Biznews

อินเทรนด์! ‘ชาบู สไมล์’ ทดลองใช้ ‘บิตคอยน์’ แทนเงินสด นำร่อง’เมเจอร์ รัชโยธิน’

จากวิกฤติโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ทำให้โลกเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ คนส่วนมากหันมาให้ความสนใจกับการชำระเงินผ่านแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ กันมากขึ้น รวมถึงการชำระเงินอีกประเภทที่น่าสนใจคือ การชำระเงินด้วย ‘บิทคอยน์’

กระแสของ Cryptocurrency หรือ ‘สกุลเงินดิจิทัล’ กำลังมาแรง มีหลายธุรกิจเริ่มนำมาปรับใช้สำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ถือเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตามองไม่น้อย และคงไม่แปลกถ้าร้านอาหารบ้านเราจะเริ่มปรับตัวกันบ้าง

พิชญ์นาฏ เกียรติวัฒนชัย เจ้าของร้านชาบู สไมล์ กล่าวว่า ตอนนี้ร้านชาบู สไมล์มีสาขาทั้งหมด 6 สาขา ซึ่งมีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ร้านของเราเป็นบุฟเฟ่ต์ชาบู ไม่จำกัดเวลา และมีเมนูอาหารให้เลือกกว่า 60 รายการ ในราคาเพียง 299++ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น วัยทำงาน ผลตอบรับค่อนข้างดีทีเดียว ลูกค้าชื่นชอบ เพราะคำว่าไม่จำกัดเวลา จากฐานลูกค้าที่เข้ามารับประทานส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มครอบครัว และคนรุ่นใหม่ ทำให้เราต้องพัฒนา หากลยุทธ์หรือเทรนด์ใหม่ ๆ เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยและทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

ทุกวันนี้เราเริ่มเข้าสู่สังคมไร้เงินสด หรือ Cashless Society ถือว่าเป็นยุคที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตของเรามากขึ้น เราสามารถทำเรื่องต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะเรื่องการทำธุรกรรมทางการเงิน ที่ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ด้วยการใช้ Smart Phone เพียงเครื่องเดียว ทั้งโอน รับ จ่าย ออม เล่นหุ้น ลงทุน ล้วนเเล้วแต่อยู่ในระบบ Internet Banking ในรูปแบบของ แอปพลิเคชั่นธนาคารต่าง ๆ เราสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพวกนี้ได้อย่างคุ้มค่า ทำให้มองเห็นโอกาส

 

สำหรับการชำระเงินด้วย ‘บิทคอยน์’ ทางร้านได้ศึกษามานานพอสมควร และเห็นหลายประเทศ หลายธุรกิจเริ่มใช้สกุลเงินนี้มากขึ้น ทำให้ ตัดสินใจที่จะเปิดรับการชำระเงินสกุลเงินดิจิทัล เบื้องต้นจะรับแค่เงินสกุล ‘บิทคอยน์’ เท่านั้น มองว่ามันคือโอกาสที่เราสามารถขยายฐานลูกค้าที่ใช้บริการให้ครอบคลุมได้ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจการลงทุนนี้ และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแต่มีเงื่อนไขว่าลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของค่าธรรมเนียมการโอนด้วยตัวเอง

สำหรับวิธีการชำระเงินด้วย ‘บิตคอยน์’ ชาบู สไมล์ จะเริ่มทดลองระบบที่สาขาเมเจอร์ รัชโยธิน เป็นสาขาแรกโดยจะมีการเริ่มทดลองใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 นี้เป็นต้นไป และจะขยายการรับชำระไปยังสาขาอื่น ๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ได้มีบางสินค้า บางบริการนำร่องแล้วเช่นกัน  อาทิ   นันยาง และ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ที่เปิดให้ใช้สกุลเงินดิจิทัลซื้อสินค้าและบริการได้
.
เพจเฟสบุ้ค นันยาง Nanyang ของ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าผ้าใบและรองเท้าแตะ ได้เพิ่มช่องการให้ลูกค้านำเงินสกุลดิจิตอล หรือ Cryptocurrency แลกสินค้านันยางได้แล้ว โดยเปิดรับ 3 สกุลได้แก่ Bitcoin(BTC) // Ethereum(ETH) // Dogecoin(DOGE) ท่านที่สนใจสามารถติดต่อทางกล่องข้อความ facebook นันยาง และรอรับสินค้าไม่เกิน 3 วันทำการ และขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของตำนานครั้งนี้
โดยได้มีขั้นตอนการแลกรองเท้านันยางด้วย Cryptocurrency ดังนี้
1.แจ้งความประสงค์ผ่านข้อความ เพจ นันยาง Nanyang
2.ระบุสินค้าและสกุลเงินที่ต้องการแลกเปลี่ยน รอเจ้าหน้าที่แจ้งราคาและลิงค์การโอน
3.ส่งหลักฐานการโอน แจ้งที่อยู่ในการจัดส่ง เบอร์โทรและรอรับสินค้าได้เลย
ก่อนหน้านี้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้เปิดรับบิตคอยน์ (Bitcoin) แลกตั๋วหนัง โดยได้ร่วมมือกับ แรพิดช์ (Rapidz) ผู้ให้บริการระบบริหารการรับแลกสินค้าและบริการด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านแอปฯ Rapidz และ ซิปแม็กซ์ (Zipmex) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจาก เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ต้องการให้ลูกค้ามีความสะดวกสบายในการชำระเงินและสนับสนุน classless society โดยจะเริ่มที่เมเจอร์รัชโยธินเป็นสาขาแรกในวันที่ 4 มีนาคม 2564 และจะขยายไปในอีก 39 สาขาภายในสิ้นปีนี้
.
สำหรับวิธีใช้บริการ สามารถใช้ผ่านแอพพลิเคชัน Rapidz และต้องมีบัญชีสกุลเงินดิจิทัล จากนั้นไปที่ตู้จำหน่ายตั๋วหนังอัตโนมัติ กดเลือกภาพยนตร์และที่นั่งตามต้องการ ถัดมาเลือกวิธีชำระเงิน ด้วย E-Wallet และเลือก Rapidz ซึ่งจะมี QR Code ให้สแกนเพื่อชำระเงิน และสามารถรับตั๋วหนังได้ทันที ซึ่งได้คาดว่า จะมีผู้ใช้บิตคอยน์มาแลกตั๋วหนังประมาณ 1,000-10,000 ใบ ในช่วง 2-3 เดือน ขณะที่ยอดขายตั๋วหนังในแต่ละปีของทางเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ อยู่ที่ 40 ล้านใบ
.

 

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: