BiznewsMoney

ออมสิน/ธอส.พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัย “ปาบึก”

จากกรณีที่ภาคใต้ของประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาอุทกกภัยจากพายุปาบึก ล่าสุด หน่วยงานของภาครัฐอย่างธนาคารได้อกกมาตรกาาต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

ออมสินออกมาตรการพักชำระหนี้ 2-3 ปี

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากเหตุภัยธรรมชาติพายุโซนร้อนปาบึกที่ทำให้พื้นที่หลายจังหวัดในภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดจนลูกค้าของธนาคารออมสิน ธนาคารฯ มีความห่วงใยผู้ที่ได้รับผลกระทบ จึงมีมาตรการบรรเทาช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อทุกประเภทของธนาคารฯ โดยพื้นที่ใดที่ทางราชการประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัย และเป็นบุคคลที่มีที่พักอาศัยหรือสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบเสียหาย ส่งผลให้รายได้ลดลง ตลอดจนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น สามารถพักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งเมื่อครบกำหนดแล้ว ให้พักชำระเงินต้นได้อีก 2-3 ปี โดยในระหว่างพักชำระเงินต้น ให้ชำระเฉพาะส่วนที่เป็นดอกบี้ยรายเดือน 50-100% ของดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น โดยเงื่อนไขการพักชำระหนี้หรือการผ่อนชำระหนี้ดังกล่าว จะพิจารณาตามความรุนแรงหรือผลกระทบที่ลูกค้าได้รับ

สำหรับสาขาของธนาคารออมสินที่ได้รับผลกระทบจากเหตุภัยธรรมชาติในครั้งนี้ มีจำนวน 7 สาขา ในพื้นที่ธนาคารออมสินภาค 17 จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ สาขาหัวไทร สาขาปากพนัง สาขาท่าศาลา สาขาเชียรใหญ่ สาขาสิชล สาขาขนอม และสาขาบางขัน รวมถึงตู้ ATM ที่ให้บริการนอกพื้นที่สาขาไม่สามารถให้บริการได้จำนวน 88 ตู้ อย่างไรก็ตาม พนักงานธนาคารออมสินในพื้นที่ที่ยังสามารถปฏิบัติงานได้และพื้นที่อื่น ได้นำถุงยังชีพและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นออกไปช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อน เพื่อบรรเทาในเบื้องต้น โดยธนาคารฯ ยังได้ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ธนาคารฯ กำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติในครั้งนี้ต่อไปอีกด้วย

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ตามสื่อประชาสัมพันธ์ของธนาคารออมสินทุกช่องทาง ได้แก่ Website : www.gsb.or.th, Facebook : GSB Society, Official Line : GSB ธนาคารออมสิน แต่หากมีข้อสงสัย ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ธนาคารออมสิน โทร.1115

ธอส. ออก 6 มาตรการพิเศษ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากพายุปาบึก

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่หลายจังหวัดของพื้นที่ภาคใต้ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ปาบึก” ซึ่งจะมีผลให้เกิดอุทกภัย ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และอาจส่งผลให้ที่อยู่อาศัยของประชาชนได้รับความเสียหายและประสบปัญหาด้านการประกอบอาชีพ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จึงได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าประชาชนที่ประสบอุทกภัย รวมถึงมาตรการฟื้นฟูภายหลังน้ำลดระดับลง โดยเตรียมวงเงิน 1,000 ล้านบาท จัดทำ “โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2562” โดยธนาคารจะพิจารณาตามระดับความเสียหาย ซึ่งมีรายละเอียดประกอบด้วย

มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน (ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร) ของตนเองหรือ คู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัยสามารถขอลดอัตราดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ เดือนที่ 1-4 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 5-16 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี เดือนที่ 17-24 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณีลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีกู้เพื่อชำระหนี้หรือซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.75% ต่อปี)

มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่หลักประกันของตนเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหายจากการประสบอุทกภัย สามารถขอกู้เพิ่ม หรือกู้ใหม่ เพื่อปลูกสร้างอาคารทดแทนหลังเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3.00% ต่อปี นาน 3 ปี หลังจากนั้น กรณีลูกค้าสวัสดิการ คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี ส่วนลูกค้ารายย่อย คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-0.50% ต่อปี

สำหรับลูกค้าผู้ที่ต้องการยื่นกู้ตามมาตรการที่ 2 ธนาคารกำหนดวงเงินให้กู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อ 1 หลักประกัน และยังยกเว้นค่าธรรมเนียมในรายการที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ค่าตรวจสอบหลักประกัน ค่าประเมินราคาหลักประกัน ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการกู้

มาตรการที่ 3 ลูกหนี้ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย และกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ ให้ลูกหนี้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี 4 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 4 เดือนแรกโดยไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 5-16 อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกหนี้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 4 ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยให้ผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อครบระยะเวลาประนอมหนี้ ให้ลูกหนี้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

มาตรการที่ 5 ลูกหนี้ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร ให้ผ่อนชำระโดยใช้อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาที่คงเหลือตามสัญญากู้

มาตรการที่ 6 กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลังและไม่สามารถซ่อมแซมได้ ให้ปลอดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ผ่อนชำระต่อเฉพาะในส่วนของที่ดินที่คงเหลือเท่านั้น

ทั้งนี้ ลูกค้าที่ประสงค์ขอรับบริการของ “โครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2562” สามารถติดต่อได้ที่สาขาของ ธอส. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2562 หรือภายใต้กรอบวงเงินที่ธนาคารกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-900หรือ www.ghbank.co.th และ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: