที่มีมาตรการคลายล็อกดาวน์ ผู้คนเริ่มมีรายได้จากการทำงานเพิ่มขึ้น รวมถึงผู้ประกอบการทั้งหลายก็สามารถขับเคลื่อนธุรกิจของตนเองไปได้ตามเป้าหมาย ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็มาจากพนักงานที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขฝ่าฝันวิกฤตินี้มาด้วยกันจนก้าวเข้าสู่ปี 2565

และผลพลอยได้จากการร่วมมือร่วมใจกันของผู้ประกอบการและพนักงาน เชื่อว่าหลายบริษัทก็ได้มีการปรับฐานเงินเดือนให้กับพนักงานประจำกันอย่างทั่วถึง แต่พนักงานประจำที่ได้รับการปรับเงินเดือนเหล่านี้ อาจจะยังไม่ทราบว่าเมื่อเงินเดือนถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย

ดังนั้น ปี 2565 นี้ ใครที่ได้ปรับเงินเดือนรีบเช็กด่วน ว่าจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ และหากถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย จะถูกหักเท่าไร พร้อมวิธีการคำนวณภาษี หากพร้อมแล้วไปหาคำตอบกัน

มนุษย์เงินเดือนถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อไหร่
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือภาษาทางการคือ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คือการเสียภาษีรูปแบบหนึ่ง ซึ่งผู้รับจะถูกหักเงินไว้ส่วนหนึ่งทันที ณ ตอนที่มีการจ่ายเงิน โดยผู้จ่ายที่จดทะเบียนเป็นบริษัท หรืออยู่ในรูปแบบของนิติบุคคล จะต้องหักไว้ก่อนจ่ายเงินให้กับผู้รับเงินเดือน จากนั้นนำเงินที่หักไว้ส่งให้สรรพากรภายในวันที่ 7-15 ของทุกเดือนด้วยแบบ ภ.ง.ด.1

“เงินเดือน” ที่นายจ้างมีการจ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างให้กับพนักงานถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) หากเงินเดือนของพนักงานถึงเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทผู้เป็นนายจ้างจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ทุกเดือน ก่อนมอบเงินเดือนให้แก่พนักงาน

ทั้งนี้ หากใครมีรายได้จากงานประจำเพียงทางเดียว ถ้ามีฐานเงินเดือนดังต่อไปนี้ จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย และเสียภาษีประจำปี ดังนี้

– เงินเดือนไม่เกิน 10,000 บาท ไม่ต้องยื่นภาษี

– เงินเดือนไม่เกิน 26,583.33 ต้องยื่นภาษี แต่ไม่ต้องเสียภาษี

– เงินเดือนเกิน 26,583.33 บาท ต้องยื่นภาษี หักภาษี ณ ที่จ่าย และต้องเสียภาษี

– หากไม่ได้จ่ายประกันสังคม และเงินเดือนไม่เกิน 25,833.33 บาท ต้องยื่นภาษี แต่ไม่ต้องเสียภาษี

– หากไม่ได้จ่ายประกันสังคมและเงินเดือนเกิน 25,833.33 บาท ต้องยื่นภาษี หักภาษี ณ ที่จ่าย และต้องเสียภาษี

โดยปกตินายจ้างจะต้องนำรายได้ทั้งหมดของพนักงานตลอดทั้งปีมาคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย วิธีการเหมือนการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งถ้าเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท ก็จะได้รับการยกเว้นหักภาษี ณ ที่จ่าย

แต่เมื่อคำนวณแล้วหากต้องเสียภาษีเพิ่ม บริษัทที่เป็นนายจ้างจะนำยอดเงินที่ต้องเสียภาษีดังกล่าว มาหารด้วย 12 ก็จะได้เป็นยอดเงินที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละเดือนนั่นเอง

วิธีคำนวณการหักภาษี ณ ที่จ่ายมนุษย์เงินเดือน
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า การหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับพนักงานประจำที่มีรายได้เป็นเงินเดือนเพียงอย่างเดียว บริษัทที่เป็นนายจ้างจะต้องนำรายได้และสิทธิประโยชน์ทางภาษีของพนักงานทั้งปีมาประมาณการ โดยจะใช้วิธีเหมือนการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามอัตราภาษีขั้นบันได ตั้งแต่ 5 – 35%

จากนั้นจึงนำค่าภาษีที่ต้องเสียทั้งหมดที่คำนวณได้มาหารด้วย 12 เพื่อเฉลี่ยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายปีให้เป็นรายเดือน แล้วหักภาษี ณ ที่จ่ายบุคคลธรรมดาจากเงินเดือนของแต่ละเดือนที่ทางบริษัทจะต้องหักจากพนักงานและนำส่งกรมสรรพากร

หลักการ คือ​

Step 1
(เงินเดือนทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน)
x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย

​Step 2
ภาษีที่ต้องจ่าย ÷ 12
= ภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ละเดือน

ตัวอย่างที่ 1​ :

Step 1 (410,000 – 100,000 – 60,000 (ลดหย่อนส่วนตัว) –9,000 (ลดหย่อนประกันสังคม)) = 241,000 x อัตราภาษีก้าวหน้า = 4,550 บาท (ภาษีที่ต้องจ่าย)

​​Step 2​

4,550 ÷ 12 = 379.16 (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ละเดือน)

ตัวอย่างที่ 2 ​:

310,000 (เงินเดือนทั้งปี) – 100,000 (ค่าใช้จ่าย) – 60,000 (ลดหย่อนส่วนตัว) – 9,000 (ลดหย่อนประกันสังคม) = 141,000 บาท (เงินได้สุทธิไม่ถึง 150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี)

เงือนเดือนถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือน แต่ไม่มีหนังสือรับรองให้ ?
ตามหลักการแล้ว เมื่อบริษัทนิติบุคคลมีการซื้อขาย หรือมีการจ่ายเงินให้ผู้รับ ผู้จ่ายเงินจะต้องทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ส่วนหนึ่งตามอัตราภาษีแต่ละประเภท และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ผู้รับไปพร้อมกับเงินทันที

แต่สำหรับกรณีเงินเดือนที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในแต่ละเดือน จะไม่มีการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ทุกเดือน ซึ่งพนักงานสามารถดูรายละเอียดการหักภาษี ณ ที่จ่ายได้จากในสลิปเงินเดือนแต่ละเดือน

และจะได้หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่แสดงรายละเอียดตั้งแต่เงินเดือนตลอดทั้งปี ยอดหักภาษี ณ ที่จ่ายทั้งหมด ยอดเงินสมทบประกันสังคม แบบครบทุกถ้วน ให้กับพนักงานในช่วงสิ้นปี เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่างๆ และให้พนักงานนำไปยื่นภาษีประจำปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.91

แต่ถ้าหากพนักงานมีค่าลดหย่อนอื่นๆ มาช่วยเพิ่มเติมจนไม่ต้องเสียภาษีเพิ่ม ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว สามารถขอเงินคืนได้

สรุป

ดังนั้น หากตอนนี้หลายคนเมื่อได้ปรับฐานเงินเดือน แล้วถึงเกณฑ์ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย เมื่อเข้าสู่ช่วงยื่นภาษีประจำปี แนะนำว่าให้นำค่าลดหย่อนต่างๆ ในปีภาษีเดียวกัน มาช่วยลดหย่อนให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้ถูกเก็บภาษีเพิ่ม และไม่แน่หากคำนวณแล้วเงินได้สุทธิไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี ก็มีโอกาสขอเงินภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไปคืนได้อีกด้วย

Source : Inflow Accounting

กรุงเทพธุรกิจ

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: