Health & Beauty

อาการใจสั่นที่ไม่ได้เกิดจากการหวั่นไหวแต่เป็นสัญญาณเตือนของโรคร้าย

อาการใจสั่นที่ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติสำหรับบางคน แต่รู้หรือไม่ว่าแฝงไปด้วยสัญญาณเตือนของโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ หากเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ไม่ควรปล่อยปละละเลยจนกลายเป็นผลเสียที่ตามมาด้วยปัญหาของเรื่องสุขภาพเรื้อรัง สำหรับวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักอาการใจสั่นให้มากขึ้นว่ามีสาเหตุมาจากอะไร พร้อมกับวิธีการรักษา

หัวใจ

สาเหตุของอาการใจสั่นเกิดขึ้นได้อย่างไร ? 

สาเหตุของอาการดังกล่าวเกิดขึ้นได้ด้วยกันอยู่หลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความเครียด, หวาดกลัว, ตื่นเต้น, อาการแพ้ยา (บางชนิด), ยาแก้หอบหืด, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย, น้ำตาลในเลือดต่ำ, โลหิตจาง ,ภาวะขาดน้ำ, อดอาหาร, ความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย และอื่นๆ ซึ่งนอกจากนี้อาการใจสั่นส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเต้นช้าและเร็วกว่าปกติ อีกทั้งยังมีโรคเกี่ยวกับหัวใจอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง อาทิ โรคลิ้นหัวใจยาว, โรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาผิดปกติ, โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคหัวใจวาย กลุ่มโรคเหล่านี้ค่อนข้างอันตรายถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง 

หากพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ และอาการหนักมากยิ่งขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วนจะดีที่สุด เพราะอาการใจสั่นที่ว่านี้มักจะมาคู่กับอาการข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นเวียนศีรษะ, หายใจไม่สะดวก, แน่นหน้าอก และหน้ามืดจนถึงขึ้นเป็นลมได้อีกด้วย 

 

วิธีการรักษาของอาการใจสั่นมีอะไรบ้าง ? 

การรักษาอาการดังกล่าวจะเป็นไปตามเหตุ หากไม่รุนแรงโดยส่วนใหญ่แล้วจะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายไปเอง ซึ่งทางแพทย์อาจไม่สามารถระบุสาเหตุที่เกิดขึ้นได้ในตอนนั้น เพราะฉะนั้นผู้ที่เกิดอาการใจสั่นจะต้องเข้ารับการตรวจด้วยวิธีต่างๆ ดังต่อไปนี้ 

  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiography) เพื่อเช็กระบบการทำงานของหัวใจว่าผิดปกติหรือไม่
  • บันทึกและจับจังหวะการเต้นของหัวใจ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อหาความผิดปกติที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวัน 
  • ตรวจเลือด ดูระดับค่าฮอร์โมนไทรอยด์ 
  • ทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Stress Test) ขณะที่ออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ 
  • เอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray)

 

ถึงแม้ว่าอาการใจสั่นกับอาการแทรกซ้อนต่างๆ ที่ตามมาจะมีความน่ากลัว แต่ถ้ารู้จักป้องกันในการลดความเสี่ยง อาทิ หากิจกรรมผ่อนคลายลดความกังวล, ออกกำลังกายเพื่อหัวใจที่แข็งแรง, ควบคุมระดับความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลให้ปกติ และหลีกเลี่ยงอาหารที่รับประทานไปแล้วเกิดอาการใจสั่น เป็นต้น หากหมั่นตรวจสุขภาพและดูแลตัวเองอย่างใกล้ชิด แค่นี้ก็สามารถลดความเสี่ยงของปัญหาโรคร้ายที่ตามมาได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว ที่สำคัญอย่าชะล่าใจกับอาการที่เกิดขึ้นเด็ดขาดหากอาการทวีความรุนแรงขึ้นแนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาตามระดับขั้นตอน

Tags

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: